เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
Real Estate จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
Economic น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
ก.ล.ต. กล่าวโทษ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ รายเดียว ยื่นข้อมูลเท็จถือหุ้น TRUE
Finance ก.ล.ต. กล่าวโทษ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ รายเดียว ยื่นข้อมูลเท็จถือหุ้น TRUE
ปกรณ์ เผยตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น จบแล้ว มีภาครัฐ-เอกชนเอี่ยวนับ 100 ชีวิต
Politics ปกรณ์ เผยตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น จบแล้ว มีภาครัฐ-เอกชนเอี่ยวนับ 100 ชีวิต
ดูทั้งหมด

นักวิชาการหวั่นสารหนูน้ำกก ปนเปื้อนข้าวแสนไร่เชียงรายที่ขายทั่วไทย

21 พ.ย. 2568 | 07:22น.
kok river

นักวิชาการ มฟล.หวั่นข้าวนับแสนไร่ จ.เชียงราย ที่ใช้ลำน้ำกก ส่งไปขายทั่วประเทศเสี่ยงปนเปื้อนสารโลหะหนัก เหตุกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เคยตรวจข้าวนาปรังที่เก็บเกี่ยวเดือน พ.ค. พบแคดเมียม-สารหนู แม้ไม่เกินค่ามาตรฐาน กินได้ แต่ระยะยาวสะสมในร่างกาย ทำทุกคนอยู่ในภาวะเสี่ยง พร้อมดันรัฐบาลอนุมัติงบฯกลาง 1,200 ล้านบาทให้ กปภ.สำรวจและผลิตน้ำจากแหล่งใหม่ แทนแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก

ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแก้ปัญหาสารหนูและสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกไม่มีอะไรใหม่ ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิม การแก้ปัญหาไม่มีความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจากับรัฐบาลเมียนมาไม่มีอะไรคืบหน้า

ขณะที่หน่วยงานภาครัฐของไทยยังยืนยันว่าการปนเปื้อนสารโลหะหนักในพืชผักไม่เกินค่ามาตรฐาน ดังนั้น เมื่อการปนเปื้อนสารโลหะหนักไม่เกินค่ามาตรฐาน ทางภาครัฐมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติ หรือปัญหาสิ่งแวดล้อม

กรณีข้าวนับแสนไร่ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งใช้แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่มีการตรวจจริงจังว่ามีสารปนเปื้อนโลหะหนักหรือไม่ เมื่อข้าวจากจังหวัดเชียงรายออกสู่ท้องตลาด ผลกระทบคือผู้บริโภคที่จะได้รับสารปนเปื้อนโลหะหนักแตกต่างกันไป จุดนี้ไม่มีใครรู้ ดังนั้น ห่วงโซ่อาหารของข้าวนับแสนไร่จากจังหวัดเชียงรายไม่มีใครรับประกันได้ว่าปนเปื้อนสารโลหะหนักหรือไม่ ทำให้ผู้บริโภคอยู่ในภาวะรับความเสี่ยง ซึ่งไม่รู้ว่าข้าวจากเชียงรายที่ผลิตนับแสนไร่กระจายไปที่ใดบ้าง คาดว่าส่งไปทั่วประเทศ เมื่อข้าวออกสู่ตลาดทุกคนอยู่ในภาวะเสี่ยง

ดร.สืบสกุลกล่าวต่อไปว่า สำหรับพืชผักที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยหน่วยงานจังหวัดนำไปตรวจ 3 ครั้ง จำนวน 66 ตัวอย่าง พบสารหนูในพืช 17 ตัวอย่าง พบแคดเมียมในพืช 54 ตัวอย่าง พบตะกั่วในพืช 17 ตัวอย่าง แต่ทั้งหมดนี้หน่วยงานรัฐบอกว่าไม่เกินค่ามาตรฐาน และส่งไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นอกจากนี้ น้ำประปาในพื้นที่ตัวเมืองจังหวัดเชียงรายของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ที่ใช้น้ำจากแม่น้ำกกในการผลิต มีผู้ใช้ในเขตตัวเมืองราว 41,000 ราย ขณะที่อำเภอแม่สายผลิตน้ำประปาจากแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก มีผู้ใช้น้ำประปา 15,000 ราย มีการตรวจสารปนเปื้อนทุกเดือน พบว่ามีสารหนูและสารแบเรียม แต่ไม่เกินค่ามาตรฐาน สามารถกินได้ บริโภคได้ แต่ในระยะยาวจะสะสมในร่างกาย นับเป็นความเสี่ยงของคนเชียงราย ล่าสุด กปภ.ได้สำรวจแหล่งน้ำใหม่แล้ว เพื่อนำมาผลิตน้ำประปา ซึ่งต้องใช้งบประมาณราว 1,200 ล้านบาท แต่ต้องใช้งบฯกลางจากรัฐบาล

ดร.สืบสกุลกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหานี้ให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 เรื่องเร่งด่วนคือ 1.เร่งเจรจากับรัฐบาลเมียนมาในฐานะที่เป็นแหล่งกำเนิดสารโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำ ที่ต้องยุติการปล่อยสารโลหะหนักลงแม่น้ำ 2.รัฐบาลต้องยุติการนำเข้าแร่ทั้งหมดจากเมียนมา เพราะไทยนำเข้าแร่ดีบุก ตะกั่ว แร่วุลแฟรม แร่แมงกานีส และแร่พลวง ซึ่งแม้เราไม่ได้นำเข้าแร่แรร์เอิร์ทจากเมียนมา แต่ไทยนำเข้าแร่ทั้ง 5 ชนิดดังกล่าวจากเมียนมา ถือเป็นแร่ที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผันพลังงาน โดยเป็นการนำเข้าเพื่อส่งออกต่อไปประเทศที่ 3 ทั้งนี้ การยุติการนำเข้าแร่เพื่อให้เมียนมาหันมาสนใจแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง และ 3.รัฐบาลต้องอนุมัติงบประมาณ 1,200 ล้านบาทให้การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปใช้ในการเปลี่ยนแหล่งน้ำใหม่สำหรับผลิตน้ำประปา

ขณะเดียวกัน ต้องมีระบบเฝ้าระวังการปนเปื้อนสารโลหะหนักในสินค้าเกษตรของจังหวัดเชียงราย เนื่องจากตอนนี้ชาวประมงในจังหวัดเชียงรายได้หันกลับมาจับปลาในแม่น้ำกก แม่น้ำสายกันแล้ว และมีคนบริโภคปลามากขึ้น ซึ่งผลการตรวจสารปนเปื้อนในแม่น้ำล่าสุด พบสารปรอท สารหนู และสารตะกั่ว

แต่หน่วยงานรัฐบอกว่าไม่เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งสารเหล่านี้แม้ไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่จะสะสมในร่างกายไปเรื่อย ๆ ซึ่งรัฐบาลประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชนต่ำเกินไป เพราะคิดว่ายังไม่เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งคำว่าไม่เกินค่ามาตรฐานจะเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลในอนาคต