เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า ขานรับสหรัฐ ปิดฉากชัตดาวน์

14 พ.ย. 2568 | 18:25น.
ดอลลาร์

เงินบาทเคลื่อนไหวแบบระแวงรับแรงสั่นสะเทือนจากสหรัฐ หลังภาวะชัตดาวน์ฉุดการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ-จ้างงาน นักลงทุนหั่นคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย ขณะที่ดอลลาร์-เยนปรับแรงตามข่าวการเมืองและนโยบายการเงินโลก ด้านไทยลุ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ช่วยประคองภาพรวมไตรมาส 4

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 10-14 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (10/11) ที่ระดับ 32.35/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/11) ที่ระดับ 32.34/35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก

หลังมีรายงานว่าการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐ ปรับตัวลดลง โดยออโตเมติก ดาต้า โพรเชสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนสหรัฐลดการจ้างงานเฉลี่ย 11,250 ตำแหน่งในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 25 ต.ค. โดยเนลา ริชาร์ดสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ADP กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานประสบปัญหาในการสร้างงานในช่วงครึ่งหลังของเดือน

ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สำนักสถิติแรงงานสหรัฐ จะรายงานว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 60,000 ตำแหน่งในเดือน ต.ค. อย่างไรก็ดี รายงานดังกล่าวยังไม่ถูกเผยแพร่ เนื่องจากหน่วยงานรัฐบาลยังคงถูกชัตดาวน์ ในช่วงกลางสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ขานรับความหวังสหรัฐใกล้ยุติภาวะปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์

โดยในวันพุธ (12/11) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 222 ต่อ 209 ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ซึ่งจะทำให้การปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ ที่ยึดเยื้อยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ สิ้นสุดลง ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อยุติการปิดหน่วยงานของรัฐบาล โดยกฎหมายดังกล่าวจะทำให้หน่วยงานของรัฐบาลมีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 30 ม.ค.ปีหน้า

อย่างไรก็ดี แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า อาจไม่มีการเผยแพร่ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน ต.ค. เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการชัดดาวน์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของเฟด นอกจากนี้ การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันที่ยังคงรุนแรง ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า การชัตดาวน์จะเกิดขึ้นอีกภายในเวลาเพียงสองเดือน

นักวิเคราะห์มองว่างบประมาณฉบับนี้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเฉพาะหน้าเท่านั้น โดยมีการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่ในระดับเดิมจนถึงเพียงวันที่ 30 ม.ค. 2569 และครอบคลุมเพียง 3 ใน 12 ร่างกฎหมายงบประมาณที่สภาคองเกรสต้องให้การอนุมัติในแต่ละปี หากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในอีก 9 ร่างกฎหมายที่เหลือ รัฐบาลสหรัฐอาจต้องเผชิญกับภาวะชัตดาวน์อีกครั้งในอีกเพียงสองเดือนข้างหน้า

ขณะที่ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 49.4% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือน ธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 62.9% นักลงทุนพากันเทน้ำหนักให้กับการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. หลังทำเนียบขาวระบุว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ อาจส่งผลทำให้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงานประจำเดือน ต.ค.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้กล่าวปฐกถาพิเศษในงาน iBusiness Forum : Thailand Future Signal 2026 จับสัญญาณอนาคต ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทย ว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเป็นการร่วมมือกับภาคเอกชน จนเริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจใหม่เกิดขึ้นอย่างมาก โดยในเชิงธุรกิจสามารถก้าวได้เร็วขึ้น

ขณะที่ในเชิงประเทศก็ต้องเตรียมความพร้อมที่จะเร่งผลักดันให้สัญญาณนี้ยังเป็นสัญญาณที่ดีอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้งหมดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 ขยายตัว 1.1% จากเดิมคาดการณ์ที่ 0.3% ขณะที่ในวันพุธ (12/11) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลและกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม และออกแบบโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากที่สุด

ซึ่งหลักการสำคัญ คือ ต้องการเก็บตกประชาชนกลุ่มที่อยากเข้าร่วมโครงการในเฟสแรก แต่เข้าร่วมไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและกลุ่มที่อยู่ตามชายขอบ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเก็บตกกลุ่มนี้ก่อน สำหรับวงเงินที่จะใช้ดำเนินการโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 นั้น จะต้องรอดูความชัดเจนจากรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณเพื่อมารองรับการดำเนินการ สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท อาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เนื่องจากตลาดยังไม่รีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน จนกว่าจะทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากทางการสหรัฐ

นอกจากนี้ ควรจับตาทิศทางราคาทองคำด้วยเช่นกัน เนื่องจากราคาทองคำ กลับสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.26 – 32.53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 32.36/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (10/11) ที่ระดับ 1.1553/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/11) ที่ระดับ 1.1541/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ทั้งธนาคารกลางของสหรัฐ และของสหราชอาณาจักรคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปี 2569

นอกจากนี้ หลุยส์ เดอ กินโดส รองประธาน ECB ยังให้สัมภาษณ์ว่า เขาเชื่อมั่นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว แต่ ECB ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากตัวเลขเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามคาดการณ์ และในช่วงปลายสัปดาห์นี้นักลงทุนรอจับตาข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาส 3 ของยูโรโซน

โดยผลสำรวจจาก BusinessEurope ระบุว่า ธุรกิจในภูมิภาคอาจได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าที่รุนแรงขึ้นในปี 2569 เมื่อเทียบกับปี 2568 ในวันพุธ (12/11) สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. ได้ชะลอตัวลงเล็กน้อยสู่ระดับ 2.3% ซึ่งเป็นการยืนยันตัวเลขเบื้องต้นที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1538 – 1.1655 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 1.1630/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวัน (10/11) ที่ระดับ 153.82/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/11) ที่ระดับ153.46/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่าต่อหลังการพักตัวระยะสั้นบริเวณ 152.90-153.00 โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลญี่ปุ่นในวันจันทร์ (10/11) ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะเรียกร้องให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพด้านเงินเฟ้อ

ร่างมาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงแนวทางของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น ที่ต้องการให้ BOJ คงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง โดยคาดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะสรุปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 พ.ย. ซึ่งจะเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ชุดแรกของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจินับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว

ในอังคาร (11/11) กระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่ายอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2568 (เม.ย.-ก.ย.) พุ่งขึ้น 14.1% จากปีก่อนหน้า แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 17.51 ล้านล้านเยน หรือ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้นักลงทุนเทขายเงินเยนซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ หรือชัตดาวน์ ใกล้จะยุติลง ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล

ในวันพุธ (12/11) ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น กล่าวว่า การอ่อนค่าของเงินเยนในตลาดปริวรรตเงินตราปรากฏผลกระทบด้านลบชัดเจนมากขึ้น นับเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงการแทรกแซงตลาด หลังจากที่เงินเยนอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ความเห็นของคาตายามะสะท้อนความกังวลของรัฐบาลต่อการอ่อนค่าอย่างรวดเร็วมากขึ้นของเงินเยน

โดยถ้อยแถลงของ รมว.คลังญี่ปุ่นมีขึ้นในขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ขยับเข้าใกล้ระดับสำคัญที่ 155 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเทรดเตอร์เข้าซื้อดอลลาร์จากความคาดหวังว่า รัฐบาลสหรัฐจะกลับมาเปิดทำการได้ในไม่ช้า หลังประสบกับภาวะชัตดาวน์ยืดเยื้อยาวนานกว่า 40 วัน ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 153.22 – 155.04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 154.63/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชัตดาวน์ ดอลลาร์สหรัฐ