Skip to content

ทรัมป์เดือด ประกาศแผนระงับ “ประเทศโลกที่สาม” อพยพเข้าสหรัฐถาวร

28 พ.ย. 2568 | 15:39น.
ทรัมป์เดือด ประกาศแผนระงับ “ประเทศโลกที่สาม” อพยพเข้าสหรัฐถาวร

ผู้นำสหรัฐประกาศแผนคุมเข้มเข้าเมืองในลักษณะที่รุนแรงขึ้น โดยจะระงับการย้ายถิ่นฐานประชาชนจากประเทศยากจนอย่างถาวร และยุติให้สวัสดิการรัฐต่อผู้อพยพ หลังเกิดเหตุชายชาวอัฟกานิสถานยิงสมาชิกกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติ 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณใกล้ทำเนียบขาว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้คำมั่นอย่างแข็งกร้าวในวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ว่าจะระงับไม่ให้ประชาชนจากประเทศที่ยากจน อพยพย้ายถิ่นเข้าสหรัฐอย่างถาวร หลังเหตุการณ์ชายชาวอัฟกานิสถาน วัย 29 ปี ถูกตั้งข้อหาในคดียิงสมาชิกกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติ 2 นาย ซึ่งกำลังลาดตระเวนอยู่ไม่ห่างจากทำเนียบขาว ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อบ่ายวันที่ 26 พฤศจิกายน

ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูทโซเชียล (Truth Social) คืนวันที่ 27 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่าจะระงับการอพยพย้ายถิ่นฐานจาก “ประเทศโลกที่สาม” ทั้งหมดเป็นการถาวร เพื่อให้ระบบภายในสหรัฐสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ ยุติการรับผู้อพยพหลายล้านคน ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน อีกทั้งจะขับไล่ ใครก็ตามที่ไม่ใช่สินทรัพย์ของสหรัฐ หรือใครก็ตามที่ไม่สามารถรักชาติออกไป ยุติสวัสดิการรัฐทั้งหมดสำหรับผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐ และเพิกถอนสัญชาติของผู้อพยพที่บ่อนทำลายความสงบสุขภายในประเทศ

ขอให้ทุกคนสุขสันต์วันขอบคุณพระเจ้า ยกเว้นผู้ที่เกลียดชัง ขโมย ฆ่า และทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่อเมริกายืนหยัดอยู่ พวกคุณคงอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน !” ทรัมป์ระบุ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากในคอมเมนต์

 

 

นับตั้งแต่เกิดเหตุยิงกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติ 2 นาย ทรัมป์ก็ยกระดับวาทกรรมรุนแรงขึ้น และเรียกร้องให้มีการสอบสวนผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันทุกคนที่เข้ามาในช่วงรัฐบาลไบเดนอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะดำเนินนโยบายเหล่านี้อย่างไร หรือจะใช้เกณฑ์ใดในการระบุว่าเป็นประเทศโลกที่สาม ซึ่งถูกมองว่าเป็นคำนิยามที่ไม่ชัดเจนและไม่เหมาะสม

 

โจเซฟ เอ็ดโลว์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริการตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐ (U.S. Citizenship and Immigration Services) กล่าวบนโซเชียลมีเดียว่า ทางหน่วยงานจะดำเนินการคัดกรองบุคคลจาก ประเทศเสี่ยงสูง 19 ประเทศ” เพิ่มเติมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และกำลังดำเนินการตรวจสอบกรีนการ์ดของคนต่างด้าวทุกคน จากทุกประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มรูปแบบและเข้มงวด

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน ทำเนียบขาวออกประกาศ ระงับการเดินทางเข้าประเทศโดยสิ้นเชิง ครอบคลุมพลเมืองที่มาจาก 12 ประเทศ รวมถึง อัฟกานิสถาน เมียนมา อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน เยเมน ฯลฯ และระงับการเดินทางเข้าประเทศของพลเมืองบางส่วนที่มาจาก 7 ประเทศ อาทิ ลาว คิวบา เวเนซุเอลา รวมเป็นประเทศเสี่ยงสูง 19 ประเทศ

 

ในปี 2024 ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ด้วยคำสัญญาว่าจะปราบปรามการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายเป็นงานลำดับแรก และดำเนินการตามคำมั่นสัญญาเรื่อยมา ด้วยการบุกจับและเนรเทศผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย โดยมีไซต์ก่อสร้างและโรงเรียนเป็นเป้าหมายในการบุกจับ

อย่างไรก็ดี ข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงานระบุว่า แนวโน้มการเนรเทศที่เพิ่มมากขึ้นนี้ อาจเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากแรงงานต่างชาติในสหรัฐคิดเป็นเกือบ 31 ล้านตำแหน่ง

ทรัมป์กล่าวว่า ชาวอเมริกันที่เกิดในต่างประเทศซึ่งได้รับสวัสดิการจากรัฐ โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศที่ล้มเหลว หรือจากเรือนจำ สถาบันจิตเวช แก๊ง หรือพ่อค้ายา ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมทั่วประเทศ ขณะที่ผลการศึกษาจากนักเศรษฐศาสตร์ ในปี 2023 ระบุว่า ผู้อพยพมีโอกาสถูกจำคุกน้อยกว่าผู้ที่เกิดในสหรัฐถึง 60% โดยมีผู้อพยพที่ถูกจำคุกในอัตราที่ต่ำกว่าพลเมืองสหรัฐมาเป็นเวลา 150 ปีแล้ว

 

อ้างอิง : Bloomberg, AP, Truth Social