Skip to content

ชาวไร่ขอรัฐค่าตัดอ้อยสด 200 บาท/ตัน สอน.ยืนเป้าอ้อยเผาเหลือ 10%

20 พ.ย. 2568 | 08:14น.
ชาวไร่ขอรัฐค่าตัดอ้อยสด 200 บาท/ตัน สอน.ยืนเป้าอ้อยเผาเหลือ 10%

ชาวไร่อ้อยเสียงเข้ม ขอรัฐสนับสนุนค่าตัดอ้อยสด 200 บาทต่อตัน จากปีที่แล้วได้แค่ 69 บาท รวมกองทุนอ้อยสมทบอีก 31 บาท เป็น 100 บาทต่อตันอ้อย ชี้ต้นทุนผลิตพุ่ง ทั้งปุ๋ย ค่าแรง ค่าจ้างรถตัด สอน.ยันปีนี้ลดเป้าอ้อยเผาให้เหลือ 10% ไม่อยากให้อ้อยถูกมองเป็นต้นเหตุฝุ่น PM 2.5

นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และหัวหน้าสำนักงานสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 7 เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า 4 องค์กรชาวไร่อ้อย ประกอบด้วย สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เตรียมเสนอให้ภาครัฐสนันสนุนเงินตัดอ้อยสดจำนวน 200 บาทต่อตันอ้อย จากฤดูการผลิตปี 2567/2568 ได้รับเงินสนับสนุนอยู่ที่อัตรา 69 บาทต่อตันอ้อย ซึ่งเป็นเงินที่ทางกระทรวงอุตสาหกรรมขอจากงบประมาณ เมื่อบวกกับเงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายอีก 31 บาท รวมแล้วจะได้ 100 บาทต่อตันอ้อย

การที่ 4 องค์กรชาวไร่อ้อยขอเงินสนับสนุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ย ค่าแรง ค่าเก็บเกี่ยวในกรณีที่ต้องจ้างรถตัด จำนวนเงินดังกล่าวจึงถือว่าเหมาะสมสอดรับกับความจริง คาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เพื่อรับฟังความคิดเห็น ทำประชาพิจารณ์ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

“ตอนนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ยังไม่ได้ประกาศแนวทางช่วยเหลือ จนกว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ก่อน ซึ่งปกติแล้วเรื่องเงินช่วยเหลือจะประกาศหลังเปิดหีบได้ แต่ก็ไม่ควรเกินช่วงปิดหีบ แต่ถ้า สอน.ทำได้เร็วก็ดี เพราะชาวไร่จะได้รู้ว่าปีนี้จะได้เงินเท่าไร เพื่อจะได้คำนวณเงินลงทุน และบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ซึ่งมีผลต่อรายได้ หากเงินที่ได้น้อย ก็อาจเลือกใช้วิธีเผาคุ้มกว่า ไม่ใช่เพราะอยากเผา แต่เพราะมีปัจจัยทำให้ต้องเลือก ทั้งค่าแรง และปริมาณอ้อย”

สำหรับเป้าหมายลดการเผาอ้อยฤดูกาลปีนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดไว้ที่ 10% จากปีที่แล้วกำหนดไว้ที่ 25% นับว่าเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง เพราะปีที่แล้วชาวไร่เฉลี่ยทำได้ที่ 15-16% ดังนั้นการจะลดลงมาให้เหลือ 10% จะต้องมีองค์ประกอบอื่นเข้ามาสนับสนุนด้วย เช่น ความเร่งรีบในการเก็บเพื่อให้ทันเข้าหีบ ปริมาณอ้อยที่ไม่มากจนเกินไป ชาวไร่ยอมรับว่าทำได้ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้ที่ว่ารัฐบาลสนับสนุนเงินช่วยเหลือที่เพียงพอ

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า แนวโน้มการเผาอ้อยฤดูการผลิตปี 2568/2569 เชื่อว่าต่ำลงแน่นอน ซึ่งปี 2567/2568 อ้อยเผาอยู่ที่ 14.86% เท่านั้น ส่วนใหญ่ยังยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่ภาครัฐจะต้องช่วยเหลือในส่วนของเงินชดเชยเช่นเดียวกับปีที่แล้ว ซึ่ง กอน.จะมีการประชุมหารือกัน และคาดว่าจะของบประมาณชดเชยชาวไร่ที่ตัดอ้อยสดแน่นอน แต่อาจจะเพิ่มเรื่องการขายใบอ้อยให้โรงงานน้ำตาลเพื่อผลิตไฟฟ้าแล้วส่งเงินเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย และแบ่งเงินจากการขายใบอ้อยมาช่วยเกษตรกร สนับสนุนเครื่องจักรตัดอ้อย เพื่อให้การเผาอ้อยต้องลดลงให้เหลือ 10% หรือลดลงไปอีก เพราะไม่ต้องการให้อ้อยถูกมองว่าเป็นพืชที่สร้างฝุ่น PM 2.5

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชาวไร่อ้อย สอน.