สปสช.ยืนยันผู้มีสิทธิบัตรทองในพื้นที่น้ำท่วม จ.สงขลา และจังหวัดอื่น ๆ ยังเข้ารับการรักษาได้ต่อเนื่อง แม้เดินทางไปโรงพยาบาลประจำไม่ได้ สามารถใช้สิทธิรักษาที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ร้านยาคุณภาพ หรือพบหมอออนไลน์ได้ พร้อมเปิดสายด่วน 1330 ให้ช่วยประสานทุกกรณีตลอด 24 ชั่วโมง
จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั้งภาคกลาง ภาคใต้ และที่ จ.สงขลา ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบหลายอำเภอ ถนนหลายจุดถูกตัดขาด ชุมชนจำนวนหนึ่งต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนไม่สามารถเดินทางไปใช้บริการที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการประจำตามสิทธิได้ตามปกติ
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า สปสช. ได้เตรียมหลักเกณฑ์รองรับการดูแลประชาชนและโรงพยาบาลในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ เช่น ความไม่สงบหรืออุทกภัย นำมาใช้กับสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.สงขลา และในพื้นที่อื่นที่ประสบภัยในครั้งนี้
เพื่อให้ประชาชนสิทธิบัตรทองในพื้นที่น้ำท่วมสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็นได้ต่อเนื่อง และสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลในพื้นที่ และให้โรงพยาบาลมีแนวทางปฏิบัติและการเบิกจ่ายที่ชัดเจน โดยกำหนด 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การคุ้มครองสิทธิและการเบิกจ่าย การเข้าถึงบริการ การประสานงาน และการสนับสนุนฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนสิทธิบัตรทองเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ต่อเนื่อง

“เป้าหมายคือ ให้ผู้มีสิทธิบัตรทองในพื้นที่น้ำท่วมยังเข้ารับบริการได้ตามความจำเป็น และโรงพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจภายใต้แนวทางที่ สปสช.กำหนด” ทพ.อรรถพร กล่าวและว่า หากประชาชนสิทธิบัตรทองในพื้นที่น้ำท่วม ไม่สามารถใช้บริการที่โรงพยาบาลประจำตามสิทธิได้ เนื่องจากน้ำท่วม หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด เดินทางลำบาก ให้ถือเป็นกรณีจำเป็น ประชาชนสามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลอื่นในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่อยู่ใกล้และปลอดภัยกว่าได้ ทั้งใน จ.สงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ถ้าโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ตามสิทธิใช้การไม่ได้หรือไปไม่ถึง ประชาชนสามารถไปใช้บริการที่โรงพยาบาล หรือหน่วยบริการอื่นที่อยู่ในระบบบัตรทองที่ใกล้กว่าได้ โดยถือว่าอยู่ในเกณฑ์กรณีจำเป็น ไม่ต้องกังวลเรื่องไม่ตรงสิทธิ
โฆษก สปสช. กล่าวว่า นอกจากนั้น ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังสามารถไปใช้บริการ 30 บาทรักษาทุกที่ ได้ที่ร้านยาคุณภาพ ปรึกษาเภสัชกรและรับยาตามอาการได้ โดยดูจากหน้าร้านยาจะมีสติ๊กเกอร์ 30 บาทรักษาทุกที่ติดที่หน้าร้าน หรือประชาชนท่านใดสะดวกในการใช้โทรศัพท์เพื่อพบหมอออนไลน์ ก็ใช้บริการได้กับ 3 แอปพลิเคชั่น เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยได้เข้ารักษานอกเหนือจากไปที่หน่วยบริการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 โทร.ฟรี 24 ชั่วโมง
สปสช. กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าใช้จ่ายบริการสาธารณสุขให้หน่วยบริการที่รับดูแลผู้ป่วยจากพื้นที่น้ำท่วมหรือสถานการณ์ไม่ปกติไว้อย่างชัดเจน โดยให้หน่วยบริการบันทึกข้อมูลการให้บริการและเหตุจำเป็นที่ผู้ป่วยต้องมารับบริการที่หน่วยตนแทนหน่วยประจำ ยื่นขอรับค่าใช้จ่ายจาก สปสช. ตามวิธีการและรหัสที่กำหนดในแนวทางกรณีสถานการณ์ฉุกเฉินและอุทกภัย
โดยในสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ สปสช. ได้ยกเว้นการปิดสิทธิหรือการยืนยันตัวตนภายหลังจากที่ได้รับบริการแล้วให้กับหน่วยบริการในพื้นที่ประสบภัยด้วย ขณะเดียวกันหากหน่วยบริการต้องรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากพื้นที่อื่น สามารถประสาน สปสช. เพื่อหารือการสนับสนุนเพิ่มเติมในภาพรวม ทั้งนี้เพื่อให้โรงพยาบาลในพื้นที่วิกฤตสามารถรับผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจว่ามีระบบการเบิกจ่ายรองรับ ทั้งกรณีรักษาผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน รวมถึงบริการเฉพาะสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ผู้ป่วยไตที่ต้องฟอกไตหรือล้างไต เป็นต้น ทพ.อรรถพร กล่าว
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับบริการต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหรือทำการล้างไต ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องรับยาอย่างสม่ำเสมอ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องรับยา เคมีบำบัด หรือฉายแสง ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง สปสช. เขต ในพื้นที่จะร่วมกับโรงพยาบาลวางแผนสำรองบริการ เช่น เปลี่ยนสถานที่ฟอกไตชั่วคราว จัดระบบส่งต่อผู้ป่วยจากจุดอพยพ หรือเพิ่มรอบฟอกไต/การให้ยา เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ขาดการรักษา
ขอให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้และครอบครัว หากเดินทางมารับบริการที่เดิมไม่ได้ ให้ติดต่อโรงพยาบาลที่รักษาอยู่ หรือโทร.สายด่วน 1330 เพื่อให้ช่วยประสานงานต่อ ทพ.อรรถพร กล่าวและว่า ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว จะต้องมีการฟื้นฟูด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อบต./เทศบาลในพื้นที่สามารถใช้กลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น หรือ กปท. ในการจัดทำโครงการหรือกิจกรรมตอบสนองสถานการณ์ภัยพิบัติได้คล่องตัวมากขึ้น เช่น
โครงการรับ-ส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาล โครงการฟื้นฟูอนามัยสิ่งแวดล้อมทำความสะอาดและฟื้นฟูสถานที่สาธารณะ โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ศาสนสถาน โครงการให้ความรู้ประชาชนเรื่องโรคที่มากับน้ำท่วม และรณรงค์ป้องกันโรคหลังน้ำท่วม เช่น โรคผิวหนัง โรคทางเดินอาหาร ไข้เลือดออก และโรคฉี่หนู เป็นต้น
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า หากประชาชนสิทธิบัตรทองในพื้นที่น้ำท่วมมีข้อสงสัยเรื่องสิทธิการรักษา หรือพบปัญหาในการเข้ารับบริการ เช่น หน่วยบริการปฏิเสธการรักษาเพราะไม่ตรงสิทธิ ถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกินสิทธิ หรือไม่ทราบว่าจะไปรักษาที่ใดในช่วงน้ำท่วม
รวมถึงต้องการขอความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ทั้งด้านอาหาร การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การอพยพต่าง ๆ แจ้งได้ทุกเรื่องที่เดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม สามารถติดต่อสายด่วน สปสช.1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สปสช.จะประสานหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือต่อไป สำหรับหน่วยบริการที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์น้ำท่วม การบันทึกข้อมูล หรือการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย สามารถประสานกับ สปสช. ได้โดยตรงผ่านสายด่วน 1330 กด 5
