เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
กทม.ลอกท่อ-ขุดลอกคลองต่อเนื่อง เคลียร์ทางน้ำตลอดปี
Real Estate กทม.ลอกท่อ-ขุดลอกคลองต่อเนื่อง เคลียร์ทางน้ำตลอดปี
Lawson 108 เปิดเครื่องแลกเงินอัตโนมัติ รองรับ 12 สกุลเงิน ใช้เวลาเร็วสุด 1 นาที
Business Lawson 108 เปิดเครื่องแลกเงินอัตโนมัติ รองรับ 12 สกุลเงิน ใช้เวลาเร็วสุด 1 นาที
วิกฤตไซเบอร์ช็อกโลก 30 ชาติผวา เฮโล เตือนสำรองน้ำ-อาหาร-เงินสด
Tech วิกฤตไซเบอร์ช็อกโลก 30 ชาติผวา เฮโล เตือนสำรองน้ำ-อาหาร-เงินสด
SET เสียหลักหลุด 1,500 จุด! สถาบัน-โบรกฯ เทขาย 1.97 พันล้าน ต่างชาติสวนซื้อ
Finance SET เสียหลักหลุด 1,500 จุด! สถาบัน-โบรกฯ เทขาย 1.97 พันล้าน ต่างชาติสวนซื้อ
Super LBA ดึง 3 แม่ทัพธุรกิจ ถ่ายทอดกลยุทธ์ความยั่งยืน CG-ESG
Biz Movement Super LBA ดึง 3 แม่ทัพธุรกิจ ถ่ายทอดกลยุทธ์ความยั่งยืน CG-ESG
เมตตา รุ่งรัตน์ นักแสดงอาวุโส “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” เสียชีวิต อายุ 83 ปี
News เมตตา รุ่งรัตน์ นักแสดงอาวุโส “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” เสียชีวิต อายุ 83 ปี
ภูมิใจไทย จ่อแก้ข้อบังคับการประชุม ให้อำนาจประธานสภา เพิ่ม-ลดจำนวน กมธ. 35 คณะได้
Politics ภูมิใจไทย จ่อแก้ข้อบังคับการประชุม ให้อำนาจประธานสภา เพิ่ม-ลดจำนวน กมธ. 35 คณะได้
ปิดฉากมหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ยอดขายทะลุหมื่นล้าน คนรุ่นใหม่แห่ซื้อคอนโดฯ 3-7 ล้าน
Real Estate ปิดฉากมหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ยอดขายทะลุหมื่นล้าน คนรุ่นใหม่แห่ซื้อคอนโดฯ 3-7 ล้าน
ดูทั้งหมด

สื่อเขมรยืนยัน ไทย-กัมพูชาเริ่มถอนอาวุธหนัก หลังข้อตกลงสันติภาพ

28 ต.ค. 2568 | 10:53น.
ไทย-กัมพูชาเริ่มถอนอาวุธหนัก

ขแมร์ไทม์สรายงาน ไทยและกัมพูชาเริ่มถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่พิพาทภายใต้การสังเกตการณ์ของอาเซียน หลังสองผู้นำลงนามถ้อยแถลงร่วม ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมีทรัมป์และอันวาร์ร่วมเป็นสักขีพยาน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสู่สันติภาพถาวรในภูมิภาค

มติชนรายงาน เว็บไซต์ขแมร์ไทม์สรายงานว่า พลโทมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชากล่าวว่า หลังจากการลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มการถอนอาวุธระยะแรกตามแผนเมื่อเวลา 21.00 น. ของวันดังกล่าว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมระหว่างกัน กัมพูชาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าก้าวย่างเชิงบวกนี้จะมีส่วนช่วยส่งเสริมความพยายามร่วมกันของทั้งสองประเทศในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

พลโทมาลียังยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของกัมพูชาในการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่กัวลาลัมเปอร์อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และจะยังคงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศไทยต่อไป เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองชาติ ตลอดจนประชาชนของทั้งสองประเทศต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน

สำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชารายงานว่า ในช่วงค่ำคืนของวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม กัมพูชาและไทยได้เริ่มถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพทำลายล้างออกจากพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาทระหว่างกัน และเคลื่อนย้ายกลับไปยังฐานทัพตามปกติของแต่ละประเทศ ภายใต้การสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT

ขณะเดียวกัน เฟรชนิวส์ยังรายงานด้วยว่า ในช่วงเช้าวันที่ 27 ตุลาคม กัมพูชายังดำเนินการถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ในระยะแรกออกจากอำเภอบันทายศรี จ.เสียมเรียบ ภายใต้การสังเกตการณ์ของ AOT อีกด้วย

การลดความตึงเครียดทางทหารครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการลงนามใน “ถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย” ที่ประเทศมาเลเซียในวันเดียวกัน โดยสมเด็จฯฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน

เฟรชนิวส์ระบุว่า วันดังกล่าวถือเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับกัมพูชาและไทย เพราะเป็นวันที่ได้มีการย้ำความเชื่อมั่นร่วมกันว่า สันติภาพสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ หากประเทศต่าง ๆ มีความกล้าหาญและมีสติปัญญาที่จะร่วมกันไขว่คว้ามัน

กัมพูชาได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่จะปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมฉบับนี้อย่างครบถ้วนและด้วยความซื่อสัตย์ ทั้งจะความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับประเทศไทยและภาคีทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าสันติภาพนี้จะคงอยู่ และนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังได้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศและภาคีต่าง ๆ ให้การสนับสนุนและร่วมมีส่วนร่วม เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการดำเนินการเพื่อให้บรรลุผลที่เป็นรูปธรรมตามที่กำหนดไว้ในถ้อยแถลงร่วมนี้