Skip to content

มัลดีฟส์ใช้กฎหมาย “คนรุ่นใหม่ห้ามสูบบุหรี่” ที่แรกของโลก

03 พ.ย. 2568 | 13:32น.
มัลดีฟส์ใช้กฎหมาย “คนรุ่นใหม่ห้ามสูบบุหรี่” ที่แรกของโลก

ใครเกิดหลังปี 2007 จะไม่มีสิทธิสูบบุหรี่ไปตลอดชีวิต เพราะมัลดีฟส์เริ่มต้นก้าวสำคัญด้านสาธารณสุข ด้วยการประกาศใช้กฎหมายใหม่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็น “กฎหมายห้ามสูบบุหรี่แบบรุ่นต่อรุ่น (Generational Smoking Ban)” สำหรับบุคคลที่เกิดหลังวันที่ 1 มกราคม 2007 เป็นต้นไป ถือเป็นประเทศแรกของโลกที่บังคับใช้มาตรการลักษณะนี้

กระทรวงสาธารณสุขของมัลดีฟส์ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อ “ปกป้องสุขภาพประชาชนและส่งเสริมสังคมปลอดยาสูบ” โดยเป็นหนึ่งในนโยบายที่ริเริ่มโดย ประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด มุยซซู (Mohamed Muizzu) ซึ่งต้องการสร้าง “คนรุ่นใหม่ปลอดบุหรี่”

“บุคคลที่เกิดหลังวันที่ 1 มกราคม 2007 จะถูกห้ามไม่ให้ซื้อ สูบ หรือถูกขายผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิดภายในประเทศมัลดีฟส์” แถลงการณ์ระบุ

กฎหมายนี้ใช้กับทั้งประชาชนชาวมัลดีฟส์และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศเกาะเล็ก ๆ กว่า 1,191 เกาะ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร และเป็นที่รู้จักในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหรูระดับโลก

ผู้ค้าทุกรายจะต้องตรวจสอบอายุของผู้ซื้อก่อนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบ และจะมีบทลงโทษที่เข้มงวดหากฝ่าฝืน

  • ปรับ 50,000 รูฟียา (ประมาณ 3,200 ดอลลาร์สหรัฐ) หากขายบุหรี่ให้บุคคลต้องห้าม
  • ปรับ 5,000 รูฟียา (ประมาณ 320 ดอลลาร์สหรัฐ) หากฝ่าฝืนกฎเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์สูบไอ (Vape)

กระทรวงสาธารณสุขย้ำว่า กฎหมายฉบับนี้ “ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิด” รวมถึงบุหรี่ มวนยา การนำเข้า การขาย การครอบครอง และการใช้ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภท โดยใช้กับประชาชนทุกคน “ไม่ว่ามีอายุเท่าใดก็ตาม”

นอกจากนั้น ยังบังคับให้ร้านค้าทั่วประเทศต้องตรวจบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารยืนยันอายุอย่างเข้มงวดก่อนการจำหน่ายบุหรี่ทุกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ประเทศนิวซีแลนด์เคยเป็นประเทศแรกในโลกที่ผ่านกฎหมายลักษณะเดียวกันในปี 2022 แต่ภายหลังรัฐบาลใหม่ได้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าวในเดือนพฤศจิกายน 2023 ภายในไม่ถึงหนึ่งปีหลังประกาศใช้ ส่วนในสหราชอาณาจักร แนวคิด “กฎหมายห้ามสูบบุหรี่สำหรับคนรุ่นหลัง” ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาในรัฐสภา และได้รับการถกเถียงอย่างกว้างขวางทั้งในประเด็นสุขภาพและสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล

การเดินหน้านโยบายของมัลดีฟส์ครั้งนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะองค์กรด้านสาธารณสุขที่มองว่าเป็นก้าวย่างสำคัญในการสร้าง “คนรุ่นใหม่ปลอดบุหรี่” ที่ยั่งยืนกว่าแค่การรณรงค์ทั่วไป

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งคำถามว่า การบังคับใช้จริงในประเทศที่มีการพึ่งพาการท่องเที่ยวสูงเช่นมัลดีฟส์จะทำได้เข้มงวดแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อต้องควบคุมนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายล้านคนต่อปี