นายเอกนิติ มอบนโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจ 4 เดือน “Quick Big Win” ดันจีดีพีไตรมาส 4/2568 โตเกิน 1% ผลักดันเศรษฐกิจไทยพ้นจากหล่ม-ไม่ตกลงเหว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง ว่า แผนการทำงานของกระทรวงการคลังในช่วง 4 เดือนที่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการคือมุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพการคลัง พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนในทุกระดับ ช่วยผลักดันให้รถยนต์ที่เรียกว่าเศรษฐกิจไทยพ้นจากหล่มและไม่ตกลงเหว
เนื่องจากเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 คาดการณ์ว่าจะมีการชะลอตัวลงอย่างมากหรืออยู่ในภาวะตกท้องช้าง ซึ่งรัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win ที่แบ่งเป็น 5 เสาหลักตามที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและสร้างผลกระทบระยะยาว
สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เตรียมผลักดันออกมาในระยะนี้ ประกอบด้วย 2 โครงการหลัก โดยที่ใช้เงินรวมกันประมาณ 66,000 ล้านบาท แบ่งเป็น
1.บัตรสวัสดิการของรัฐเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนฐานรากจำนวน 13.4 ล้านราย วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท โดยจะมีการเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ อีก 1,700 บาท แบ่งเป็น 2 เดือน คือ พ.ย.-ธ.ค. 68 รวมกับเงินเดิม 300 บาท ทำให้ได้รับสิทธิ์รวม 2,000 บาท
2.คนละครึ่งพลัส สำหรับประชาชนทั่วไป 20 ล้านคน ในส่วนนี้จะใช้เม็ดเงินจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 2.5 หมื่นล้านบาท และงบกลางอีก 1.9 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในวันที่ 20-26 ต.ค. 2568 ขณะที่ร้านค้าลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. นี้ โดยสามารถลงทะเบียนได้จนกว่าจะจบโครงการ และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 29 ต.ค. จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. 2568
สำหรับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะมีส่วนที่เพิ่มขึ้นคือการเพิ่มทักษะให้กับพ่อค้าแม่ค้ารายเล็ก เช่น การขายออนไลน์ และการใช้ระบบบัญชีดิจิทัล เพื่อสร้างผลในเชิงการเพิ่มศักยภาพและ GDP ในระยะยาว
นอกจากนี้ ในวันที่ 14 ต.ค. 2568 จะมีการเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาเห็นชอบโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง สามารถนำค่าใช้จ่ายในการเที่ยวหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ใช้ลดหย่อน คาดว่าจะกำหนดวงเงินลดหย่อนสูงสุด 40,000 บาท ซึ่งเคยทำมาแล้วในอดีต และสูญเสียรายได้ภาษีเพียง 200 ล้านบาท
รวมถึงในช่วง 4 เดือนจากนี้ กระทรวงการคลังยังมีมาตรการ เร่งการใช้จ่ายงบประมาณต้นปีงบประมาณ 2569 โดยกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐที่ได้รับงบประมาณสำหรับการอบรมสัมมนา นำรายจ่ายดังกล่าวมาใช้ภายใน 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ เพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยหน่วยงานภาครัฐมีงบประมาณอยู่ประมาณ 3–4 พันล้านบาท ขณะที่รัฐวิสาหกิจมีงบประมาณราว 4 พันล้าน
นายเอกนิติ กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 จะขยายตัวราว 0.3% แต่ด้วยการเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นการบริโภค ทั้งโครงการคนละครึ่งพลัส และการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการ พร้อมมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง และการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น คาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มอีก 0.7% รวมผลมาตรการทั้งหมดคาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 จะเติบโตเกิน 1%