ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณปี 2569 โดยมี นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่าน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าหลายโครงการ
รวมทั้งโครงการเรือโดยสารรอบเกาะภูเก็ต หรือ Boat Taxi เพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัด โดยให้นักท่องเที่ยวและประชาชนในจังหวัดภูเก็ตหันมาใช้บริการเรือโดยสารแทน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น
โดยโครงการ Boat Taxi ได้มีการนำเสนอกันมานับ 10 ปีแล้ว แต่ไม่มีความก้าวหน้า เนื่องจากมีหลากหลายปัญหาในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ตั้งแต่การวิ่งในทะเลที่มีมรสุมคลื่นลม การเลือกสถานที่ทำท่าเรือขึ้น-ลง มีบางคนเสนอให้ทำเพียงบางจุดเท่านั้น ขณะที่มีบางส่วนเสนอว่า ควรทำท่าเรือรอบเกาะให้ประชาชนทั่วไปได้มาใช้บริการ คล้ายกับเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา หลังขึ้นจากเรือจะต่อรถไปโรงแรมที่พักอย่างไร ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ฯลฯ
ล่าสุด สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต แจ้งว่า ทางจังหวัดภูเก็ตได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะทำงานพิจารณาโครงการคมนาคมขนส่งทางน้ำ” แก้ปัญหาการจราจร ในโครงการ Boat Taxi เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 เพื่อประชุมหาข้อสรุปเรื่องดังกล่าว
สรุปสาระสำคัญ คือจะใช้ท่าเรือนำร่องของ “อุทยานแห่งชาติสิรินาถไปป่าตอง” ก่อน โดยจะมีการจัดตั้งหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่ท่าอากาศยานภูเก็ต การใช้อาคารผู้โดยสาร การแนะนำผู้โดยสารจากสนามบินภูเก็ตไปยังท่าเทียบเรือต้นทาง คือ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ร่วมกับ อบต.สาคู ต้องมีจุดพักคอย จุดให้ผู้โดยสารขึ้น-ลงเรือ
โครงการนี้เพื่อแก้ปัญหาการจราจรจังหวัดภูเก็ต โดยเลี่ยงการจราจรทางบกไปใช้ทางน้ำ ระยะทางคำนวณต้นทาง จากอุทยานสิรินาถไปป่าตอง รวม 26.7 ไมล์ หรือ 30 กิโลเมตร ความเร็วเรือ 25 นอต ใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 40 นาที ถ้าเดินทางไปโดยรถโดยสารปัจจุบันใช้เวลา 1 ชั่วโมง ถึง 1.30 ชั่วโมง หรือบางครั้งการจราจรติดขัดหนักต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งการเดินทางทางน้ำเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
โดยพื้นที่ศึกษา อยู่ที่ด้านหลังสนามบินภูเก็ต ที่บริเวณติดกับส่วนของศูนย์ควบคุมวิทยุการบิน แต่เป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติสิรินาถและ อบต.สาคู ส่วนพื้นที่ปลายทางที่ป่าตอง เป็นลักษณะของ “ท่าเทียบเรือลอยน้ำ” (Floating Dock) ซึ่งมีอยู่แล้วในการรับเรือสำราญ เนื่องจากโครงการนี้อยู่ในช่วงการศึกษาทดลองความเป็นไปได้เส้นทางการขึ้นลง การเทียบเรือว่าจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ จึงใช้ท่าเทียบเรือที่มีอยู่ทำการทดลองไปก่อน
สำหรับสภาพอากาศ เส้นทางที่ใช้อยู่ในฝั่งตะวันตก ในเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน เป็นช่วงมรสุม และเดือนนี้ตุลาคมสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยไม่สามารถทดลองวิ่งได้ จึงเป็นการคาดการณ์จะทำการทดลองประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน นายรังสิมันตุ์ กิ่งแก้ว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้เสนอให้นำร่องทดลอง นอกจากความสะดวกสบายแล้วให้ดูประเด็นความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตแม้จะไม่ใช่หน้ามรสุม แต่ก็มีฝนตกและมีพายุเข้าได้เป็นช่วง ๆ ดังนั้นอาจจะต้องทดลองดู ว่าทำได้จริงหรือไม่ มีข้อจำกัดข้อเสียอย่างไร ซึ่งข้อจำกัดด้านกฎหมายมีมาก หลายหน่วยงาน ตั้งแต่รถจากสนามบินไปส่งที่อุทยานก็ต้องขอใบอนุญาต ก็ต้องมีกฎหมายที่ต้องทำ
ด้าน นายจรัล ส่างสาร เลขาธิการหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า โครงการ Boat Taxi มีแนวคิดมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ไม่สำเร็จ เพราะว่า ภูเก็ตมีช่วงฤดูกาลที่พายุเข้า และเรือวิ่งไม่ได้ อันตราย และคนไม่กล้าลงทุน แต่โครงการ Boat Taxi ถือเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ส่วนจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดต้องดูในวันข้างหน้า
นายไวทฑ อุปัติศฤงค์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด กล่าวว่า การที่นักท่องเที่ยวออกจากสนามบินไปอีกอาคารหนึ่งแล้วต้องนั่งรอรถไปขึ้นเรืออีก ลูกค้าคงเหนื่อย การทดลองต้องเปรียบเทียบระยะเวลาจากสนามบินไปยังท่าเรือ และจากท่าเรือไปยังจุดหมายปลายทาง ใช้เวลาพอกับนั่งรถหรือไม่ ทำอย่างไรให้เดินทางได้ง่ายที่สุด
ด้าน นายสรายุทธ มัลลัม อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ต้นทางจากสนามบินภูเก็ตไปปลายทางป่าตองจะมีรถอะไรมารับ ถ้าโรงแรมอยู่ข้างในเมือง ค่าโดยสารต่อหัวหรือเหมาจ่าย ซึ่งเวลาไปโรดโชว์ ค่าโดยสารทั้งครอบครัวมา 4 คน 2,000 บาท แล้วต้องมาเสียค่าแท็กซี่จากท่าเรือไปโรงแรมอีกเท่าไหร่ ถ้าเอากระเป๋าเดินทางมา 6-7 คน รถแท็กซี่คันเดียวไม่พอ ขอให้มีการควบคุมราคา Taxi ปลายทางด้วย
ขอให้ทดลองดู เพื่อให้เสถียรมากที่สุด มิเช่นนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น แทนที่จะเป็นผลดี กลายเป็นภาพลักษณ์ที่เสียหายของจังหวัด ไม่คุ้ม ดังนั้น ถ้าเดินทางไปทางรถปลอดภัยกว่า เจอรถติดก็ต้องยอมติด แต่ต้องช่วยกัน ให้อำนวยการให้การจราจรทางรถให้รวดเร็วขึ้น