Skip to content

Thailand Plus 1 CLMV ปิดด่านชายแดนกระทบโรงงานญี่ปุ่น

13 ต.ค. 2568 | 13:11น.
Thailand Plus 1 CLMV ปิดด่านชายแดนกระทบโรงงานญี่ปุ่น
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

การปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา 18 แห่ง ใน 7 จังหวัด (ตราด-จันทบุรี-สระแก้ว-บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี) ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนด้านอีสานใต้ จนนำมาซึ่งการปะทะกันจากกองทหารทั้ง 2 ฝ่าย สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงปัจจุบัน แม้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ภายใต้การไกล่เกลี่ยของอาเซียน ด้วยการสนับสนุนจากสหรัฐและจีนในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาก็ตาม

แต่การปฏิบัติตามเงื่อนไขในการหยุดยิงเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างกันรวม 13 ข้อก็ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยั่วยุจากฝ่ายตรงข้าม และหลีกเลี่ยงที่จะเจรจาเพื่อหาข้อยุติในเส้นอาณาเขตที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ ทั้งบริเวณพื้นที่พิพาทช่องบก กลุ่มปราสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย รวมถึงกรณีการรุกล้ำอาณาเขตไทยที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้วด้วย

แม้รัฐบาลอนุทินจะประกาศนโยบายด้านความมั่นคง เพื่อเร่งแก้ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชาในอีก 4 เดือนข้างหน้าด้วยแนวทาง “สันติภาพ” เพื่อนำความมั่นคงปลอดภัยให้แก่คนไทยตามบริเวณชายแดน แต่ก็ยังคงที่จะรักษาไว้ “ซึ่งอำนาจอธิปไตยและเขตแดนที่เป็นของไทยโดยชอบธรรม” ตามเส้นเขตแดนที่เป็นสากล

สอดรับกับกองทัพที่ดูแลรับผิดชอบทั้งภาคที่ 1 และภาคที่ 2 ก็ยังยืนยันที่จะไม่มีการ “เปิด” จุดผ่านแดนไทย-กัมพูชาตลอดแนวชายแดนทั้งหมด จนกว่าจะมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อได้รับการปฏิบัติโดยลุล่วง และนำมาซึ่งการเจรจาการปักปันเขตแดน ภายใต้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) มีความคืบหน้าอย่างสำคัญ

แน่นอนว่าการปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา นอกจากจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าการค้าชายแดนรวม 174,530 ล้านบาท (ปี 2567) หรือเฉพาะเดือนมิถุนายน 2568 ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ปะทะกัน มีมูลค่าการค้าชายแดนรวม 10,908 ล้านบาทแล้ว การปิดจุดผ่านแดนยังส่งผลกระทบโดยตรงกับนโยบาย Thailand Plus One CLMV ที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการลงทุนและการผลิตของอาเซียน โดยใช้ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา-สปป.ลาว-เมียนมา และเวียดนาม) เป็นฐานแรงงาน หรือฐานการผลิตสินค้าที่ต้องการใช้แรงงานเข้มข้นจากค่าแรงที่ถูกกว่าประเทศไทย ส่งออกชิ้นส่วนมาประกอบ หรือผลิตชิ้นส่วนที่ต้องใช้แรงงานสูง และส่งกลับเข้ามายังโรงงานที่เป็นฐานการผลิตขั้นสูงกว่าในประเทศไทย

กลุ่มประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทย และอาศัยนโยบาย Thailand Plus One กระจายการลงทุนไปยังกัมพูชา ที่มีข้อได้เปรียบทางด้านค่าแรงราคาถูกก็คือนักลงทุนจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ และสิ่งทอ

มีรายงานจาก JETRO เข้ามาว่า บริษัทญี่ปุ่นมากกว่า 100 แห่งได้รับผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่สามารถขนส่งวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากโรงงานในไทยที่รอการประกอบในโรงงานที่กัมพูชา แล้วขนข้ามด่านชายแดนกลับเข้ามายังฝั่งไทย หรือผลิตชิ้นส่วนวัตถุดิบที่ใช้แรงงานจากฝั่งกัมพูชาข้ามผ่านด่านชายแดนกลับเข้ามาได้

การขนส่งปัจจุบันจะต้องใช้เส้นทางขนส่งทางเรือ หรือทางอากาศที่มีต้นทุนค่าขนส่งที่สูงลิบลิ่วกว่าการขนส่งผ่านชายแดนทางบก และเริ่มตั้งคำถามที่ว่า การตั้งโรงงานผลิตและประกอบสินค้าที่ไม่ต้องการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในกัมพูชาตามนโยบาย Thailand Plus One เริ่มที่จะไม่คุ้มกับต้นทุนด้านค่าแรงที่ลดลง แต่ขนส่งสินค้าผ่านชายแดนไม่ได้

สะท้อนจากเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำพนมเปญที่ว่า การปิดด่านชายแดนทำให้บริษัทญี่ปุ่นในกัมพูชาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากในการขยายโอกาสทางการค้าและการจ้างงานใหม่ และแสดงท่าทีเรียกร้องให้ฝ่ายไทยเร่งเปิดด่านชายแดนมาตั้งแต่การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ในต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

CLMV