เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainability Development Goal-SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องไปให้ถึง
แต่หลายคนหลายองค์กรยังตั้งหลักไม่ถูกว่าจะทำอย่างไร ผู้รู้ทั้งไทยและต่างประเทศที่เข้าร่วมเสวนาในงานมหกรรมความยั่งยืน Sustainability Expo 2025 (SX2025) ย้ำเป็นเสียงเดียวกันว่า
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy-SEP) หรือศาสตร์พระราชา คือหลักที่จะช่วยนำทางองค์กรก้าวสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ โดยมีหลักยึดการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เพื่ออยู่รอดและประสบความสำเร็จ
ยังมีอีกหลายส่วนที่เข้าใจผิดคิดว่า เศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวกับการเกษตร การทำโคก หนอง นา โดยไม่เกี่ยวกับภาคธุรกิจหรือเศรษฐกิจมหภาค ทั้ง ๆ ที่ผู้นำองค์กรระดับโลกชื่นชมว่า หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ แนวทางที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ
ดร.ฮันส์-พอล เบิร์กเนอร์ ประธานกิตติมศักดิ์ของ Boston Consulting Group (BCG) กล่าวบนเวที SX2025 ว่า “เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เพียงแนวคิดของประเทศไทย แต่เป็นแนวทางที่โลกต้องการในยุคที่ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว SEP ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทั้งระดับบุคคล องค์กร และสังคม ช่วยรับมือความท้าทายที่ซับซ้อนและไม่คาดฝัน”
เช่นเดียวกับ จอร์จ ซีอาทิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Resolution Project และ Enactus Global ที่มีเครือข่ายเยาวชนในทั่วโลก กล่าวว่า SDGs เป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่ขาดเครื่องมือที่จับต้องได้ SEP คือ ทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ เพราะเป็นกรอบแนวคิดที่ปฏิบัติได้จริง เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะ SEP แนะทางให้คน ชุมชน และองค์กรสร้างการเติบโตแบบพอดี ช่วยให้ทุกคนเตรียมตัวได้เหมาะสม มีความยืดหยุ่นทางสังคม รับมือการเปลี่ยนแปลงในวิกฤตได้
“แนวคิดเรื่องความพอเพียง คือความพอดี เราต้องรู้ว่าแค่ไหนพอดีสำหรับเรา สำหรับครอบครัวของเรา สำหรับธุรกิจของเรา แค่พอเพียงก็ดีเกินพอแล้ว”

จากประเด็นเรื่องเครื่องมือที่จะก้าวสู่เป้าหมายความยั่งยืน ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้เชี่ยวชาญการสร้างแบรนด์และผู้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ผ่านโครงการ “พอแล้วดี” ให้มุมมองว่า
“ศาสตร์พระราชาเป็นแนวคิดระดับโลก เป็นแนวคิดที่ทันสมัยมาก ๆ ไม่ได้นิ่งอยู่กับที่ ทุกวันนี้เราทำตามที่ฝรั่งคิดและตั้งเป้าในเรื่องความยั่งยืนว่า เราควรไปถึงจุดไหน ควรมีเป้าหมายอะไร แต่ไม่มีใครบอกว่าต้องทำอย่างไร คนที่บอกว่าต้องทำอย่างไร คือ ในหลวง ซึ่งองค์ความรู้ มีชุดความคิดที่อยู่กับคนไทยมานานแล้ว”
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ประกอบด้วยหลักสำคัญ 3 ประการ คือ หลักภูมิคุ้มกัน (Resilience) ที่ช่วยรับมือความเสี่ยงและวิกฤต เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หลักความพอประมาณ (Moderation) ที่เน้นใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและพึ่งพาตนเองก่อนพึ่งพาปัจจัยภายนอก และหลักความมีเหตุผล (Reasonableness) ที่ต้องคำนึงถึงมิติทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น และที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใดก็ตาม ล้วนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้และคุณธรรมในการดำเนินชีวิตและการบริหารจัดการทรัพยากรที่ต้องพิจารณาทางเลือกอย่างรอบด้าน
การย้อนกลับมามองสิ่งที่เรามี ทั้งนำหลักปรัชญาดังกล่าวมาประยุกต์ใช้จึงเป็นการสร้างการเติบโต ความก้าวหน้าแบบมีหลักยึดให้เราเดินตามและยืดหยุ่น เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้โดยไม่หลงทาง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การทำธุรกิจ การพัฒนาชุมชน สังคม การดูแลสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ ยังเป็นแนวทางที่เป็นสากล ที่ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของโลกก็นำหลักการนี้ไปปรับใช้ได้ทั้งสิ้น

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ สรุปว่า ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีวิกฤตรอบด้านเช่นนี้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะเป็นแนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืน โดยน้อมนำพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก มาเป็นกำลังใจ คือ “จงมีความเพียรอันบริสุทธิ์ ปัญญาอันเฉียบแหลม และกำลังกายที่สมบูรณ์ จึงจะนำมาซึ่งความเจริญที่ทุกคนปรารถนาได้”