เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

บ้านว่างในไทย 1.64 ล้านหลัง สัญญาณอันตรายอสังหาฯ เปิดโผทำเลต้องระวัง

02 พ.ย. 2568 | 20:47น.
property

กลายเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตา หลังอัตรา “บ้านว่าง” ในประเทศไทย ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นดัชนีชี้วัดแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

บ้านว่างคืออะไร ทำไมถึงว่าง?

มติชนรายงาน “โสภณ พรโชคชัย” ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) ซึ่งได้ทำสำรวจบ้านว่างไว้ตั้งแต่ปี 2558 และติดตามผลต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ระบุว่า“บ้านว่าง”หรือ Unoccupied Housing Units คือบ้านแนวราบและห้องชุดสำหรับการซื้อขายที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีผู้เข้าอยู่อาศัย หรือมีผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 15 หน่วยต่อเดือน โดยอาจจะมาทำความสะอาดบ้านเป็นครั้งคราว แต่ไม่ได้อยู่อาศัย รวมตั้งแต่บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว และห้องชุดที่เป็นที่อยู่อาศัยที่มีไว้เพื่อการซื้อขาย ยังไม่รวมอพาร์ตเมนต์ให้เช่า หอพักหรือที่อยู่อาศัยเพื่อการให้เช่าอื่นๆ

“บ้านว่างเกือบทั้งหมดอยู่ในการครอบครองของผู้ที่ซื้อไปแล้ว ไม่ได้อยู่ในมือของผู้ประกอบการพัฒนาที่ดิน จึงไม่ได้เป็นภาระของผู้ประกอบการแต่อย่างใดซึ่งบ้านว่างเป็นเครื่องชี้ถึงภาวะตลาดที่อยู่อาศัยที่ชัดเจนที่สุด ถ้ามีบ้านว่างเหลืออยู่มาก แสดงว่าปัญหาขาดแคลนที่อยู่อาศัยคงมีไม่มากนัก แต่อีกด้านอาจแสดงให้เห็นถึงปัญหาการเก็งกำไรจนเกินควร ทำให้มีบ้านเหลืออยู่โดยไม่มีผู้เข้าอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก”

นอกจากนี้การมีบ้านว่างมากเกินไปยังสะท้อนให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยมีปัญหาจนทำให้บ้านที่จะสร้างขึ้นใหม่ขายได้ยาก หากผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินมีปัญหาในการขาย อาจส่งผลกระทบถึงความมั่นคงของสถาบันการเงินที่อำนวยสินเชื่ออีกด้วย ขณะเดียวกันตัวเลขบ้านว่างมีความสำคัญต่อการวางแผนทั้งภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการวางนโยบายและแผนต่อการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัย

สำหรับ“นักพัฒนาที่ดิน“สามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อเพิ่มความระมัดระวังไม่พัฒนาในที่ๆ มีสินค้าล้นตลาด เพราะบ้านว่างเหล่านี้อาจมาขายแข่ง ยิ่งกว่านั้นข้อมูล”บ้านว่าง“ยังเป็นประโยชน์ต่อสถาบันการเงินที่อำนวยสินเชื่อ  นักลงทุน ตลอดจนผู้ซื้อบ้านที่ต้องมีข้อมูลการลงทุนซื้อบ้าน

ปี68 บ้านว่างพุ่ง 1.64 ล้านหลัง มูลค่า 3.4 ล้านล้าน

”โสภณ“กล่าวว่า การสำรวจบ้านว่างเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2558 และครั้งที่ 2 ในปี 2541 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540-2544 พบจำนวนบ้านว่างในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีจำนวนสูงถึง 350,000 หน่วย หรือ 14% ของที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ในขณะนั้น ต่อมาปี 2546 พบมีบ้านว่างถึง 362,118 หน่วย ปี 2561 อยู่ที่ 525,889 หน่วย  โดยปีหนึ่งๆ มีการผลิตที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 110,000-120,000 หน่วย จึงนับว่าบ้านว่างมีจำนวนมหาศาล แต่ก็ยังไม่ถึงกับเป็นสัญญาณอันตราย

การประมวลผลบ้านว่างปี 2568 โดยนำข้อมูลของการไฟฟ้ามาวิเคราะห์เพิ่มเติมจากข้อมูลการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยได้ข้อมูลที่กว้างขวางชัดเจนยิ่งขึ้น โดยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีที่อยู่อาศัยรวมกันถึง 6,390,376 หน่วย คาดว่ามีบ้านว่างถึง 734,893 หน่วย หรือ11.5% ของทั้งหมด  ส่วนใหญ่ 58% เป็นห้องชุดพักอาศัย สะท้อนมีการเก็งกำไรในห้องชุดมาก จึงเกิดการว่างของบ้านเป็นจำนวนมาก ยังมีบ้านว่างเป็นทาวน์เฮาส์ 24% บ้านเดี่ยว 11% ตึกแถว 4% บ้านแฝด 3%

“ช่วงนับ 10 ปีที่ผ่านมา ห้องชุดเปิดใหม่มีมากกว่าครึ่งหนึ่งมาโดยตลอด จึงทำให้ห้องชุดมีสัดส่วนบ้านว่างมากเป็นพิเศษ จะเห็นได้ว่าห้องชุดมีสัดส่วนบ้านว่างสูงถึง 24.8% แสดงว่า 1 ใน 4 ของห้องชุดไม่มีผู้เข้าอยู่อาศัย เป็นสัญญาณอันตรายของตลาดห้องชุดพักอาศัย และหากมีการสร้างที่ไม่เป็นที่ยอมรับในตลาด อาจขายได้ยากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มต่ำ 2 ล้านบาท ที่มีบ้านว่างมากกว่ากลุ่มราคาสูง โดยเฉพาะห้องชุดไม่เกิน 5 แสนบาท ที่ว่างถึง 21.1% ขณะที่บ้านแนวราบ มีสัดส่วนบ้านว่างน้อยมากเพราะยังมีผู้นิยมซื้อ ทั้งนี้น่าห่วงคือบ้านราคาถูกที่ถูกซื้อเก็งกำไรปล่อยเช่าหรือขายต่อมาก เพราะผู้มีรายได้น้อยก็ซื้อได้ ยิ่งบ้านราคาถูก ยิ่งอาจมีการดูแลที่จำกัดอาจจัดเก็บค่าส่วนกลางได้ไม่เพียงพอ ทำให้มีสภาพทรุดโทรม จึงยิ่งกลายเป็นบ้านว่างมากกว่ากลุ่มที่มีราคาสูงกว่า”

ทั้งนี้ หากพิจารณาทั่วประเทศ เริ่มจากจำนวนบ้านในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีอยู่ 6,390,376 หน่วย มีสัดส่วนบ้านว่างประมาณ 11.5% จึงประมาณการจำนวนบ้านว่างในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่ 734,893 หน่วย ส่วนจำนวนบ้านในบริเวณอื่นทั่วประเทศ มี 22,738,143 หน่วย คาดมีสัดส่วนบ้านว่างในบริเวณอื่นทั่วประเทศ 4% เพราะชนบทเป็นพื้นที่ที่มีผู้อยู่อาศัยจริง ดังนั้นจำนวนบ้านว่างในบริเวณอื่นทั่วประเทศ จึงควรเป็น 909,526 หน่วย รวมแล้วจำนวนบ้านว่างรวมทั่วประเทศคือ 1,644,419 หน่วย

“เมื่อประมาณการว่าราคาเฉลี่ยต่อหน่วยคือ 2.1 ล้านบาท ทำให้มูลค่าของบ้านว่างเป็นเงินถึง 3,453,280 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับ 91.3% ของงบประมาณแผ่นดินปี2569 ที่มีค่าเป็นเงิน 3,780,600 ล้านบาท หรือมูลค่าบ้านว่างสูงพอๆ กับงบประมาณแผ่นดินไทยแล้ว”

เปิดพิกัดพื้นที่ต้องระวัง-เซฟโซน

นอกจากนี้“โสภณ”ยังเปิดพิกัดพื้นที่ที่ต้องระวังคือ พื้นที่ที่ห้องชุดมีอัตราว่างสูงสุดกว่าพื้นที่อื่นๆ
-ธนบุรี 28.6%
-นนทบุรี 27.8%
-คลองเตย 27.5%
-บางกะปิ 27.3%
-อื่นๆ (นอกเขต) 26.8%
-บางใหญ่ 26.8%
-บางนา 26.2%

“พื้นที่ธนบุรี”มีอัตราว่างของห้องชุดสูงสุดถึง 28.6% หรือว่าง 1 หน่วยในทุกๆ 3.5 หน่วยของห้องชุด หรือทั้งหมดข้างต้นนี้มีอัตราว่างสูงถึง 1 หลังในทุกๆ ไม่เกิน 4 หลัง จะกลายเป็นอุปทานมาขายแข่งกับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก

สำหรับพื้นที่ที่ถือว่า “ปลอดภัย” โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบ

-สมุทรปราการ 6%
-บางนา 6.8%
-บางพลี 7%
-มีนบุรี 7.2%
-บางกะปิ 7.4%
-นวลจันทร์ 7.6%
-ราษฎร์บูรณะ 7.7%
-คลองเตย 7.9%
-ลาดกระบัง 7.9%
-ธนบุรี 7.9%

พื้นที่ๆ ปลอดภัยที่สุด คือ “สมุทรปราการ” โดยบ้านแนวราบโดยรวมมีอัตราว่างเพียง 6% หรือว่าง 1 หน่วย ในทั้งหมด 16.6 หน่วย รองลงมา บางนา บางพลี มีนบุรี บางกะปินวลจันทร์ ราษฎร์บูรณะ คลองเตย ลาดกระบัง และธนบุรี โดยมีอัตราว่างเพียง 6-7.9% สะท้อนพื้นที่เหล่านี้ยังเหมาะสมที่จะพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบได้อีกตามสมควร

แนะหยุดสร้างใหม่-เก็บภาษีที่ดินบ้านว่าง

จากบ้านว่างจำนวนมาก“โสภณ”มองว่า การพยายามโหมสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา จะยิ่งเพิ่มบ้านว่างให้มีมากขึ้น หน่วยงานราชการจึงควรหาทางในการช่วยระบายที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยมือสองเหล่านี้ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

“แนวทางการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งคือการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของบ้านว่าง เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้สอย โดยเจ้าของอาจจะขายหรือให้เช่าในราคาถูกลงกว่าราคาเรียกขายเดิม ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องออกไปอยู่ชนบทไกลๆ เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย”โสภณกล่าวทิ้งท้าย