ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เผยผลต่อสายคุยอนุทิน พร้อมเร่งพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจรอบด้าน ชี้อนุทินหนุนคลายความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี
นายอี แช มย็อง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีใต้ โพสต์ถึงกรณีที่ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าผมมีความยินดีเป็นอย่างสูงที่ได้ต่อสายพูดคุยกับท่านอนุทิน นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรก
ประเทศไทยเป็นมิตรประเทศของเราที่ได้ตัดสินใจส่งกองกำลังมาร่วมรบในสงครามเกาหลีเป็นประเทศแรก ๆ และในวันนี้ประเทศไทยยังเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของเราที่มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือทางด้านอาเซียน APEC หรือในเวทีพหุภาคีอื่น ๆ
นอกจากนั้น ประเทศไทยเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ประชาชนชาวเกาหลีไปเยือนมากที่สุด และเรามีความคุ้นเคยกันและกัน เนื่องจากมีสมาชิกนักร้องวง K-Pop ที่เป็นคนไทยร่วมอยู่ด้วยหลายวง
ผมและท่านนายกฯอนุทินได้แลกเปลี่ยนความเห็นต่าง ๆ และมองว่าเรายังมีศักยภาพในการจะพัฒนาความร่วมมืออีกมาก โดยเฉพาะเรื่องความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแบบรอบด้าน เราทั้งสองจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาข้อตกลงให้ได้ในเร็ววัน
ท่านนายกฯอนุทินยังได้แสดงความสนับสนุนต่อความพยายามของสาธารณรัฐเกาหลี ที่พยายามผ่อนคลายความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี เพื่อเริ่มการเจรจาใหม่ระหว่างเหนือกับใต้ แรงสนับสนุนแบบนี้จากมิตรประเทศเป็นกำลังใจสำคัญกับเรามาก
หวังว่าจะได้พบกับท่านนายกฯอนุทินในที่ประชุมผู้นำอาเซียนและประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ที่จะมีขึ้นในเดือนนี้
ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทินขอบคุณประธานาธิบดีเกาหลีใต้ สำหรับสารตอบรับเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค พร้อมย้ำว่าไทยและเกาหลีใต้เป็นมิตรแท้ต่อกันมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี นับตั้งแต่ไทยได้ร่วมรบในสงครามเกาหลี จึงหวังที่จะใช้โอกาสเดินทางไปเกาหลีใต้ในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค
นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญในการแสวงหาความร่วมมือกับเกาหลีใต้ โดยตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกัน 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันการค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยได้ขอให้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ช่วยเร่งรัดให้มีการสรุปผลการเจรจา FTA โดยเร็ว เพื่อเพิ่มปริมาณการค้าการลงทุนระหว่างกัน นอกจากนี้ ไทยยังต้องการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่เกาหลีใต้มีความโดดเด่น เช่น พลังงานสะอาด ดิจิทัล และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นายกรัฐมนตรียังยินดีกับแนวโน้มการลงทุนจากเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา อาทิ โครงการของบริษัทฮุนได COSMAX และ LH ซึ่งจะสร้างนิคมอุตสาหกรรมเกาหลีแห่งแรกในประเทศไทย และพร้อมสนับสนุนให้มีการลงทุนเพิ่มเติมต่อไป พร้อมรับรองว่าจะดูแลนักลงทุนเกาหลีใต้อย่างเต็มที่ และขอให้แจ้งข้อจำกัดใด ๆ มาได้ตลอดเวลา
โอกาสนี้ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้กล่าวถึงความสนใจลงทุนของภาคเอกชนเกาหลีในไทยมากขึ้น
