Skip to content

ไทยโชว์นวัตกรรมกุ้งคาร์บอนต่ำ นำร่องเพาะเลี้ยง ‘ฉะเชิงเทรา-จันทบุรี’

17 พ.ย. 2568 | 08:56น.
ไทยโชว์นวัตกรรมกุ้งคาร์บอนต่ำ นำร่องเพาะเลี้ยง ‘ฉะเชิงเทรา-จันทบุรี’

อุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย อีกหนึ่งสินค้าเกษตรที่สร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยงจากการส่งออก เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา มีมูลค่ามากกว่า 4 หมื่นล้านบาท สำหรับในปี 2568 ข้อมูลจากกองนโยบายและแผนพัฒนา กรมประมง รายงานว่า การส่งออกกุ้งไทยใน 9 เดือนแรกปีนี้ชะลอตัว ตลาดหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน

ปัจจุบันเรากำลังเผชิญความท้าทาย จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนที่สูงขึ้น โรคระบาดในกุ้ง ยังมีผู้ประกอบการผู้นำเข้าเริ่มให้ความสำคัญเรื่องของความยั่งยืน ที่ส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงและอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย

ดังนั้น เพื่อปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐ เอกชน กำลังปรับตัวเข้าสู่ระบบการเลี้ยงกุ้งคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Shrimp Farming) เพื่อลดต้นทุน ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการแข่งขันในตลาดโลก

กุ้งทะเลคาร์บอนต่ำ

นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจสัตว์น้ำครบวงจรเขตประเทศไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลคาร์บอนต่ำ : ความร่วมมือเพื่ออนาคตยั่งยืน” ภายใต้โครงการ FAO’s Technical Cooperation จัดโดยกรมประมงว่า บริษัทมีนโยบายให้ความสำคัญกับการพัฒนาการผลิตกุ้งที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับกับเทรนด์โลก มีส่วนร่วมพัฒนากุ้งไทยให้สามารถแข่งขันได้

ดังนั้น เรื่องสินค้ากุ้งยั่งยืนและคาร์บอนต่ำจึงเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะปัจจุบันตลาดกุ้งทั้งญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำเข้ากุ้งหลักของโลก ต่างให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ และใช้เรื่องนี้เป็นจุดตั้งต้นในการรับซื้อกุ้งจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก กุ้งต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามาจากฟาร์มใด เลี้ยงด้วยระบบใด ในอนาคตลูกค้าต้องการทราบว่า กุ้งมีการปลดปล่อยคาร์บอนเท่าไร ทางผู้ผลิตรวมถึงเกษตรกรจึงต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตอบโจทย์เทรนด์ดังกล่าว แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวมันส่งผลต่อแผนการพัฒนาของบริษัทที่กำลังดำเนินต่อจากนี้

พัฒนาระบบกุ้งยั่งยืน

การเลี้ยงกุ้งคาร์บอนต่ำจึงถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเลี้ยงกุ้งที่ยั่งยืน บริษัทให้ความสำคัญตั้งแต่เรื่องการจัดหาวัตถุดิบที่ใช้ผลิตอาหารกุ้ง เช่น ปลาป่น กากถั่วเหลือง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ว่ามาจากแหล่งผลิตที่ถูกกฎหมาย ใช้แรงงานที่ถูกต้อง ไม่ใช้แรงงานบังคับ การใช้กากถั่วเหลืองก็ต้องมาจากพื้นที่ที่ไม่บุกรุกป่า ขณะที่เรื่องของการใช้พลังงาน ซีพีเอฟเป็นบริษัทแรกที่ประกาศยกเลิกการใช้ถ่านหินตั้งแต่ปี 2020 โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำทุกแห่งใช้เชื้อเพลิงชีวมวล ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในโรงงาน และฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้ง เพื่อร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ส่วนเรื่องการบริหารจัดการใช้น้ำตามหลัก 3R คือ Reuse Recycle Reduce ช่วยให้สามารถนำน้ำที่ผ่านการกระบวนการเลี้ยงกุ้งหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ปล่อยน้ำออกสู่ภายนอกให้น้อยที่สุด ลดการใช้น้ำได้มากกว่า 70% และซีพีเอฟยังถ่ายทอดองค์ความรู้นี้แก่เกษตรกรรายย่อยให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่ส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงจัง สำหรับการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากด้วยไทยส่งออกกุ้งไปต่างประเทศมากถึง 70% ของผลผลิตทั้งหมด ลูกค้าและผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ มองว่าสินค้าที่เลือกใช้มีการปลดปล่อยคาร์บอนเท่าไร เกษตรกรจึงปรับตัวในเรื่องการเลี้ยงอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด

ซีพีเอฟเซฟโลก

ปัจจุบันนี้ซีพีเอฟเป็นผู้ผลิตอาหารแห่งแรกของโลกที่ได้รับการอนุมัติเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งระยะสั้นและระยะยาวจาก The Science Based Targets Initiative (SBTi) มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ โดยสินค้าจากกุ้งได้รับรองฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์แล้ว 40 รายการ ตั้งแต่กุ้งสด อาหารกุ้ง หรือแม้แต่เกี๊ยวกุ้ง การพัฒนาระบบเลี้ยงกุ้งยั่งยืน การสร้างสรรค์สินค้าคาร์บอนต่ำ ภายใต้โครงการ “การพัฒนาการรับรองการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำในประเทศไทย” ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่างกรมประมง และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)

“นางฐิติพร หลาวประเสริฐ” อธิบดีกรมประมง ยังได้ระบุว่า เป้าหมายคือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขั้นตอนการผลิต ผ่านการส่งเสริมระบบนิเวศการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Aquaculture Ecosystem) ที่สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่ นำร่องจังหวัดฉะเชิงเทราและจันทบุรี รวมจำนวนทั้งสิ้น 27 ราย สู่กระบวนการรับรอง “คาร์บอนฟุตพรินต์แบบกลุ่ม” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทยสู่ระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการผลิตอย่างยั่งยืน และสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม