Skip to content

MUJI ยกระดับธุรกิจยุโรป ปั้นรายได้ทะลุล้านล้านเยน

17 ต.ค. 2568 | 15:56น.
MUJI ยกระดับธุรกิจยุโรป ปั้นรายได้ทะลุล้านล้านเยน
คอลัมน์ : Market Move

แม้ตลาดร้านค้าปลีกไลฟ์สไตล์จะแข่งขันดุเดือด หลังผู้เล่นหลากสัญชาติทั้งจีน ญี่ปุ่น ยุโรป ฯลฯ กระโดดเข้าร่วมวงตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ มูจิ (MUJI) หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่และดั้งเดิม ยังวางเป้าเติบโตแบบแอ็กเกรสซีฟ ด้วยเป้าหมายรายได้ทะลุ 1 ล้านล้านเยน ภายในเวลาเพียง 3 ปีหลังจากนี้

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า เรียวฮิน เคคาคุ (Ryohin Keikaku) บริษัทแม่ของมูจิ ร้านค้าปลีกไลฟ์สไตล์สัญชาติญี่ปุ่นรายใหญ่ ประกาศแผนธุรกิจระยะกลาง 3 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม 2028 ฉบับใหม่ พร้อมเป้าหมายมีรายได้จากการดำเนินงาน 1.08 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 2.3 แสนล้านบาท

โดยเป้าหมายนี้ไม่เพียงสูงกว่าแผนเดิมซึ่งวางเป้ารายได้ไว้ที่ 8.8 แสนล้านเยนในสิ้นปี 2027 แต่หากทำได้สำเร็จจะทำให้มูจิเป็นผู้ประกอบการเชนค้าปลีกไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นรายแรกที่สามารถทำรายได้ทะลุ 1 ล้านล้านเยน

พร้อมกันนี้ บริษัทหวังจะมีกำไรจากการดำเนินงาน 1.08 แสนล้านเยน ในสิ้นปีงบฯ 2028 ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.42 หมื่นล้านเยน จากปีงบฯ 2025 พร้อมตั้งเป้าอัตรากำไรจากการดำเนินงานไว้ที่ 10%

หัวใจสำคัญของการปั้นรายได้ทะลุ 1 ล้านล้านเยน ในครั้งนี้จะเป็นการยกระดับตลาดยุโรป หลังเคยประสบปัญหาในช่วงการระบาดของโควิด-19 จนต้องตัดใจปิด มูจิ ยุโรป โฮลดิ้ง บริษัทย่อยในอังกฤษลงเมื่อปี 2024

“ซาโตชิ ชิมิซุ” ประธานของเรียวฮิน เคคาคุ อธิบายว่า การเปิดร้านเรือธงในปารีสภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นการเติบโตในยุโรปอีกครั้ง ร้านเรือธงนี้จะมีขนาด 2,000 ตร.ม. เท่ากับร้านเรือธงในญี่ปุ่น และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่บนถนน Rue de Rivoli ใจกลางกรุงปารีส

โดยการเลือกเปิดร้านเรือธงขนาดใหญ่นี้ เป็นยุทธศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นมาปิดจุดอ่อนเดิมของมูจิในยุโรป อย่างการมีร้านขนาดเล็กและยอดขายน้อยเกินไป จนไม่สามารถแบกรับต้นทุนการนำเข้าสินค้าไหว

ทั้งนี้ มูจิ ตั้งใจปั้นยุโรปให้เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ หลังมีสาขาใน 9 ประเทศของยุโรปรวม 32 แห่ง

พร้อมกับยกระดับกระบวนการพัฒนาสินค้า โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งผู้จัดการร้านในแต่ละพื้นที่จะวิเคราะห์ความชอบของผู้บริโภคในท้องถิ่น และพัฒนาแผนการขายสำหรับสาขานั้น ๆ ขึ้นเองได้

โดยกลยุทธ์นี้จะโฟกัสเป็นพิเศษกับกลุ่มอาหาร เนื่องจากมีเอกลักษณ์ตามแต่ละท้องถิ่นสูง ซึ่งบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายอาหารในต่างประเทศ จากเดิม 4% เป็นมากกว่า 7%

นอกจากนี้ในปี 2025 นี้ เรียวฮิน เคคาคุ ยังตั้งบริษัทบริหารจัดการด้านการผลิตใน 3 ประเทศ คือ กัมพูชา อินเดีย และอินโดนีเซีย หลังตั้งบริษัทในจีนและเวียดนามไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งการตั้งบริษัทในท้องถิ่นเหล่านี้ไม่เพียงจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในร้าน แต่ยังขยายการจัดซื้อสินค้าโดยตรงจากโรงงาน ทำให้อัตราส่วนต้นทุนต่อราคาขายปลีกดีขึ้นถึง 1 จุดเปอร์เซ็นต์อีกด้วย

ทั้งนี้ แม้ว่าการขยายตลาดในอเมริกาเหนือยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ เนื่องจาก มูจิ สหรัฐอเมริกา (Muji U.S.A.) เคยประสบปัญหาจนต้องยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 11 ไปเมื่อปี 2020 เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับในยุโรป

แต่สหรัฐอเมริกายังคงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญสำหรับการสร้างรายได้จากต่างประเทศ ซึ่งต้องจับตาดูว่าความสำเร็จจากการบุกตลาดยุโรปครั้งใหม่นี้ จะถูกนำมาต่อยอดเพื่อใช้กำหนดกลยุทธ์ในตลาดอเมริกาในอนาคตต่อไปด้วยหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ญี่ปุ่น มูจิ MUJI