Skip to content

“กัน จอมพลัง” แถลงปมเงินบริจาคคงเหลือ 90 ล้าน แจงชัดเหตุใช้มูลนิธิธรรมนัส

24 ต.ค. 2568 | 12:20น.
“กัน จอมพลัง” แถลงปมเงินบริจาคคงเหลือ 90 ล้าน แจงชัดเหตุใช้มูลนิธิธรรมนัส

กัน จอมพลัง-ประธานมูลนิธิ ร่วมแถลงแจงปมเงินบริจาค ยอดเงินคงเหลือ ยอมรับเลือกมูลนิธิธรรมนัสรับช่วยต่อ หากมูลนิธิจดทะเบียนเลิก รีบ-คิดน้อยเกินไป หากสังคมกังวลเรื่องความโปร่งใสจะนั่งประธานเอง

ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ แถลงข่าวชี้แจงกรณีความโปร่งใสของเงินบริจาคที่ถูกตั้งคำถามจากสังคม ร่วมกับ “กาญจนา สถาวร” ประธานมูลนิธิ กัมจอมพลัง ช่วยสู้ และนักตรวจสอบบัญชี แถลงร่วมกัน

นางสาวกาญจนากล่าวว่า ก่อนอื่นเลยต้องขออภัยที่ทำให้รู้สึกว่าออกมาตอบคำถามช้าไป จากกระแสสังคมในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ทางทีมงานตามข่าวมาเสมอ แต่สำหรับข้อเท็จจริงในช่วงแรกอาจเป็นการตั้งคำถามถึงกัน จอมพลังโดยตรง ทางมูลนิธิเลยรู้สึกว่าไม่ได้ข้องเกี่ยวที่จะต้องมาตอบคำถามในประเด็นนี้ แต่ตั้งแต่ 2 วันที่ผ่านมา คำถามถูกตั้งตรงมาที่มูลนิธิแล้ว มีการเปิดราชกิจจานุเบกษา ว่าทำไมประธานมูลนิธิถึงไม่ใช่กัน จอมพลัง จึงถือเป็นโอกาสดีในการชี้แจงเรื่องงานต่าง ๆ

อัrเดตเงินคงเหลือ

ประเด็นแรกเลย เรื่องของตัวเลข การก่อตั้งมูลนิธิเริ่มต้นที่ 500,000 บาทตามข้อบังคับของกฎหมาย โดยเงินมาจากการลงขันช่วยกันในการทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อสังคมมาโดยตลอด ส่วนจำนวนเงินที่เข้ามาในมูลนิธิทั้งหมดจำนวน 207,350,262.04 บาท ปัจจุบันมีการใช้เงินไปแล้ว 117,673106.02 และมีเงินคงเหลือในบัญชี 90,177,156.02 บาท แต่เป็นข้อมูลที่สรุปกันเมื่อวาน ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินภารกิจกันอยู่ อkจทำให้ตัวเลขคาดเคลื่อนนิดหน่อย

ส่วนประเด็นจากราชกิจจานุเบกษา โดยมีการไฮไลต์คำว่า 8 กรกฎาคม มีการชี้นำว่า มีการเรียกรับเงินก่อนมูลนิธิก่อตั้งหรือไม่ กาญจนาอธิบายว่า ในเอกสารนี้ หน้าถัดไปจะมีการลงบันทึกไว้ว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพฯ พร้อมที่จะดำเนินกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 อ้างอิงจากเคสใหญ่แผ่นดินไหวที่ตึกสำนักงานตรวจเงินการแผ่นดินถล่ม มูลนิธิได้เยียวยาผู้เสียหายว่า 98 ราย จึงขอชี้แจงว่าเราไม่มีการเรียกรับเงินก่อนมูลนิธิจัดตั้งเสร็จ

ประเด็นสำคัญต่อมาคือ ข้อบังคับมูลนิธิข้อ 39 ในเรื่องของการเลิกไปซึ่งมูลนิธิ ในครั้งแรกที่มีการยื่นเอกสาร เราเป็นน้องใหม่ อยากเร่งจัดตั้งมูลนิธิให้ไวที่สุด เนื่องจากในตอนนั้นมีเคสเยอะมาก เราส่งเอกสารไปครั้งแรกถูกตีตก เพราะไม่รู้ว่าต้องใส่อะไร ยกทรัพย์สินให้ใคร

ทางนักตรวจสอบบัญชีอธิบายว่า ข้อที่ 39 เป็นข้อบังคับในการจดทะเบียนมูลนิธิ ถ้าจะมีการจดทะเบียนเลิก จะต้องระบุไว้ว่าจะต้องมีมูลนิธิใดเข้ามาบริหารจัดการงานนี้ต่อไป คนเข้าใจผิดว่า หากบริจาคเงินเข้าไปแล้ว เงินนั้นจะเป็นของมูลนิธิ เมื่อจดทะเบียนเลิกแล้ว ทั้งเงินและทรัพย์สินต้องเป็นของมูลนิธิ

เงินที่บริจาคมาไม่ใช่เงินของมูลนิธิ มูลนิธิต้องทำตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 110 เราทำหน้าที่ตรงนี้เท่านั้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่จดทะเบียนเลิก กฎหมายบังคับไว้ว่า มูลนิธิหรือนิติบุคคลอื่นใดบริหารจัดการต่อเพื่อไม่ให้ทรัพย์สินหรือเงินบริจาคที่เข้ามาสูญหายไป เป็นประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์ต่อผู้บริจาค ข้อบังคับนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งมาตรา 134 ระบุชัดเจนว่า เมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ให้โอนทรัพย์สินไปยังมูลนิธิหรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ตามมาตรา 110 ซึ่งได้ระบุชื่อไว้ในข้อบังคับของมูลนิธิ หรือมูลนิธิไม่ได้ระบุชื่อมูลนิธิ หรือนิติบุคคลดังกล่าวไว้

พนักงานอัยการ ผู้ชำระบัญชี ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคนใดคนหนึ่งอาจร้องต่อศาลให้จัดสรรทรัพย์สินนั้นต่อมูลนิธิ หรือบุคคลอื่นที่ปรากฎว่ามีวัตถุประสงค์ใกล้ชิดที่สุด หรือวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้น ๆ ถูกศาลสั่งห้ามหรือยกเลิกตามมาตรา 134 (1) หรือ (2) ก็ดี หรือการจัดสรรทรัพย์สินวรรคหนึ่งไม่อาจทำได้ ทรัพย์สินของมูลนิธิต้องตกเป็นของแผ่นดินตามประมวลมาตรานี้

เลือกมูลนิธิธรรมนัส

กาญจนาอธิบายเพิ่มเติมว่า เข้าใจมาก ๆ ว่าสังคมสงสัยว่าทำไมต้องมูลนิธิธรรมนัส ในฐานะคนทำงาน เราต้องการจัดตั้งให้มันแล้วเสร็จ มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ทำถูกต้องตามข้อกฎหมายบังคับ หลักเกณฑ์จะมีผลบังคับใช้ก็เมื่อมูลนิธิมีการเลิกไป แต่ปัจจุบันเรายังดำเนินการตามปกติ และถ้าเรานำเงินไปให้ที่อื่นไม่ตามวัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์หนึ่งคือ วัตถุประสงค์ตัวผู้บริจาค กับสอง ถ้าเขาไม่ได้บอกว่า บริจาคเพื่ออะไร ถ้าตัวมูลนิธิถูกตรวจพบว่าโอนออกไปให้มูลนิธิอื่นเราจะมีความผิดตามข้อบังคับ ซึ่งยังไม่มีการเกิดขึ้น ที่ผ่านมาโอนไป 2 ที่ คือมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ และเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค แจ๊คสัน หวัง ประสงค์ให้บริจาคต่อไปยังสองมูลนิธิ เราทำตามประสงค์ของผู้บริจาค ด้วยการโอนไปมูลนิธิละ 1,160,000 บาท และมีเงินคงเหลือ 1,08,0119 บาท อยู่กับมูลนิธิ

ส่วนในกรณีการถูกกล่าวหาว่าเบิกเงินสดออกจากบัญชีของมูลนิธิ เพื่อนำไปใช้จ่ายส่วนตัวนั้น นายกัน จอมพลัง ระบุว่า ทางบัญชีตรวจสอบแล้วไม่พบการถอนเงินสดออกจากมูลนิธิเลย เรื่องของเงินสดเราจะไม่ถอนออกเลย เพราะเงินสดมันสามารถไปทุจริตได้ แล้วไม่มีรายการเดินเลย อาจมีปัญหาในอนาคตได้ เราเลยไม่มีการกดเงินสด ซึ่งอยากให้ผู้ที่กล่าวหาแสดงหลักฐานในการทำสเตตเมนต์ต่าง ๆ วันนี้การที่พูดออกมาทำให้หลายคนเข้าใจผิด และคลาดเคลื่อน

ส่วนในประเด็นที่เลือกมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่านั้น ประธานมูลนิธิ กันจอมพลังฯ ระบุว่า ในตอนนั้นหลายมูลนิธิออกมาร่วมกันช่วยเหลือสังคมตั้งแต่แจกข้าวน้ำท่วม และยังไม่มีมูลนิธิในใจ จึงเลือกมาชื่อหนึ่งที่ไม่ได้รับแค่ทรัพย์สิน แต่รวมถึงหน้าที่และภาระของมูลนิธิตามข้อบังคับดังกล่าว และเขาก็พร้อมที่จะยอมรับมัน ทำให้กลายมาเป็นมูลนิธิที่เหมาะสมที่สุดในตอนนั้น ซึ่งต้องขออภัยที่คิดน้อย เนื่องจากต้องการเร่งให้จัดตั้งมูลนิธิเสร็จสิ้นโดยเร็ว โดยไม่ได้คำนึงถึงส่วนนี้

ซึ่งนายกัน จอมพลัง ระบุเสริมว่า ตอนนี้ทีมงานได้มีการพูดคุยกันว่าจะปรับแก้ไขชื่อมูลนิธิธรรมนัสออกไป

“ตอนนี้มีการพูดคุยกับทุกคนในมูลนิธิ สะเด็ดน้ำกันแล้วว่า เรารีบ ไม่ได้มีอะไรเลย มันอาจจะทำให้ทุกคน เราไม่คิดว่ามันจะมีปัญหาแบบนี้ อาจทำให้ทุกคนไม่สบายใจ ซึ่งมูลนิธิที่เราทำไม่ได้มีเจตนาว่าทำแล้วจะเอาเงินไปให้ใครเลย เพื่อความสบายใจของทุกท่าน วันนั้นผมอาจจะคิดน้อย ไม่คิดว่าจะทำให้ทุกคนไม่สบายใจขนาดนี้ เราประสานไปที่มูลนิธิที่มีความมั่นคงมาก ๆ แห่งหนึ่ง เราจะเปลี่ยนไปเป็นที่อื่น หลังจากนี้ผมเชื่อว่าทุกคนจะตรวจสอบได้ว่าเราเปลี่ยนไปที่ใด ผมเชื่อว่าเป็นที่ที่ดี และมั่นคงมาก ๆ” กัน จอมพลัง กล่าว

เมื่อถามว่าทำไมกันไม่มาเป็นประธานมูลนิธิเอง กัน จอมพลัง กล่าวว่าตอนแรกคิดใช้ชื่อตน เพราะเมื่อตายไปแล้วก็จะช่วยต่อได้ อีกมุมการไม่มีอำนาจก็จะเป็นความโปร่งใส หลายคนอาจคิดว่าไม่นั่ง ไม่โปร่งใส วันนี้หลายคนอยากให้นั่ง ก็จะมานั่งเอง ถ้าเราไม่โปร่งใส เดี๋ยวผมมานั่งเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กัน จอมพลัง เงินบริจาค