ตำรวจไต้หวันรวบแม่ชาวไทย ผู้ต้องสงสัยบังคับให้ลูกสาววัย 12 ขวบ ทำงานค้าบริการทางเพศที่ประเทศญี่ปุ่น
เจแปนทูเดย์ (Japan Today) รายงานว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวหญิงชาวไทย ผู้ต้องสงสัยบังคับให้ลูกสาววัย 12 ปีทำงานค้าบริการทางเพศ ที่ร้านนวดแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการสืบสวนของไต้หวันกล่าวว่า หญิงคนดังกล่าวถูกควบคุมตัวเนื่องจากต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีในไต้หวัน หลังเดินทางเข้าไต้หวันเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้มีชายชาวญี่ปุ่นถูกจับกุมเมื่อต้นสัปดาห์ ในข้อหาบังคับให้เด็กหญิงชาวไทยวัย 12 ปีที่ถูกแม่รายนี้พาไปญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายนทำงานค้าบริการทางเพศที่ร้านนวดดังกล่าว โดยแม่ของเด็กเดินทางออกจากญี่ปุ่นและทิ้งลูกสาวซึ่งถือวีซ่าระยะสั้น 15 วัน
ตำรวจระบุว่าเด็กหญิงให้บริการลูกค้าประมาณ 60 คนระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมและรายได้ทั้งหมดถูกจัดการโดยชายเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นดังกล่าว ในส่วนเงินหลังหักจากส่วนแบ่งของร้านถูกโอนไปยังแม่ของเด็กหญิง
ตามที่ได้ปรากฏข่าวตำรวจในกรุงโตเกียวบุกจับเจ้าของร้านนวดของชาวญี่ปุ่น หลังจากได้รับแจ้งความจากเด็กหญิงชาวไทยอายุ 12 ปีซึ่งถูกนำไปญี่ปุ่นโดยมารดา และถูกบังคับค้าบริการทางเพศในร้านนวดข้างต้นนั้น
เมื่อ 7 พ.ย. นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนกันยายน 2025 โดยเมื่อสถานทูตไทยในกรุงโตเกียวได้รับแจ้งจากฝ่ายญี่ปุ่นก็ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่กงสุลไปเยี่ยมเยาวชนดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2025 เพื่อสอบถามข้อมูลและคัดกรองเพื่อหาข้อบ่งชี้ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism-NRM) ซึ่งพบข้อบ่งชี้ว่าเยาวชนดังกล่าวเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
ปัจจุบันเยาวชนไทยคนดังกล่าวอยู่ในความคุ้มครองของทางการญี่ปุ่น เพื่อเข้ากระบวนการสอบสวนสืบสวนในการขยายผลหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยพํานักอยู่ที่ศูนย์พิทักษ์เด็กและเยาวชนในกรุงโตเกียว ได้รับการดูแลด้านอาหาร เสื้อผ้า การตรวจสุขภาพ และการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม และประสานงานกับสถานทูตอย่างใกล้ชิด
เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น ทางการญี่ปุ่นจะแจ้งกำหนดวันส่งตัวกลับประเทศไทยให้สถานทูตทราบ และกรมการกงสุลจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและครอบครัวเพื่อเตรียมการรับตัวและให้ความช่วยเหลือเยียวยาต่อไป