คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
คุณตัน ภาสกรนที เจ้าพ่อชาเขียว “อิชิตัน” เคยเล่าเรื่องราวสมัยเริ่มต้นทำงานใหม่ ๆ
เขาเป็นพนักงานยกของไปเก็บในโกดังชั้นบนอาคาร
ทำมาพักหนึ่งก็ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
“อาวุธลับ” ของคุณตันในวันนั้น คือ การยกมือ
เจ้านายหาคนอาสาทำงานอะไรก็ตาม
เขายกมือเป็นคนแรกเสมอ
ไม่เคยเกี่ยงงาน
เพราะถือว่าเป็น “โอกาส”
แม้แต่ตอนที่มีพนักงานขายลาออกกะทันหัน เจ้านายถามว่าใครขี่รถจักรยานยนต์เป็นบ้าง
จะให้เป็นพนักงานขายชั่วคราว
คุณตันยกมือ
ทั้งที่ขี่รถจักรยานยนต์ไม่เป็น
วันรุ่งขึ้น แผลเต็มแขนเลย เพราะตอนกลางคืนไปหัดขี่มอเตอร์ไซค์
จาก “จับกัง” คุณตันได้เป็นพนักงานขาย และก้าวต่อไปเรื่อย ๆ จนมาทำธุรกิจส่วนตัว
บทเรียนนี้เป็นเรื่องที่คุณตันเล่าเป็นประจำ
ผมคล้าย ๆ คุณตัน เพียงแต่ไม่ได้ยกมือเอง
หัวหน้าเขามอบหมายงานใหม่มาให้เรื่อย ๆ เท่านั้นเอง
เวลามีใครให้บรรยายเรื่องการเป็นนักเขียน
ผมจะเล่าถึงช่วงเวลาที่เป็นนักข่าวใหม่ที่ “ประชาชาติธุรกิจ”
เริ่มต้นจากนักข่าวสายอุตสาหกรรม
จากการทำข่าว เขียนข่าว ก็เริ่มขยับมาเขียนสกู๊ปข่าวที่มีการใช้สำนวนภาษา และการวางโครงเรื่อง
พอพี่ ๆ เห็นเขียนได้ดีพอสมควร เวลามีสกู๊ปข่าวเรื่องไหน เขาก็มอบหมายให้ผมเขียน
ยิ่งเป็นเรื่องกลาง ๆ ที่ไม่ตรงกับโต๊ะข่าวไหนโดยตรง
ผมจะได้รับหน้าที่นั้นทันที
ที่หนักที่สุดคือ ช่วงวันหยุดยาว ปีใหม่ สงกรานต์
ช่วงนั้นจะไม่ค่อยมีข่าว และโฆษณาก็น้อย
วิธีการแก้ปัญหาของหนังสือพิมพ์ในยุคนั้นก็คือ ทำสกู๊ปข่าวที่ถือเป็น “เรื่องแห้ง”
ไม่ต้อง “สด” เหมือนกับ “ข่าว”
นักข่าวทุกคนก็ต้องเขียนสกู๊ปเหมือนกัน แต่ผมได้รับเกียรติมากหน่อย
บางครั้งต้องเขียนสกู๊ป 2 หน้ากระดาษเต็ม ๆ
จำได้ว่าผมตั้งโจทย์ในการเขียนของผมว่า “เขียนอย่างไร คนอ่านจะติดตามอ่านจนจบ”
ผมสรุปให้น้อง ๆ ฟังว่า ประสบการณ์ช่วงนั้นทำให้ผมเป็นนักเขียนในวันนี้
เพราะเป็นเวทีทำให้ได้ฝึกปรือฝีมืออย่างเต็มที่ ทั้งการใช้ภาษา การวางโครงเรื่องให้น่าติดตาม และวิธีการใช้รูปและล้อมกรอบ ทำให้คนอ่านอ่านจนจบ
มีคนบอกว่าเวลา “เจ้านาย” มอบหมายงานให้เรา
มีวิธีคิดอยู่ 2 แบบ
แบบแรก เจ้านายโยนงานให้
แบบที่สอง “โอกาส” ในการเรียนรู้งาน
โชคดีที่ผมคิดในแบบที่สอง
เป็น “โอกาส” ได้ฝึกปรือด้านการเขียน
ผมแวบคิดเรื่องนี้ขึ้นมา เมื่อเห็นข่าวคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง คุณธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นผู้อำนวยการศูนย์จัดการน้ำภัยพิบัติคุมการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่
คุณธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และยังเป็นหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่เป็น “คู่แข่ง” ของพรรคภูมิใจไทย ในภาคใต้
ในขณะที่ “น้ำท่วมหาดใหญ่” ครั้งนี้หนักหนาสาหัสมาก
จนถึงวันนี้ก็คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่าหนักแค่ไหน
คำถามก็คือ ตอนที่คุณธรรมนัสรู้ว่านายกฯแต่งตั้งให้ดูแลเรื่องนี้
เขาเคยตั้งคำถามไหมว่าหน้าที่นี้น่าจะเป็นของกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงกลาโหม ที่อุปกรณ์การช่วยเหลือคนพร้อมมากกว่ากระทรวง เกษตรฯ
แต่ทำไมมอบหมายงานนี้ให้เขา
และเมื่อเห็นคำสั่ง คุณธรรมนัสคิดว่าเป็น “โอกาส” ในการโชว์ฝีมือ
หรือว่าเจ้านายโยน “เผือกร้อน” ให้
แค่สงสัยเฉย ๆ ครับ