เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
Automotive อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
Finance แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
Economic วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
Economic นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
Biz Movement โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
ดูทั้งหมด

สภาคองเกรสมีมติเปิดเผยเอกสาร ‘คดีเอปสตีน’ ของกระทรวงยุติธรรม

19 พ.ย. 2568 | 08:45น.

สภาคองเกรสผ่านร่างมติเปิดเผยเอกสารของกระทรวงยุติธรรมในคดีเอปสตีน นักการเงินผู้อื้อฉาวที่ถูกตัดสินให้มีความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศ หลังจาก ‘ทรัมป์’ เปลี่ยนท่าทีเป็นไม่คัดค้านการเปิดเผยอย่างกะทันหัน

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า สภาคองเกรสสหรัฐ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ลงมติเกือบเป็นเอกฉันท์ให้เปิดเผยเอกสารที่เหลือของกระทรวงยุติธรรมในคดีนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคัดค้านการเปิดเผยมานานหลายเดือนก่อนที่จะเปลี่ยนท่าที

สองวันหลังจากทรัมป์เปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหัน สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 427 ต่อ 1 เสียง ส่งผลให้มีมติให้เปิดเผยบันทึกที่ไม่เป็นความลับทั้งหมดเกี่ยวกับนายเอปสตีนต่อวุฒิสภา ซึ่งมีพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก และได้อนุมัติร่างกฎหมายให้เปิดเผยอย่างรวดเร็ว จนทำเนียบขาวผิดคาด ซึ่งสามารถส่งให้ทรัมป์ลงนามได้เร็วที่สุดในวันนี้ (19 พฤศจิกายน) ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่าผู้นำสหรัฐพร้อมลงนามเมื่อเอกสารมาถึง

เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับเอปสตีนเป็นเสี้ยนหนามทางการเมืองที่คอยกัดกินทรัมป์มาหลายเดือน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาขยายทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับเอปสตีนให้กับผู้สนับสนุน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากที่สนับสนุนทรัมป์เชื่อว่ารัฐบาลของเขาได้ปกปิดความสัมพันธ์ของเอปสตีนกับบุคคลทรงอิทธิพลหลายคนในสหรัฐ และปกปิดรายละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเขา ซึ่งถูกตัดสินว่า เป็นการฆ่าตัวตายในเรือนจำแมนฮัตตันในปี 2019

เอปสตีนเป็นนักการเงินชาวนิวยอร์ก ที่เคยผูกมิตรกับบรรดาชายที่ทรงอิทธิพลในประเทศ

ก่อนการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ผู้รอดชีวิตที่กล่าวหาว่าถูกเอปสตีนล่วงละเมิดทางเพศหลายคนได้เข้าร่วมกับสมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันสามคนนอกอาคารรัฐสภาสหรัฐ เพื่อเรียกร้องให้มีการเปิดเผยบันทึกดังกล่าว ผู้หญิงเหล่านี้ถือรูปถ่ายของตัวเองในวัยเยาว์ ซึ่งเป็นอายุที่พวกเธอบอกว่าได้พบกับเอปสตีนเป็นครั้งแรก

การต่อสู้เกี่ยวกับเอกสารของเอปสตีนส่งผลกระทบต่อความนิยมของทรัมป์ ซึ่งลดลงสู่ระดับต่ำสุดในปีนี้ จากผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสที่สรุปเมื่อวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน ซึ่งพบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพียง 1 ใน 5 คนเท่านั้นที่เห็นด้วยกับการจัดการเรื่องนี้ของทรัมป์ ในบรรดาผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันมีเพียง 44% เท่านั้นที่คิดว่าทรัมป์สามารถจัดการสถานการณ์ได้ดี

ในอดีตทรัมป์ได้เข้าสังคมและสังสรรค์กับเอปสตีนในช่วงทศวรรษ 1990 และ 2000 ก่อนที่จะเกิดสิ่งที่เขาเรียกว่ารอยร้าว แต่มิตรภาพในอดีตกลับกลายเป็นจุดอ่อนของประธานาธิบดีกับผู้สนับสนุน และจนปัจจุบันทรัมป์ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทางอาญาในคดีทางเพศของเอปสตีน

ขณะที่ก่อนหน้านี้ในอังกฤษ สำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมแถลงว่าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ถอดพระราชอิสริยยศ ‘เจ้าชาย’ ของแอนดรูว์ พระอนุชา เหลือเพียงนายแอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ เนื่องจากความเกี่ยวข้องกับคดีอื้อฉาวของนายเอปสตีน โดยทรงตรัสถึงเหตุผลในการตัดสินพระทัยครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการยืนหยัดเคียงข้างเหยื่อทั้งหลายที่ถูกทารุณกรรม แม้แอนดรูว์จะปฏิเสธต่อข้อกล่าวหามาโดยตลอด รวมถึงจบคดีนอกศาล เมื่อเหยื่อซึ่งคือ เวอร์จิเนีย จิวเฟร ยื่นฟ้องกล่าวหาพระอนุชากษัตริย์ล่วงละเมิดทางเพศขณะเธออายุ 18 ปี

พร้อมกันนี้มีพระบรมราชโองการขับไล่จากวังวินด์เซอร์ แจ้งให้ย้ายไปพำนักแซนดริงแฮม ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่รุนแรงที่สุดต่อสมาชิกราชวงศ์ในประวัติศาสตร์อังกฤษยุคใหม่ ที่ต้องกอบกู้ชื่อเสียงในยามที่ความนิยมตกต่ำลงในหมู่คนรุ่นใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ สภาคองเกรส เอปสตีน