เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปิดมหากาพย์ 87 ปี นักคณิตฯฮาร์วาร์ดจับมือ AI โค่นโจทย์ระดับตำนานสำเร็จ
Tech ปิดมหากาพย์ 87 ปี นักคณิตฯฮาร์วาร์ดจับมือ AI โค่นโจทย์ระดับตำนานสำเร็จ
SCGD ตั้งฐานผลิต Smart Toilet ปั้นแบรนด์ COTTO รุกอาเซียน ยุบโรงงานลดต้นทุน 20%
Economic SCGD ตั้งฐานผลิต Smart Toilet ปั้นแบรนด์ COTTO รุกอาเซียน ยุบโรงงานลดต้นทุน 20%
‘วราวุธ’ เยี่ยม ‘นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์’ ต้นแบบ Bio Hub แห่งแรก ดันไทยขึ้นฐานผลิตพลาสติกชีวภาพโลก
Economic ‘วราวุธ’ เยี่ยม ‘นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์’ ต้นแบบ Bio Hub แห่งแรก ดันไทยขึ้นฐานผลิตพลาสติกชีวภาพโลก
อนันต์ อัศวโภคิน แจ้งลาออกทุกตำแหน่งใน HMPRO เหตุมีปัญหาสุขภาพ
Finance อนันต์ อัศวโภคิน แจ้งลาออกทุกตำแหน่งใน HMPRO เหตุมีปัญหาสุขภาพ
‘สิริพงศ์’ ลงพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุง แก้ปัญหา ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ คาดเย็นนี้เปิดบริการตามปกติ
Economic ‘สิริพงศ์’ ลงพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุง แก้ปัญหา ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ คาดเย็นนี้เปิดบริการตามปกติ
ผ่าสินทรัพย์สองแสนล้าน NT ถือหุ้นอะไรบ้าง
Tech ผ่าสินทรัพย์สองแสนล้าน NT ถือหุ้นอะไรบ้าง
ส่องปมทุจริต ‘โครงการอาหารกลางวันฟรี’ อินโดฯ หลังหัวหน้าคนเก่า-ใหม่ พ้นตำแหน่ง
World ส่องปมทุจริต ‘โครงการอาหารกลางวันฟรี’ อินโดฯ หลังหัวหน้าคนเก่า-ใหม่ พ้นตำแหน่ง
หุ้นแบงก์ร่วงยกแผง ต่างชาติเทขายทำกำไร กดดัชนี SET ปิดตลาดครึ่งวันเช้าปรับลง 12 จุด
Finance หุ้นแบงก์ร่วงยกแผง ต่างชาติเทขายทำกำไร กดดัชนี SET ปิดตลาดครึ่งวันเช้าปรับลง 12 จุด
ประกันสังคม ยกร่างกฎหมายเงินสมทบ ม.40 ลด 10% หากจ่ายล่วงหน้า 12 เดือน
HR ประกันสังคม ยกร่างกฎหมายเงินสมทบ ม.40 ลด 10% หากจ่ายล่วงหน้า 12 เดือน
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณ 66,700 บาท
ดูทั้งหมด

4 บิ๊กคอร์ปรวมพลัง SX2025 สู้พายุเศรษฐกิจ-ลดโลกร้อนยั่งยืน

09 ต.ค. 2568 | 11:19น.
Sustainability Expo 2025

เมื่อโลกเปลี่ยนไป คนต้องเปลี่ยนตาม เปลี่ยนในแง่การปรับตัว ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ทั้งในแง่สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อให้องค์กรและประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย

บนเวที CEO Panel ซึ่งจัดขึ้นในงาน มหกรรมด้านความยั่งยืน (Sustainability Expo 2025) ซีอีโอจาก 4 บริษัทชั้นนำของประเทศไทยได้ร่วมถอดบทเรียน “การปรับตัว” เพื่อสู้กับพายุเศรษฐกิจโลกสู่อนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้การแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ ข้อเสนอแนะในมิติต่าง ๆ ล้วนมีเนื้อหาน่าสนใจ

เอกชนต้องเชื่อมโยง-ชูคนรุ่นใหม่

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า การปรับตัวของ 2 มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก คือ สหรัฐอเมริกาและจีน ทำให้ระบบซัพพลายเชนของโลกเปลี่ยนไป ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งนำเข้า-ส่งออก แต่เรามองวิกฤตเป็นโอกาสได้ การที่อเมริกาทวนกระแสโลกาภิวัตน์ (Deglobalization) โดยใช้นโยบายคุ้มครองทางการค้า (Protectionism) เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ

ทำให้จีนปรับนโยบายมาเน้นโลกาภิวัตน์ด้วยการผลักดันทุนออกนอกประเทศ ซึ่งไทยได้อานิสงส์จากบริษัทต่างชาติรวมทั้งจีน ย้ายฐานการผลิตมาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของไทยมากขึ้น ผู้ประกอบการที่มาลงทุน ล้วนมีเป้าหมายด้านความยั่งยืน

ศุภชัย เจียรวนนท์ Sustainability Expo 2025
ศุภชัย เจียรวนนท์

หากไทยจะเป็นศูนย์กลางการกระจายทุนสีเขียว หรือ Green Financing ภาครัฐสามารถตั้งกองทุน สร้างแรงจูงใจให้มีการย้ายฐานการผลิตมามากขึ้น รวมถึงช่วยเอสเอ็มอีให้ปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ต้องลงทุนอัพเกรดโรงงานและสร้างสแตนดาร์ดใหม่ให้สอดคล้องกับอุปสงค์อุปทาน เมื่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีและนวัตกรรม องค์กรธุรกิจต้องถามตัวเองว่า ปรับตัวทันหรือไม่ สร้างนวัตกรรม วิธีการทำงาน และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือเปล่า โดยเฉพาะการเข้าถึง AI ภายในองค์กร และการทำให้โรงงานฉลาดขึ้น

โลกเข้าสู่ยุค Unmanned มากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้น เราต้องทำงานเชิงรุก ต้องกลับเข้าห้องเรียน คือ กลับไปเป็นห้องทดลองเล็ก ๆ แล้วเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ทดลองเรื่องใหม่ ๆ พร้อมเชื่อมโยงกับแล็บอื่น ๆ ที่เก่งกว่าในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้เราคล่องตัวและปรับตัวได้เร็ว

ทุกขนาดองค์กรต้องร่วมมือ ต้องเปลี่ยนคู่ต่อสู้หรือศัตรูมาเป็นอาจารย์สอนเรา เอกชนต้องพึ่งพากัน ที่ผ่านมาไม่ค่อยเชื่อมโยงกัน ไม่เชื่อมโยงผู้ประกอบการในต่างประเทศ และไม่เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย

“วันนี้เราต้องกลับไปเรียนใหม่ เพราะความคิด วิธีการล้าสมัยแล้ว ศักยภาพเราไม่ด้อย แต่ยังคิดนอกกรอบไม่ได้ คนที่คิดนอกกรอบได้อยู่ในมหาวิทยาลัย ธุรกิจเป็นฐานปฏิบัติ นักศึกษาก็อยากฝึกงาน ดังนั้น ธุรกิจควรให้คนรุ่นใหม่มาเรียนรู้และพัฒนาเชิงปฏิบัติ ก็จะเกิดแล็บใหญ่ ให้คนรุ่นใหม่ช่วยทรานส์ฟอร์มองค์กรและเศรษฐกิจ”

บทเรียน TU-ประสบการณ์ 37 ปีไม่ได้ช่วย

ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวว่า ซัพพลายเชน ผู้ประกอบการควรเข้าใจบริบทของสถานการณ์โลก การประกาศขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐเป็นผลกระทบที่หนักที่สุด เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด ซัพพลายเชนต้องกลับมาคิดใหม่ เราจะอยู่อย่างไร เพราะการค้าโลกเปลี่ยนแปลงกติกาแล้ว

“ผมอยู่ในธุรกิจอาหารทะเล 90% เป็นตลาดต่างประเทศ รายได้ 40% มาจากตลาดอเมริกา 30% อยู่ที่ยุโรป 5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจของไทยยูเนี่ยนเจอมรสุมค่อนข้างมาก ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ดอกเบี้ยสูง ภาวะเงินเฟ้อ สงครามรัสเซีย-ยูเครน จนกระทั่งการขึ้นภาษีนำเข้าของอเมริกา ทำให้ผมได้เข้าใจและตระหนักถึงโลกธุรกิจมากขึ้น ประสบการณ์ 37 ปีแทบใช้ไม่ได้เลย เพราะวันนี้เราอยู่ในโลกที่เป็นเรื่องใหม่”

ความจำเป็นที่ต้องมีรัฐบาลที่ดีมีความสำคัญจริง ๆ เพราะการเจรจาต่อรองภาษีกับสหรัฐเป็นเรื่องรัฐกับรัฐ แต่ภาคธุรกิจก็ต้องคิดว่า ถ้าพึ่งพาภาครัฐไม่ได้จะทำอย่างไร ซึ่งองค์กรต้องกลับมาทบทวน ต้องเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ต้องปรับตัวตลอดเวลา แต่ต้องเข้าใจบริบทโลก โดยเฉพาะที่เกี่ยวธุรกิจเรา ทบทวนว่ามีอะไรที่จะทำให้ดีขึ้นได้ มีแผนป้องกันความเสี่ยง เตรียมพร้อมรับเทรนด์ สร้างบุคลากร ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หาโอกาสใหม่ ๆ

ธีรพงศ์ จันศิริ Sustainability Expo 2025
ธีรพงศ์ จันศิริ

ไทยยูเนี่ยนได้ตัดสินใจปรับโครงสร้างองค์กรมากที่สุดเมื่อปี 2567 หลัก ๆ คือทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่น คล่องตัว เพื่อปรับให้ทันกับสถานการณ์โลก

การขึ้นภาษีของอเมริกาทำให้เกิด Wake-up Call ครั้งใหญ่ เพราะการฉีกกฎกติกาทั้งหมดเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดมาก่อน เราต้องเตรียมพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอีก และคาดการณ์ไม่ได้เลยในอนาคต

เพิ่มศักยภาพซัพพลายเชน

ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า นโยบายภาษีสวมสิทธิของสหรัฐอเมริกา (Transshipment Policy) ที่จะเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 40% หากใช้วัตถุดิบในประเทศน้อยกว่า 50% เป็นตัวกำหนดการดีไซน์ซัพพลายเชน พร้อมเตือนว่า นโยบายทรัมป์มีความไม่แน่นอน วันนี้เก็บ 40% แต่อีก 3 เดือนข้างหน้า อาจเพิ่มเป็น 60%

ฉะนั้น การดีไซน์ซัพพลายเชนต้องยืดหยุ่น เผื่อเหลือเผื่อขาด เราไม่สามารถปรับตัวได้ภายใน 3 เดือน ถ้าจะอยู่รอดในระยะยาว ซัพพลายเชนต้องเร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่ไปกับความคล่องตัว ถ้าเรามีซัพพลายเชนที่เข้มแข็งในหลาย ๆ จุด และร่วมมือกันได้ เราก็จะเชื่อมเครือข่ายซัพพลายเชนได้เร็วและง่ายขึ้น

ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม Sustainability Expo 2025
ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม

ทุกคนในเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (Thailand Supply Chain Network : TSCN) ต้องเปลี่ยนผ่านสู่ Green Supply Chain ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ต้องลองผิดลองถูก ถ้าใครที่ทดลองทำแล้วไม่ได้ผล ใครที่ทำแล้วได้ผลก็เอาข้อมูลมาแชร์กัน จะทำให้ซัพพลายเชนของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เอสซีจีจะดูว่าธุรกิจไหนรอดหรือไม่รอด หากธุรกิจไหนไม่มีความสามารถในการแข่งขัน ไม่ตอบโจทย์เทรนด์ระยะยาวก็จะปิด ส่วนธุรกิจที่จะสู้ต่อไปก็ต้องทรานส์ฟอร์ม

เราเจอปัญหาพายุลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้ามา ต้องสู้ไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า แต่ถ้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจได้ ถึงในจุดที่ใช่ เราจะก้าวสู่การเติบโตได้ ยังมีพายุอีกหลายลูกในปีหน้า เราต้องเข้มแข็ง ยืดหยุ่น ปูทางสู่ New Engine

ตัดสินใจให้ดีและรวดเร็ว

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานอำนวยการจัดงาน SX2025 และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บอกว่า วันนี้โลกเปลี่ยนจริง ๆ ผู้ประกอบการธุรกิจต้องคุยกันให้เยอะ ปรับตัวให้เยอะ เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขัน เป้าหมายความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ข้อ 17 : Partnerships for the Goals ยังเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักที่อยากให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกัน

ปัญหาและความท้าทายทุกอย่างที่ประดังเข้ามา ทำให้เราต้องคิดครบถึงบริบทรอบตัวเรา แต่ก็เป็นความยาก เพราะเราไม่สามารถจะรู้และเข้าใจทุกเรื่อง สิ่งที่เราเคยทำได้ดี อาจไม่ดีอีกต่อไป เพราะโลกเปลี่ยน กระทบจุดแข็งของเราจนกลายเป็นเรากลับขยับช้า

“โลกธุรกิจมีเรื่องราวให้มาทบทวนมากมาย ทีมงานกำลังรอคำตอบจากผู้บริหาร เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารต้องตัดสินใจให้ดีและเร็ว (Make good decision quickly) เมื่อกล้าตัดสินใจก็กล้าที่จะปรับเปลี่ยน ทุกการเปลี่ยนย่อมมีผลกระทบและผลที่ตามมา”

ฐาปน สิริวัฒนภักดี Sustainability Expo 2025
ฐาปน สิริวัฒนภักดี

ในเครือข่าย TSCN ต้องถามว่า จะจับคู่ธุรกิจ หรือร่วมสร้างสรรค์เรื่องใหม่ ๆ ได้อย่างไร ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมที่คล้ายคลึงกันก็คุยกันน้อยไปหน่อย ถ้าเราคุยกันได้จะกลายเป็น Consortium ไปขายสินค้าให้กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้

มหาวิทยาลัยไทยหลายแห่งมีการเซ็นเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศเยอะมาก แต่ไม่ค่อยเห็นมหาวิทยาลัยไทยเซ็นเอ็มโอยูกันเอง

ภาคอุตสาหกรรม เรากำลังค่อย ๆ ทำความรู้จัก เพราะหากไม่รวมพลังกัน เราจะเสียเปรียบ เดี๋ยวนี้นักลงทุนต่างชาติที่มาลงทุนในไทยจะมาทั้งซัพพลายเชน เช่น ญี่ปุ่น จีน มากันทั้งทีม แต่เวลาคนไทยไปลงทุนจะไปเดี่ยว ๆ เพราะคนไทยยังไม่คุ้นชินกับการทำธุรกิจในรูปแบบนี้ การรวมตัวมักเป็นการรวมตัวเฉพาะกิจ เราจะรวมตัวเร็ว แต่ก็สลายตัวเร็ว

ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมฯ และสมาคมธนาคารไทยจะคอยรวบรวมข้อเสนอไปยังรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาการค้าการลงทุน แต่เป็นลักษณะรายพื้นที่ ซึ่งนับจากนี้เราต้องมองการแก้ปัญหาในภาพรวมและอุตสาหกรรมหลัก

สิ่งสำคัญคือ ผู้ประกอบการต้องประสานกัน เชื่อมโยงวิธีคิด เพื่อพัฒนาในอุตสาหกรรมประเภทนั้น ๆ ให้เกิดมิติของการพัฒนาที่ก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่งได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SX2025 ความยั่งยืน ลดโลกร้อน