59 ปีอาเซียน ‘ปานปรีย์’ เปิดแนวทางสร้างภูมิภาคยืดหยุ่น-แข่งขันได้-ยั่งยืน
ในโอกาสฉลองวันอาเซียนครบรอบ 59 ปี “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร“ ชี้ความเชื่อมโยงในภูมิภาคคือหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมวางแผนขับเคลื่อนอาเซียนสู่เป้าหมายปี 2045
ศูนย์ ซี อาเซียน (C asean) จัดงาน C asean Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Resilient ASEAN: Connectivity as a Competitive Advantage” โดยมีบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลัก เนื่องในโอกาสฉลองวันอาเซียนครบรอบ 59 ปี
ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปาฐกถาพิเศษ เพื่อย้อนรำลึกเส้นทางการเติบโตของอาเซียนตลอดหลายทศวรรษ พร้อมเปิดมุมมองสู่โอกาสใหม่ในการเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันและศักยภาพในการปรับตัวของอาเซียนในระยะยาว ตลอดจนขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในบทต่อไปของภูมิภาค
ในช่วงต้นของการปาฐกถา ดร.ปานปรีย์ ได้ย้อนทบทวนพัฒนาการของอาเซียนตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยระบุว่าอาเซียนก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2510 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรระดับภูมิภาคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด และไทยภาคภูมิใจในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง จากสมาชิกก่อตั้ง 5 ประเทศ ปัจจุบันอาเซียนขยายเป็น 11 ประเทศสมาชิก ภายหลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2568
นอกจากนี้ สนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) ที่ลงนามโดย 5 ประเทศผู้ก่อตั้งเมื่อปี 2519 ปัจจุบันมีภาคีสมาชิกขยายเป็น 62 ประเทศทั่วโลกแล้ว แม้จะเผชิญความท้าทายหลายด้าน
ปัจจุบันอาเซียนเป็นบ้านของประชากรกว่า 680 ล้านคน คิดเป็นราวร้อยละ 8.5 ของประชากรโลก GDP รวมกันมากกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยราวร้อยละ 4.5 ต่อปี
พร้อมย้ำว่าที่ประชุมสุดยอดอาเซียนได้รับรองวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 (ASEAN Community Vision 2045) เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นแผนที่นำทางสู่การสร้างอาเซียนที่ก้าวหน้า สร้างสรรค์ มีพลวัต ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และยั่งยืนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ยังได้กล่าวถึงความท้าทายที่ภูมิภาคต้องเผชิญ ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนขึ้น อาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะแก๊งสแกมเมอร์ ความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร ความจำเป็นในการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น ตลอดจนปัญหาระยะยาวอย่างสังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม และช่องว่างการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิก
สำหรับทิศทางข้างหน้า อาเซียนอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงอาเซียน ปี 2026-2035 ซึ่งต่อยอดจากแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (MPAC) 2025
โดยมีลำดับความสำคัญหลัก ได้แก่ การเสริมสร้างประสิทธิภาพเชิงสถาบันของอาเซียน, การกระชับความร่วมมือกับภาคีภายนอกและปรับปรุงกรอบความตกลงทางการค้าเสรีให้ทันสมัย, การยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง ทั้งความมั่นคงทางทะเลและอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการผลักดันความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ซึ่งจะเป็นความตกลงระดับภูมิภาคฉบับแรกของโลกที่ครอบคลุมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรอบด้าน มีกำหนดลงนามภายในปีนี้ และคาดว่าจะช่วยขยายมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาค และการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในทุกภาคส่วน
ในช่วงท้าย ดร.ปานปรีย์ กล่าวว่าไทยกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2571 (ค.ศ. 2028) โดยกระทรวงการต่างประเทศพร้อมทำงานร่วมกับประธานอาเซียนคนปัจจุบัน ประธานอาเซียนคนถัดไป รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียน ภาคีคู่เจรจา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
รวมถึงภาคเอกชนอย่างซี อาเซียนที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานในวันนี้ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 ให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น มีนวัตกรรม และเตรียมพร้อมรับมือกับโอกาสในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

