ยอดขายรถ EV เดือน ก.ย.พุ่งเกือบ 5 หมื่นคัน สวนทางเงินในกระเป๋า
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยตัวเลขยอดขายรถ EV ทุกประเภท เดือน ก.ย. 2568 พุ่ง 48,350 คัน เพิ่มขึ้น 23.82% ขณะที่หนี้ครัวเรือนยังสูง สวนทางสภาพเศรษฐกิจที่กำลังดิ่ง
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในเดือนกันยายน 2568 ยอดผลิตรถยนต์ที่รวมทั้งน้ำมันและไฟฟ้า (EV) อยู่ที่ 128,104 คัน เพิ่มขึ้น 4.77% เป็นผลมาจากการผลิตรถยนต์นั่ง EV ชดเชยการนำของปี 2565-2566 และผลิตรถกระบะดัดแปลง PPV เพื่อส่งออกและจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นจากการออกรุ่นใหม่ของบางบริษัท ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์รุ่นนี้เติบโตถึง 29.95 แต่ภาพรวม 9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2568) ยอดผลิตรวมอยู่ที่ 1,075,801 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกัน 4.63%
และในเดือนกันยายนยังพบว่าเป็นส่วนของยอดผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 6,410 คัน เพิ่มขึ้น 332.81% และมีส่วนของยอดขายอยู่ที่ 48,350 คัน เพิ่มขึ้น 23.82% โดยเฉพาะประเภทแบตเตอรี่ (BEV) อยู่ที่ 9,155 คัน เพิ่มขึ้น 100.15%

สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกันยายน 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,350 คัน เพิ่มขึ้น 23.82% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังเติบโตดีเพราะหลายรุ่นมีราคาที่ถูกลงจนสามารถซื้อได้มากขึ้น รวมทั้งเทคโนโลยีที่ติดตั้งในรถยนต์ไฟฟ้าน่าสนใจมากขึ้น แต่รถกระบะยังคงขายลดลงจากการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
เพราะหลักฐานการเงินอ่อนแอจากเศรษฐกิจในประเทศที่ขยายเติบโตในอัตราต่ำ ค่าครองชีพสูง และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงติดลบ แรงงานในภาคอุตสาหกรรมมีรายได้ลดลงจึงขาดกำลังซื้อ ผู้ขายสินค้าอื่น ๆ และอาหารรวมทั้งการท่องเที่ยวมีรายได้ลดลง แต่ภาพรวม 9 เดือนที่ผ่านมา จึงเห็นได้ว่ารถยนต์มียอดขาย 477,969 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ 2.12%
นอกจากนี้ ในส่วนของรถยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 11,906 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 80.23% ทั้งรถยนต์นั่ง รถโดยสาร รถบริการธุรกิจ