เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

‘เดจาวู’ คล้าย 55 ปีที่แล้ว ราคาทอง ‘สะวิง’ สุดขอบโลก

26 ต.ค. 2568 | 12:30น.
Deja-Vu-gold-price
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ราคาทองคำที่มีการขยับขึ้น-ลงรุนแรงยิ่งกว่า “รถไฟเหาะตีลังกา” อันโลดโผน ในระดับที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน จากที่เคยขึ้นไปสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,359 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ในวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม แต่ในวันต่อมาก็ “ดิ่งลงหนัก” จนช่วงหนึ่งหลุด 4,100 ดอลลาร์ หรือลดลง 6.3%

นับว่าดิ่งลงภายในวันเดียวมากที่สุดในรอบ 12 ปี ขณะเดียวกัน หากนับจากต้นปีนี้ (2025) ราคาทองคำเพิ่มขึ้นไปแล้ว 50%

อย่างที่ทราบกันมาตลอด ว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการซื้อขายและราคาทองคำ ก็คือความขัดแย้งทางการค้าที่ตึงเครียดอย่างหนักระหว่างจีนกับสหรัฐ ทำให้จีนหันไป “ซื้อทองคำ” ตุนไว้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์และกระจายความเสี่ยง เช่นเดียวกับธนาคารกลางอื่น ๆ เพิ่มการถือครองทองคำ อีกทั้งนโยบายของทรัมป์ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจในดอลลาร์ จนส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า

แต่เมื่อสถานการณ์บางอย่างส่งสัญญาณจะเปลี่ยนไปในทางบวก เช่น การที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จากเดิมที่เคยขู่จะขึ้นภาษีจีนอีก 100% ก็แสดงท่าทีอ่อนลง ก็มีผลทำให้ราคาทองคำกลับทิศอย่างรุนแรงในชั่วพริบตา

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าในภาพรวมแล้ว “จีน” เป็นผู้มีบทบาทมากที่สุด และเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้ราคาทองพุ่ง “ทะลุหลังคา” โดย ทอร์สเตน สล็อก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Apollo Global Management หนึ่งในนักวิเคราะห์ที่ทรงอิทธิพลของวอลล์สตรีตระบุว่า บทบาทของจีนต่อราคาทองคำไม่ได้จำกัดอยู่ที่ “ธนาคารกลาง” ของจีน ซึ่งเร่งซื้อทองคำเข้าไว้ในทุนสำรองระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ Arbitrage Trading หรือการทำกำไรจากส่วนต่างของราคาสินทรัพย์เดียวกัน ในตลาดต่างกันของนักลงทุนจีน นอกจากนี้ ยังเกิดจากความต้องการซื้อทองคำของชาวจีนที่เห็นว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจมหภาคในระดับนี้ เชื่อว่าบรรดาธนาคารกลางทั่วโลกก็จะถือครองทองคำเพิ่มขึ้นมากกว่าดอลลาร์ในอีกไม่นาน

ราคาทองคำทะลุ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากทรัมป์ออกมาขู่ล่าสุดว่าจะขึ้นภาษีจีนอีก 100% ส่งผลสะเทือนต่อการค้าโลก และกัดเซาะความมั่นใจในค่าเงินดอลลาร์จนอ่อนค่าลง ทองคำจึง “เปล่งประกาย” มากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยสำหรับนักลงทุน

สล็อกระบุว่า ธนาคารกลางจีนเข้าซื้อทองคำไม่หยุดติดต่อกัน 11 เดือน เมื่อนับจนถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งตามตัวเลขอย่างเป็นทางการของจีน อ้างว่ามีทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศแล้ว 2,264 ตัน ในกลางปี 2025 แต่ฉันทามติของแวดวงอุตสาหกรรมทองคำบ่งชี้ว่าการถือครองแท้จริงสูงกว่านั้น เพราะจีนมักจะรายงาน “ต่ำกว่าความเป็นจริง” เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ซึ่งความลี้ลับน่าสงสัยเช่นนี้ มันได้สร้าง “ราคาขั้นต่ำ” ที่ส่งสัญญาณให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนส่วนบุคคล “กระโดดเล่นตาม” ยิ่งเป็นการเสริมแรงวัฏจักรของความต้องการทองคำ

นอกจากจีนจะเป็นผู้กระตุ้นสำคัญแล้ว ภาคธุรกิจของอเมริกันที่ประสบกับความไม่แน่นอนมากขึ้นจากนโยบายของทรัมป์ก็หันไปลงทุนทองคำเช่นกัน จึงเป็นอีกแรงที่ช่วยดีดราคาทองคำขึ้นไป โดยโกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำเป็น 4,900 ดอลลาร์ภายในเดือนธันวาคม 2026

นักวิเคราะห์อีกหลายคนยกให้สถานการณ์ราคาทองคำในปัจจุบัน ว่าเทียบได้กับเหตุการณ์ทศวรรษ 1970 เมื่ออดีตประธานาธิบดี “ริชาร์ด นิกสัน” ของสหรัฐยกเลิก “มาตรฐานทองคำ” อันเป็นการยกเลิกการผูกค่าเงินไว้กับปริมาณทองคำ จนสร้างความ “ช็อก” ให้กับตลาด และเกิดความปั่นป่วนด้านการคลัง ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นมากกว่า 2,300% ตลอดทศวรรษนั้น คำทำนายของนักวิเคราะห์เหล่านี้เหมือนเป็นการบอกว่าราคาทองคำจะยัง “วิ่งขึ้นอีกหลายปี”

แม้แต่นักวิเคราะห์ที่ได้ชื่อว่า “ไม่เชื่อในทองคำ” มาเป็นเวลานาน อย่างเจมี ไดมอน ซีอีโอของมอร์แกน เชส ก็ยังต้องยอมรับความนิยมในทอง และยอมแนะนำให้ลูกค้ามีทองคำไว้ในพอร์ต เช่นเดียวกับเคน กริฟฟิน ซีอีโอของ Citadel ที่เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทองคำ และยอมรับว่าทองกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แบบเดียวกับที่ตนมองว่าดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ “น่ากังวล” ตนไม่มีความสุขที่เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น

เอ็ด ยาร์เดนิ นักวิเคราะห์มากประสบการณ์ทำนายว่า หากแนวโน้มของการ “ขายสินทรัพย์รัฐบาล” และสกุลดอลลาร์ เพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ปลอดภัยและสู้กับเงินเฟ้อได้ดีกว่ายังคงดำเนินต่อไป ก็มีโอกาสที่ราคาทองคำจะไต่ขึ้นไปอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปีหน้า (2026) และ 10,000 ดอลลาร์ภายในปี 2028

สำหรับความคืบหน้ากำหนดการพบปะกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ผู้นำสองประเทศจะพบปะกันตัวต่อตัวที่เกาหลีใต้ ก่อนการประชุมความร่วมมือเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายนนั้น ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจว่าจะได้ “ข้อตกลงที่ดี” กับจีน เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำจีน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ไม่เชื่อว่าทรัมป์จะสามารถใช้ “เสน่ห์ส่วนตัว” หว่านล้อมจีนได้ เพราะบุคลิกของสี จิ้นผิง ไม่ใช่คนอ่อนไหวทางอารมณ์ที่จะเปลี่ยนใจได้ง่าย ๆ

นักวิเคราะห์ระบุว่า สี จิ้นผิง “เป็นฝ่ายรุก” เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้จีนแสดงให้เห็นความแข็งแกร่งและไม่ปิดบังว่า “เหนือกว่า” ด้วยการควบคุมการส่งออก “แร่หายาก” ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสูง ตั้งแต่เครื่องปั่นในครัวไปจนถึงเครื่องบินขับไล่ แต่คงยากที่สองฝ่ายจะบรรลุการต่อรองใหญ่ ๆ ระหว่างกัน โดยทรัมป์นั้นแสดงความต้องการให้จีนยุติการจำกัดการส่งออกแร่หายาก แก้ปัญหาเฟนทานีล และซื้อถั่วเหลือง เพื่อสร้างคะแนนนิยมในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026