Skip to content

อาซาฮีเลื่อนรายงานผลประกอบการรวม เหตุโจมตีไซเบอร์ ยังไม่กลับสู่ปกติ

27 พ.ย. 2568 | 19:00น.
อาซาฮีเลื่อนรายงานผลประกอบการรวม เหตุโจมตีไซเบอร์ ยังไม่กลับสู่ปกติ

อาซาฮี ผู้ผลิตเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่น ตัดสินใจเลื่อนประกาศรายงานผลประกอบการรวม สำหรับส่วนธุรกิจญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออก เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์ เมื่อวันที่ 29 กันยายน ทำให้ระบบยังคงขัดข้องจนถึงปัจจุบัน

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า บริษัท อาซาฮี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (Asahi Group Holdings) ผู้ผลิตเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่นรายใหญ่ เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัทถูกโจมตีทางไซเบอร์ เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกำไร และทำให้ต้องเลื่อนรายงานผลประกอบการรวมออกไป

เป็นระยะเวลาเกือบ 2 เดือนแล้วที่อาซาฮีถูกโจมตีทางไซเบอร์ จนส่งผลกระทบต่อระบบการสั่งซื้อและจัดส่งภายในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาซาฮีขาดตลาด ล่าสุดบริษัทระบุว่า ระบบยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และการจัดส่งผลิตภัณฑ์ยังสามารถดำเนินการได้เพียงบางขั้นตอนเท่านั้น อีกทั้งข้อมูลส่วนบุคคล 1,914,000 คน อาจถูกแฮกเกอร์เข้าถึงได้ แต่ไม่รวมถึงข้อมูลบัตรเครดิต

ขณะนี้บริษัทกำลังออกแบบระบบควบคุมเครือข่ายและเส้นทางการขนส่งใหม่ โดยตั้งเป้าสามารถฟื้นบริการอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) อาซาฮีประกาศผลประกอบการบางส่วน โดยเปิดเผยว่า รายได้ส่วนธุรกิจยุโรปในช่วงเดือนมกราคม-กันยายนลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายส่วนธุรกิจเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มขึ้น 3.1% อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปผลประกอบการรวม ในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคม สำหรับส่วนธุรกิจญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกได้ และตัดสินใจเลื่อนประกาศออกไป เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์ทำให้ระบบขัดข้อง และจะประกาศเมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการฟื้นฟูระบบโดยรวม

อัตสึชิ คัตสึกิ ซีอีโอกลุ่มอาซาฮี กล่าวว่า แม้ผลงานโดยรวมสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2025 คาดว่าจะลดลงเนื่องจากความล้มเหลวของระบบ แต่เราจะดำเนินการตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดการของบริษัทในระยะกลางถึงระยะยาว

Asahi Breweries ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ประกาศตัวเลขยอดขายเบื้องต้นเดือนตุลาคม ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า เนื่องจากพนักงานต้องทำงานแบบออฟไลน์ โดยรับคำสั่งซื้อผ่านโทรศัพท์หรือแฟกซ์ อีกทั้งสำนักงานขายแต่ละแห่ง ยังต้องใส่รายละเอียดข้อมูลการขายในโปรแกรม Excel ที่ต้องให้ฝ่ายการผลิตรับรอง

 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นญี่ปุ่น กลุ่มแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอาซาฮีได้ ผ่านการติดตั้งแรนซัมแวร์ (ransomware) ซึ่งเป็นมัลแวร์ชนิดหนึ่งสำหรับเข้ารหัสหรือล็อกข้อมูลเพื่อเรียกค่าไถ่ บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์และคอมพิวเตอร์บางตัวของบริษัท ส่งผลให้คำสั่งซื้อและการจัดส่งเครื่องดื่มและอาหารภายในญี่ปุ่นหยุดชะงักลง และยังกระทบต่อการผลิตของโรงงานในประเทศ ซึ่งถูกระงับชั่วคราว

แม้ขณะนี้การดำเนินการบางส่วนจะสามารถกลับมาได้แล้ว แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารทั่วญี่ปุ่น ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนผลิตภัณฑ์อาซาฮี จนต้องระงับการขาย โดยผลิตภัณฑ์คู่แข่งอย่างคิริน (Kirin) ซันโทรี่ (Suntory) และซัปโปโร (Sapporo) เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม กลุ่มแฮกเกอร์ “ฉีหลิน” (Qilin) ออกมากล่าวอ้างว่า พวกเขาขโมยไฟล์ไปอย่างน้อย 9,300 ไฟล์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทอีก 27 จิกะไบต์ อย่างไรก็ดี คัตสึกิระบุว่า บริษัทไม่ได้ติดต่อกับแฮกเกอร์กลุ่มนี้ และต่อให้มีการเรียกเงินค่าไถ่ บริษัทก็ไม่เจตนาที่จะจ่าย