Skip to content

สันติ แจงลาออกพ้นเอกชนก่อนนั่ง รมต. ยันคุม สคบ.ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน

06 ต.ค. 2568 | 16:34น.
สันติ แจงลาออกพ้นเอกชนก่อนนั่ง รมต. ยันคุม สคบ.ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน

รมต.สันติแจงไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หลังจิรายุอ้างนั่งผู้บริหารบริษัทที่เคยโดน สคบ.ดำเนินคดี ยันลาออกก่อนเป็น รมต. ชี้ทำตามกฎหมายครบถ้วน

นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ชี้แจงกรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่าตนส่อมีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชนที่เคยโดน สคบ.ดำเนินคดี ยืนยันว่าการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและการกำกับดูแล สคบ. เป็นไปตามหลักการที่ถูกต้องและโปร่งใส

ส่วนกรณีลาออกและขายหุ้น นายสันติชี้แจงอีกว่า ตนเองได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการในบริษัทอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2565 และจากคณะกรรมการบริหารของบริษัทในปี 2567 โดยได้ดำเนินการขายหุ้นของบริษัทที่เหลืออยู่จำนวนไม่มากทั้งหมด ก่อนเข้ารับตำแหน่งตามระเบียบของทางราชการทุกประการ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างบริสุทธิ์และปราศจากข้อครหา

ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดก่อนรับตำแหน่ง และไม่ได้ประกอบธุรกิจลิสซิ่งแต่อย่างใด

ส่วนการกำกับดูแล สคบ.และหน่วยงานที่กำกับดูแล นายสันติยืนยันว่าไม่มีปัญหาใด ๆ ในเรื่องการกำกับดูแล สคบ. รวมถึงหน่วยงานที่กำกับดูแลไม่มีปัญหาความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ใด ๆ และได้ทราบข้อมูลจากทาง สคบ. ว่าปัจจุบันไม่มีเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคต่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ตามที่ปรากฏในข่าวแต่อย่างใด

พร้อมยืนยันว่ารัฐมนตรีไม่สามารถแทรกแซงการทำงานของ สคบ.ได้ เนื่องจากมีกรอบข้อกำหนดของการดำเนินงาน และมีคณะกรรมการกลั่นกรอง ตรวจสอบในทุกขั้นตอน จากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นบุคคลภายนอก

รมต.สันติกล่าวเพิ่มว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาแต่อย่างใด ขอยืนยันว่าในการแต่งตั้งที่ปรึกษาจะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างแน่นอน ฉะนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้ามาช่วยในการทำงานของรัฐบาลจะคำนึงถึงความเหมาะสม ความสามารถ และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นสำคัญ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สคบ. สันติ ปิยะทัต