Skip to content

สถิติแห่งชาติ ชี้ “อีสาน” เทความเชื่อมั่น รัฐบาลอนุทิน “มาก-มากที่สุด”

10 พ.ย. 2568 | 12:36น.
สถิติแห่งชาติ ชี้ “อีสาน” เทความเชื่อมั่น รัฐบาลอนุทิน “มาก-มากที่สุด”

ผล “Quick Survey” สถิติแห่งชาติ ชี้ประชาชนตัวอย่างภาคอีสานร้อยละ 39.3 มีความเชื่อมั่นรัฐบาลในระดับมาก-มากที่สุด สูงกว่าภาคอื่น ภาพรวมประชาชนคาดหวัง รัฐบาลอนุทิน ลดค่าครองชีพ/ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคมากที่สุด

ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า “สำนักงานสถิติแห่งชาติดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายของรัฐบาล พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 17-23 ตุลาคม 2568 สรุปผลที่น่าสนใจได้ดังนี้

ความคาดหวังต่อรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 40.3 คาดหวังให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ/ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุด

รองลงมาคาดหวังให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ (ร้อยละ 31.5) แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา (ร้อยละ 30.8) แก้ปัญหาภาคเกษตร เช่น ราคาพืชผลตกต่ำ ลดราคาปุ๋ย เป็นต้น (ร้อยละ 19.4) และแก้ปัญหายาเสพติด (ร้อยละ 18.1)

นโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลควรดำเนินการ 5 อันดับแรก จากการสัมภาษณ์ประชาชนตัวอย่าง โดยสามารถตอบได้คนละมากกว่า 1 คำตอบ พบว่า

อันดับที่ 1 รัฐบาลควรเร่งดำเนินนโยบายสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ในสัดส่วนที่สูงที่สุด (ร้อยละ 86.8)

อันดับที่ 2 เร่งแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา ด้วยแนวทางสันติภาพ (ร้อยละ 63.8)

อันดับที่ 3 แก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่อง (ร้อยละ 58.5)

อันดับที่ 4 ปราบปรามการพนัน ผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง (ร้อยละ 45.3)

อันดับที่ 5 ขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง (ร้อยละ 32.8)

ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศ ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 31.0 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศในระดับมาก-มากที่สุด (มากร้อยละ 27.6 และมากที่สุดร้อยละ 3.4)

ในขณะที่ร้อยละ 52.6 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นในระดับปานกลาง ร้อยละ 13.3 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นในระดับน้อย และร้อยละ 3.1 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นในระดับน้อยที่สุด

เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ประชาชนตัวอย่างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 39.3 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุด ในสัดส่วนที่สูงกว่าภาคอื่น

ความพึงพอใจในชีวิตของประชาชน ประชาชนตัวอย่างให้คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจในชีวิต 7.10 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10.00 คะแนน เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ประชาชนตัวอย่างในภาคใต้ให้คะแนนเฉลี่ย
ความพึงพอใจในชีวิต 7.32 คะแนน สูงกว่าภาคอื่น

ขณะที่กรุงเทพมหานครให้คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจในชีวิต 6.75 คะแนน ที่ต่ำกว่าภาคอื่น ผลการสำรวจที่ผมกล่าวไปนับเป็นการมุ่งสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน อันเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

โดยผลสำรวจครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของโครงการ “Quick Survey สำนักงานสถิติแห่งชาติ 4 เดือน (ต.ค. 68-ม.ค. 69)” สำนักงานสถิติแห่งชาติยังมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนอีก 3 ครั้งหลังจากนี้ สามารถติดตามผลสำรวจประจำเดือนได้ทางเว็บไซต์สำนักงานสถิติแห่งชาติ www.nso.go.th และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ พิมพ์ NSOOFTHAILAND

หมายเหตุ : การสำรวจครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีสัมภาษณ์ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งอาศัยอยู่ในครัวเรือนส่วนบุคคลทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 5,000 ราย ใช้แผนการสุ่มตัวอย่างแบบ Stratified Two-Stage Sampling เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นตัวแทนของประชาชนทุกภูมิภาคของประเทศ โดยกำหนดความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95.0