นายพลพงศ์ วังแพน อธิบดีกรมอาเซียน (EAS) ให้สัมภาษณ์ถึงสาระสำคัญการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระบุอาชญากรรมไซเบอร์ทางออนไลน์ ส่งผลกระทบทั้ง 3 เสาหลักอาเซียน บั่นทอนเศรษฐกิจดิจิทัลที่ไทยผลักดัน
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม นายพลพงศ์ วังแพน อธิบดีกรมอาเซียน (EAS) ให้สัมภาษณ์ถึงสาระสำคัญการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคมนี้
นายพลพงศ์กล่าวว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าของนโยบายของขั้วอำนาจต่าง ๆ ทำให้เรื่องของเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศเสียสมดุลพอสมควร
สาระสำคัญในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ ไทยให้ความสำคัญกับประเด็นหลัก คือ การเกื้อหนุนเรื่องสันติภาพและเสถียรภาพ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการรวมตัวในภูมิภาคอาเซียน การพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยทั้งหมดมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ปราบสแกมเมอร์ – พัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
อธิบดีกรมอาเซียนระบุว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญ ในปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยไทยเป็นประธานคณะเจรจากรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล โดยคาดหวังว่าจะสามารถเจรจาได้สำเร็จภายในปี 2026
หากสำเร็จความตกลงฉบับนี้จะเป็นความตกลงภูมิภาคฉบับแรก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้มูลค่าเศรษฐกิจของอาเซียนพุ่งไปถึงที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32.7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 โดยเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคตและเป็นตัวเสริมเกื้อหนุนนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี หากอาชญากรรมทางด้านไซเบอร์ยังคงรุนแรงต่อไป ก็จะบั่นทอนเศรษฐกิจเหล่านี้ลง โดยก่อนหน้านี้ อาเซียนมีความร่วมมือในการปราบปรามสแกมเมอร์ออนไลน์มา 2-3 ปีแล้ว แต่ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่ปัญหาสแกมเมอร์ออนไลน์รุนแรง ถึงขั้นประเทศนอกภูมิภาคให้ความสนใจ เพราะว่า ประชาชนเหล่านั้นก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ดังนั้นต้องใช้ความร่วมมือในระดับนานาชาติ
ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์เป็นปัญหาข้ามพรมแดน ข้ามเสาความร่วมมือของอาเซียน ที่มีทั้งหมด 3 เสาหลัก คือ การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งอาชญากรรมไซเบอร์ทางออนไลน์ ส่งผลกระทบทั้ง 3 เสาหลักอาเซียน ที่ผ่านมาประเทศไทยพยายามชูบทบาทในการปราบปรามสแกมเมอร์ในทุกเสา เช่นเสาการเมือง มีการประชุมระดับรัฐมนตรีได้ต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ภายใต้กลไกนี้มีการตั้งคณะทำงานมา 1 ชุดของอาเซียน ไปเกื้อหนุนคณะทำงานเศรษฐกิจ ซึ่งต้องช่วยกัน
กระทรวงการต่างประเทศได้ผลักดันการบริหารจัดการชายแดน ผ่าน ASEAN border management roadmap เสริมสร้างความสามารถของเจ้าหน้าที่ การตรวจจับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมเมอร์ออนไลน์
“ในการประชุมสุดยอดอาเซียน จะมีปฏิญญาร่วมกัน ซึ่งมีการพูดคุยกันด้วยว่า ถ้อยแถลงผู้นำอาเซียนจะให้เพิ่มความร่วมมือการปราบปรามออนไลน์สแกม ไม่เฉพาะอาเซียนแต่รวมไปถึงนอกภูมิภาคด้วย” นายพลพงศ์กล่าว