นายกฯ นั่งหัวโต๊ะกำหนดกรอบงบฯ 70 ย้ำรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งการคลัง ใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพคุ้มค่า และสอดรับความต้องการประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
นายกฯกล่าวช่วงต้นการประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 24 เพื่อกำหนดนโยบายงบประมาณประจำปีประมาณการรายได้ วงเงินงบประมาณรายจ่าย และวิธีการเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โครงสร้างงบประมาณ รวมทั้งการกำหนดกรอบงบประมาณรายรับ รายจ่าย และฐานะการคลังงบประมาณล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 ปี
ซึ่งการพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณวันนี้ เพื่อให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และเพื่อรักษาวินัยการเงิน การคลัง รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างความเข้มแข็งทางการคลัง รวมทั้งความสำคัญในการใช้จ่ายของภาครัฐ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพคุ้มค่า และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

ในเวลาต่อมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน รักษาวินัยการเงินการคลัง รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างความเข้มแข็งทางการคลัง โดยให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายภาครัฐ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
ทั้งนี้ วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่เสนอเพื่อพิจารณาในครั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้ประสานหน่วยรับงบประมาณ จัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีเท่าที่จำเป็น โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการใช้จ่ายงบประมาณ ความคุ้มค่า ประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการด้านรายได้ รายจ่าย และการบริหารหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางระดับสากล
รวมทั้งแนวทางของกลุ่มประเทศ OECD ซึ่งไทยอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก เพื่อให้รัฐบาลมีงบประมาณที่เพียงพอในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
