นายกฯ เผยเยือน สปป.ลาว กระชับสัมพันธ์เศรษฐกิจ พลังงาน การค้า ปราบยาเสพติด ยันปราบสแกมเมอร์ไม่ติดขัด ชี้ จนท.ทำตลอดไม่ได้ตามกระแส พร้อมรับมอบเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์จาก ผบ.ทอ. เชิดชูเป็นผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชการ–ทำคุณประโยชน์ ก่อนบินลาว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจในต่างประเทศครั้งแรกหลังได้รับตำแหน่งนายกฯ ว่าไปเพื่อกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศ รวมถึงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศมีอยู่ ทั้งด้านพลังงาน ความมั่นคง การค้า รวมถึงการแสวงหาความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงความร่วมมือในการปราบปรามสแกมเมอร์ จะมีการพูดคุยเป็นเนื้อหาหลักหรือไม่ นายกรัฐมนตรียอมรับว่าใช่ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นภาพรวมอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าประเทศไทยมีแนวทางที่จะไปเสนอเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามในรายละเอียด ต้องถามในเรื่องของกรอบ ถามในเรื่องนโยบาย ถามรายละเอียดแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ นายกฯไม่ได้รู้ทุกเรื่อง”
ส่วนที่มีกำหนดการจะหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ที่เวียงจันทน์ในวันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ามีการนัดหมายกัน เป็นการหารือถึงการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ซึ่งจะมีขึ้นหลังการประชุมอาเซียนซัมมิท
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะมีการพูดคุยเรื่องของสแกมเมอร์หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าก็เป็นเรื่องของ Current Affair (เหตุการณ์ หรือข่าวสารปัจจุบันที่มีความสำคัญ และส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ หรือการเมือง)
เมื่อถามว่าภาพรวมการปราบปรามสแกมเมอร์ถือว่าดีใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าขณะนี้การพูดคุยในทุก ๆ ด้านมีความคืบหน้าไปในทางที่ดี
ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ทำให้การปราบปรามนั้นติดขัด นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่เคยมีติดขัด จริง ๆแล้วเรามีการปราบปรามสแกมเมอร์อยู่แล้ว ฝ่ายตำรวจก็ดำเนินการอยู่ตลอด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ทำเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ได้ทำตามกระแส
เมื่อถามว่าคณะกรรมการชุดที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาใหม่มีกรอบการทำงานและมีเป้าหมายอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ากรอบการทำงานเป็นไปตามหนังสือ โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นประธานในส่วนของผู้ปฏิบัติงานและผู้ประสานงาน
เมื่อถามย้ำว่าหวังผลแค่ไหน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าหวังผลเลิศ
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากเกาหลีใต้หรือนานาชาติ เช่น สหรัฐขอความร่วมมือให้เราปราบปรามจะมีความพร้อมหรือวางกรอบไว้อย่างไร นายกรัฐมนตรียิ้ม พยักหน้ารับ ก่อนกล่าวว่าขอบคุณครับและเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

ทั้งนี้ ก่อนออกเดินทางไป สปป.ลาว ที่ห้องประชุมภายในห้องรับรองพิเศษ 1 ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทินได้รับมอบเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ จาก พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)
พล.อ.อ.เสกสรรระบุว่า เป็นเครื่องหมายแสดงความสามารถทางการบินเพื่อเป็นเกียรติให้กับนายกรัฐมนตรี
สำหรับการมอบเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ สืบเนื่องจากนายอนุทินเป็นผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชการ หรือผู้ทำคุณประโยชน์ในด้านการบินแก่กองทัพอากาศ จึงพิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ได้รับและมีสิทธิประดับเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์ ของกองทัพอากาศ
อีกทั้งในด้านการบิน นายอนุทินได้ทำโครงการ ”หัวใจติดปีก” เป็นนักบินบินรับส่งอวัยวะที่มีผู้บริจาค เพื่อนำไปให้ผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ เริ่มปฏิบัติภารกิจสนับสนุนทีมแพทย์มาตั้งแต่ปี 2557 และได้ทำภารกิจ “ไฟลต์บุญ ไฟลต์ชีวิต” ไปแล้วกว่า 80 เที่ยวบิน ช่วยเหลือผู้ป่วยไปแล้วมากกว่า 200 ชีวิต จนเคยได้รับปีกกิตติมศักดิ์จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และโล่ประกาศเกียรติคุณจากสภากาชาดไทย