Skip to content

จากมูลนิธิ กัน จอมพลัง ถึงคำถามเรื่องความโปร่งใส เมื่อเทคโนโลยีคือคำตอบของศรัทธาในยุคดิจิทัล

05 พ.ย. 2568 | 10:23น.
จากมูลนิธิ กัน จอมพลัง ถึงคำถามเรื่องความโปร่งใส เมื่อเทคโนโลยีคือคำตอบของศรัทธาในยุคดิจิทัล
คอลัมน์ : Pawoot.com 
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนคงเห็นชื่อ “กัน จอมพลัง” ปรากฏอยู่บนหน้าข่าวและโลกโซเชียลอีกครั้ง ในฐานะชายผู้มักปรากฏตัวในพื้นที่เสี่ยงเพื่อช่วยเหลือผู้คนจากชายแดนถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติ แต่ครั้งนี้เขากลับถูกพูดถึงในอีกมุม คือมุมของความโปร่งใส เมื่อมีคำถามว่าเงินบริจาคที่ผู้คนร่วมกันส่งเข้ามูลนิธิของเขานั้นถูกนำไปใช้อย่างไร และมีระบบตรวจสอบหรือไม่ ข่าวนี้กลายเป็นไฟลามทุ่งในโลกออนไลน์ เพราะมันแตะใจคนจำนวนมากที่เชื่อในการทำดี แต่ก็อยากเห็นความชัดเจน

ผมเองก็ได้ติดตามเรื่องนี้ด้วยความสนใจ และต้องบอกว่ามันสะท้อนปัญหาที่ใหญ่มากในสังคมไทย ไม่ใช่แค่ของกัน จอมพลัง แต่ของทุกองค์กรที่มีเงินบริจาคเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิ โครงการช่วยเหลือ หรือแม้แต่วัด เมื่อมีเงินเข้า ย่อมต้องมีคำถามว่าเงินออกไปไหน ตัวเลขที่พูดกันหลักร้อยล้านบาท เป็นใครก็คงอดสงสัยไม่ได้ เพราะแม้แต่ผมที่ทำธุรกิจมาหลายสิบปียังรู้เลย ว่าตัวเลขขนาดนี้ถ้าไม่มีระบบมันจะซับซ้อน และสร้างความไม่ไว้วางใจได้ง่ายมาก แต่แทนที่จะหยุดอยู่ที่การตั้งคำถามหรือกล่าวโทษ ผมกลับมองว่านี่อาจเป็นโอกาสทองของภาคประชาสังคมในการเปลี่ยนวิธีทำงานให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยังรักษาความตั้งใจดีไว้เหมือนเดิม

ทุกวันนี้เทคโนโลยีเปิดโอกาสให้เราทำสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายมาก AI และระบบ Payment Gateway สามารถช่วยจัดการระบบเงินเข้าออกของมูลนิธิได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องรอเอกสารหรือคนมานั่งจดในสมุดบัญชีเหมือนเมื่อก่อน ลองนึกภาพ ถ้ามีเว็บไซต์ของมูลนิธิที่ทุกคนสามารถเห็นได้ ว่าวันนี้มีเงินบริจาคเข้ามากี่บาท จากใครบ้าง จะเลือกเปิดหรือปิดชื่อก็ตามแต่สะดวก พร้อมทั้งมีรายงานสรุปอัตโนมัติ ว่าตอนนี้ยอดรวมอยู่ที่เท่าไร จะนำไปใช้กับโครงการใดบ้าง ทั้งหมดนี้แสดงผลได้ทันทีบนหน้าเว็บ

ระบบแบบนี้ทำไม่ยากเลยครับ วันนี้เรามีเครื่องมืออย่าง AI ที่ช่วยสร้างเว็บไซต์แบบนี้ได้ในไม่กี่นาที ต่อเชื่อมกับระบบชำระเงินออนไลน์อย่าง PromptPay เพื่อรับบริจาคโดยตรง ทุกการโอนเงินถูกเก็บในฐานข้อมูล และรายงานอัตโนมัติให้สาธารณะเห็นแบบโปร่งใส เท่านั้นยังไม่พอ การใช้เงินก็สามารถทำให้ตรวจสอบได้เช่นกัน ทุกครั้งที่มีการเบิกจ่าย เช่น ซื้อของ สนับสนุน หรือส่งต่อความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่สามารถแนบบิล สแกนเอกสาร แล้วอัพโหลดเข้าระบบบัญชีออนไลน์ได้เลย ระบบจะลงบันทึกอัตโนมัติ ระบุวันที่ จำนวนเงิน ร้านค้า และโครงการที่ใช้จ่าย ทั้งหมดนี้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกเมื่อ

ลองจินตนาการว่า ถ้าผมตั้งมูลนิธิ “ป้อม ภาวุธ” ขึ้นมาสักแห่ง ผมจะทำให้ทุกบาททุกสตางค์ของเงินบริจาคอยู่ในโลกออนไลน์หมดเลย คุณอยากรู้ว่าเงินเข้าเท่าไร ใช้ไปที่ไหน กดดูได้ทันที พร้อมแนบบิลชัดเจน โปร่งใสกว่าการติดใบเสร็จบนบอร์ดวัดแน่นอน เทคโนโลยีวันนี้ไม่ได้แพง ไม่ได้ซับซ้อน แต่สิ่งที่เราต้องการคือเจตนาที่อยากทำให้โปร่งใสจริง และเมื่อมีเจตนา เครื่องมือจะตามมาเอง

ผมเชื่อว่าคุณกัน จอมพลัง ก็เริ่มต้นจากความตั้งใจดี อยากช่วยคน อยากลงมือ แต่เมื่อองค์กรโตขึ้น ความตั้งใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีระบบ ต้องมีโครงสร้าง และต้องเปิดให้ตรวจสอบได้ ผมไม่ได้มองว่าเขาผิด แต่เหตุการณ์นี้คือบทเรียนให้กับทุกคนที่อยากสร้างการเปลี่ยนแปลง ว่าในยุคนี้ความดีต้องมาพร้อมความโปร่งใส และทางออกของปัญหานี้ไม่ต้องมองไกลเลยครับ อยู่ในมือเราแล้วอย่างเทคโนโลยี

ถ้าเราใช้เทคโนโลยีให้ถูก มูลนิธิ วัด หรือโครงการช่วยเหลือทุกแห่งสามารถมีระบบตรวจสอบได้เหมือนบริษัทมหาชน ทุกคนดูได้แบบเรียลไทม์ ใครบริจาคเท่าไร ใช้เงินตรงไหน บิลอะไร ทั้งหมดอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ผลลัพธ์ที่ได้คือศรัทธา เพราะศรัทธาในยุคนี้ไม่ได้เกิดจากคำพูด แต่มาจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้

ผมอยากชวนให้มองเรื่องนี้ในมุมบวก อย่าปล่อยให้ความสงสัยกลายเป็นความแตกแยก แต่ให้มันกลายเป็นแรงผลักดัน ให้ภาคประชาชนและองค์กรการกุศลในไทยก้าวสู่ยุคใหม่ของความดีแบบโปร่งใส และถ้าวันหนึ่งคุณกัน จอมพลัง กลับมาด้วยระบบแบบนี้ ผมเชื่อว่าเขาจะได้ทั้งความศรัทธาและความเชื่อมั่นกลับมามากกว่าเดิมแน่นอน

เพราะในโลกยุคใหม่การทำดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องทำดีให้เห็นว่าโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ด้วย ถ้ามีหน่วยงานไหนอยากทดลองเริ่มต้นทำ มาคุยกับผมได้นะครับ ผมมี PaySolutions ที่สามารถรับเงินออนไลน์แบบโปร่งใสให้ใช้ได้เลยครับ