อาซาฮี ผู้ผลิตเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่น ตัดสินใจเลื่อนประกาศรายงานผลประกอบการรวม สำหรับส่วนธุรกิจญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออก เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์ เมื่อวันที่ 29 กันยายน ทำให้ระบบยังคงขัดข้องจนถึงปัจจุบัน
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า บริษัท อาซาฮี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (Asahi Group Holdings) ผู้ผลิตเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่นรายใหญ่ เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัทถูกโจมตีทางไซเบอร์ เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกำไร และทำให้ต้องเลื่อนรายงานผลประกอบการรวมออกไป
เป็นระยะเวลาเกือบ 2 เดือนแล้วที่อาซาฮีถูกโจมตีทางไซเบอร์ จนส่งผลกระทบต่อระบบการสั่งซื้อและจัดส่งภายในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาซาฮีขาดตลาด ล่าสุดบริษัทระบุว่า ระบบยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และการจัดส่งผลิตภัณฑ์ยังสามารถดำเนินการได้เพียงบางขั้นตอนเท่านั้น อีกทั้งข้อมูลส่วนบุคคล 1,914,000 คน อาจถูกแฮกเกอร์เข้าถึงได้ แต่ไม่รวมถึงข้อมูลบัตรเครดิต
ขณะนี้บริษัทกำลังออกแบบระบบควบคุมเครือข่ายและเส้นทางการขนส่งใหม่ โดยตั้งเป้าสามารถฟื้นบริการอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป
วันนี้ (27 พฤศจิกายน) อาซาฮีประกาศผลประกอบการบางส่วน โดยเปิดเผยว่า รายได้ส่วนธุรกิจยุโรปในช่วงเดือนมกราคม-กันยายนลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายส่วนธุรกิจเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มขึ้น 3.1% อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปผลประกอบการรวม ในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคม สำหรับส่วนธุรกิจญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกได้ และตัดสินใจเลื่อนประกาศออกไป เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์ทำให้ระบบขัดข้อง และจะประกาศเมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการฟื้นฟูระบบโดยรวม
อัตสึชิ คัตสึกิ ซีอีโอกลุ่มอาซาฮี กล่าวว่า แม้ผลงานโดยรวมสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2025 คาดว่าจะลดลงเนื่องจากความล้มเหลวของระบบ แต่เราจะดำเนินการตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดการของบริษัทในระยะกลางถึงระยะยาว
Asahi Breweries ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ประกาศตัวเลขยอดขายเบื้องต้นเดือนตุลาคม ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า เนื่องจากพนักงานต้องทำงานแบบออฟไลน์ โดยรับคำสั่งซื้อผ่านโทรศัพท์หรือแฟกซ์ อีกทั้งสำนักงานขายแต่ละแห่ง ยังต้องใส่รายละเอียดข้อมูลการขายในโปรแกรม Excel ที่ต้องให้ฝ่ายการผลิตรับรอง
ย้อนไปเมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นญี่ปุ่น กลุ่มแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอาซาฮีได้ ผ่านการติดตั้งแรนซัมแวร์ (ransomware) ซึ่งเป็นมัลแวร์ชนิดหนึ่งสำหรับเข้ารหัสหรือล็อกข้อมูลเพื่อเรียกค่าไถ่ บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์และคอมพิวเตอร์บางตัวของบริษัท ส่งผลให้คำสั่งซื้อและการจัดส่งเครื่องดื่มและอาหารภายในญี่ปุ่นหยุดชะงักลง และยังกระทบต่อการผลิตของโรงงานในประเทศ ซึ่งถูกระงับชั่วคราว
แม้ขณะนี้การดำเนินการบางส่วนจะสามารถกลับมาได้แล้ว แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารทั่วญี่ปุ่น ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนผลิตภัณฑ์อาซาฮี จนต้องระงับการขาย โดยผลิตภัณฑ์คู่แข่งอย่างคิริน (Kirin) ซันโทรี่ (Suntory) และซัปโปโร (Sapporo) เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม กลุ่มแฮกเกอร์ “ฉีหลิน” (Qilin) ออกมากล่าวอ้างว่า พวกเขาขโมยไฟล์ไปอย่างน้อย 9,300 ไฟล์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทอีก 27 จิกะไบต์ อย่างไรก็ดี คัตสึกิระบุว่า บริษัทไม่ได้ติดต่อกับแฮกเกอร์กลุ่มนี้ และต่อให้มีการเรียกเงินค่าไถ่ บริษัทก็ไม่เจตนาที่จะจ่าย