‘ค้าปลีก-ท่องเที่ยวญี่ปุ่น’ สะเทือน ปมขัดแย้งแดนมังกรดึงหุ้นร่วง
คอลัมน์ : Market Move
กระแสความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นครั้งล่าสุด ซึ่งปักกิ่งออกคำเตือนให้ชาวจีนระมัดระวังการเดินทางไปท่องเที่ยวและศึกษาต่อในญี่ปุ่น เริ่มส่งผลกระทบระลอกแรกกับธุรกิจค้าปลีกและท่องเที่ยวหลายรายที่มีหุ้นซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นแล้ว
โดยสำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานว่า ราคาหุ้นของธุรกิจค้าปลีกและท่องเที่ยวหลายตัวปรับลดลงเมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2025 อาทิ “อิเซตัน มิตสึโคชิ โฮลดิงส์” (Isetan Mitsukoshi Holdings) เจ้าของเชนห้างสรรพสินค้ามิตสึโคชิ และอิเซตัน มูลค่าลดลงมากกว่า 12% ด้านแบรนด์เครื่องสำอาง “ชิเซโด้” (Shiseido) นั้น มูลค่าลดลง 11% เช่นเดียวกับ “เรียวฮิน เคคาคุ” (Ryohin Keikaku) ผู้บริหารร้านสินค้าของใช้ในบ้านและแฟชั่น มูจิ (Muji) ซึ่งลดลง 11% เช่นเดียวกัน
แม้แต่ยักษ์สวนสนุกระดับโลกยังโดนหางเลขไปด้วย โดย “โอเรียนทัล แลนด์” (Oriental Land) ผู้บริหาร “โตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ต” (Tokyo Disney Resort) ลดลงมากกว่า 5% ด้านสายการบินสัญชาติญี่ปุ่น ทั้งเอเอ็นเอ และเจแปน แอร์ไลน์ ราคาหุ้นต่างลดลงระดับ 4% และ 6% ตามลำดับด้วยเช่นกัน
คลื่นการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวนี้ ทำให้ดัชนีราคาหุ้น Nikkei ที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานลดลงราว 0.7% เมื่อสิ้นสุดการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่ดัชนีราคาหุ้นโตเกียวโดยรวมลดลงราว 0.8%
ทั้งนี้ความตึงเครียดทางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนว่า หากไต้หวันถูกโจมตี จะถือเป็นภัยคุกคามต่อญี่ปุ่นด้วย ซึ่งคำกล่าวนี้อาจถูกใช้เป็นข้ออ้างให้ญี่ปุ่นใช้กำลังทางทหารเพื่อป้องกันตนเอง หรือเข้าแทรกแซงสถานการณ์ด้วยกำลังทหารได้
แน่นอนว่า รัฐบาลจีนวิพากษ์วิจารณ์คำพูดของทาคาอิจิทันที และเรียกร้องให้ถอนคำพูด แต่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังคงยืนยันตามคำพูดเดิม
ความตึงเครียดยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอีก หลังเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนแจ้งให้พลเมืองที่กำลังพิจารณาการตัดสินใจไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น นับเป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากการประกาศแจ้งให้ชาวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น
แม้ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติล้นเกินความสามารถของสถานที่ท่องเที่ยวและระบบสาธารณูปโภค แต่คำเตือนของรัฐบาลจีนสร้างความกังวลให้กับนักเศรษฐศาสตร์ อาทิ “ทาคาฮิเดะ คิอุจิ” นักเศรษฐศาสตร์บริหารของสถาบันวิจัยโนมูระ กล่าวในบันทึกเมื่อวันจันทร์ว่า การลดลงของนักท่องเที่ยวชาวจีนอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น
โดยหากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จะมีความเป็นไปได้ที่ GDP ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมจะเติบโตติดลบ ซึ่งจะกลายเป็นการหดตัวติดต่อกันสองไตรมาส หลังจากที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบหกไตรมาสเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนที่ผ่านมา
ด้านองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่นระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นมีจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 31.65 ล้านคน โดยในจำนวนนี้ประมาณ 1 ใน 4 เป็นนักท่องเที่ยวจีน
ทั้งนี้ต้องรอดูกันว่า บรรดานักท่องเที่ยวจีนจะชะลอการเดินทางไปญี่ปุ่นตามที่รัฐบาลประกาศเตือนหรือไม่ และหากนักท่องเที่ยวจีนลดลงจะส่งผลอย่างไรกับการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของญี่ปุ่น