กลุ่ม 10 สมาคมอุตสาหกรรมเหล็กไทย ยื่นหนังสือเมื่อบ่ายนี้ (24 ต.ค. 2568) หลังพบโรงงานที่ถูกสั่งปิดชั่วคราวพยายามบี้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งเปิด หวั่นสินค้าเหล็กไม่ได้ มอก. สู่ตลาดอีกครั้ง
รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ (24 ต.ค. 68) กลุ่ม 10 สมาคมอุตสาหกรรมเหล็กไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้เข้มงวดการอนุญาตโรงงานผลิตเหล็กเส้นที่ถูกสั่งปิดชั่วคราวกลับมาดำเนินการ หลังพบว่ามีบางโรงงานที่เคยถูกปิดจากการผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐาน พยายามขอเปิดใหม่
โดยสมาคมเห็นว่า หากอนุญาตโดยไม่ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน มอก. อาจทำให้เหล็กไม่ได้คุณภาพกลับเข้าสู่ตลาด กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน และสร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้เตาหลอม Induction Furnace (IF) ซึ่งไม่มีระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็ก
กลุ่มสมาคมเสนอให้อนุญาตเฉพาะโรงงานที่ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นไปตาม มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 อย่างครบถ้วน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ทำงานร่วมกันในการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพเหล็กไทยและสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม
ซึ่งการยื่นหนังสือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการเข้าตรวจโรงงานผู้ผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตโดยกระทรวงอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีการผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขาดมาตรฐานในการจัดการความปลอดภัย และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
ซึ่งในขณะนี้โรงงานผู้ผลิตจำนวนหนึ่งยังคงถูกคำสั่งของกระทรวงอุตสาหกรรมให้ปิดโรงงานชั่วคราว โดยล่าสุดทราบว่าโรงงานที่ถูกสั่งปิดดังกล่าวกำลังพยายามขออนุญาตกระทรวงอุตสาหกรรมกลับมาเปิดดำเนินการใหม่อีกครั้ง
ซึ่งในเรื่องนี้กลุ่ม 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย มีความเป็นห่วงอย่างมาก หากมีการอนุญาตให้โรงงานเหล่านี้กลับมาผลิตสินค้าด้วยการปฏิบัติแบบเดิมก็จะมีสินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไม่ได้มาตรฐานกระจายออกสู่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งจะกลับไปสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตสินค้าที่เป็นไปตามมาตรฐาน
ทั้งนี้ จากข้อมูลการตรวจสอบโรงงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ผ่านมา พบว่าโรงงานที่ถูกระงับการประกอบกิจการดังกล่าว ใช้กระบวนการหลอมด้วยเตา IF ซึ่งข้อจำกัดของเตาหลอมประเภทนี้คือไม่มีระบบออกซิเดชั่น และการสร้างสแลกซ์สำหรับกำจัดหรือดูดซับสารมลทิน เช่น ฟอสฟอรัส กำมะถัน และสิ่งเจือปนที่มากับเศษเหล็ก เช่น โบรอน เป็นต้น ทำให้ควบคุมคุณสมบัติทางเคมี ตลอดจนปริมาณของสารมลทินและสิ่งเจือปนได้ยาก จึงต้องมีกระบวนการคัดเลือกเศษเหล็กที่ใช้เป็นวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน และเตรียมเศษเหล็กที่สะอาด
และต้องมีการเติมส่วนผสมทางเคมีด้วยธาตุต่าง ๆ ลงไปในกระบวนการการหลอมอย่างแม่นยำ และจะต้องมีกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กด้วยเตาปรุงน้ำเหล็ก แต่ปรากฏว่าโรงงานกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์ กล่าวคือมี 2 โรงงานเท่านั้นที่มีเตาปรุงแต่มิได้มีการใช้งานในการผลิตอย่างสม่ำเสมอแต่อย่างใด สิ่งที่เป็นประจักษ์พยานอีกอย่างหนึ่งคือการตก มอก. ที่ผ่านมาของบางโรงงาน ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการไม่สามารถควบคุมส่วนผสมทางเคมี เช่น ค่าโบรอน ให้เป็นไปตาม มอก. ได้
ดังนั้น 10 สมาคมจึงใคร่ขอเรียนเสนอกระทรวงอุตสาหกรรมโปรดพิจารณา ให้โรงงานที่ถูกสั่งปิดดังกล่าวที่จะกลับมาขอเปิดดำเนินการอีกครั้ง ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตอย่างเคร่งครัดครบถ้วน