Skip to content

ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดลดดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า

02 ธ.ค. 2568 | 17:52น.
ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดลดดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า

ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดลดดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ทั้งตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนประจำเดือน พ.ย. และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนกันยายน

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (02/12) ที่ระดับ 32.02/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (01/12) ที่ระดับ 32.00/01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากกระแสคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงสร้างแรงกดดันต่อดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ อาทิ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนประจำเดือน พ.ย.จาก ADP ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธ และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือน ก.ย. ซึ่งจะเปิดเผยในวันศุกร์นี้ ก่อนที่การประชุมนโยบายการเงินของเฟดจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (01/12) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 48.2 ในเดือน พ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48.8 จากระดับ 48.7 ในเดือน ต.ค. โดยดัชนียังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน ขณะที่ได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน

นอกจากนี้ S&P Global เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.2 ในเดือน พ.ย. จากระดับ 52.5 ในเดือน ต.ค. อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 โดยดัชนี PMI ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ความเชื่อมั่นดีดตัวขึ้นเช่นกัน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. จะออกนโยบายทางการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติม เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยจะเป็นนโยบายภาพรวม ไม่ใช่มาตรการเฉพาะเจาะจง ซึ่ง ธปท.จะดำเนินการภายใต้สมาคมธนาคารไทย (TBA) และธนาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่-สงขลา

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.94- 32.08 บาท/ดอลลาร์สหหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.00/01 บาท/ดอลลาร์สทรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเข้าวันนี้ (02/12) ที่ระดับ 1.1605/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (01/12) ที่ระดับ 1.1620/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร มาร์ติน โคเชอร์ นักกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวเมื่อวานนี้ (01/12) ว่าธนาคารกลางควรชะลอการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าการคาดการณ์เงินเฟ้อจะแสดงระดับที่ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% เล็กน้อยในปีหน้า โดยโคเชอร์เน้นย้ำว่าการเบี่ยงเบนเล็กน้อยจากเป้าหมายเงินเฟ้อของ ECB ไม่ควรกระตุ้นให้มีการดำเนินการทันที

นอกจากนี้ เมื่อวานนี้ (01/12) มีรายงานออกมาว่าดัชนี HCOB Manufacturing PMI ของเยอรมนีลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเก้าเดือนมาอยู่ที่ระดับ 48.2 จาก 49.6 ในเดือนตุลาคม โดยการลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงอย่างรวดเร็วของคำสั่งซื้อใหม่ ซึ่งลดลงในอัตราเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม และยอดขายส่งออกลดลงเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกัน โดยมีอัตราการลดลงเร็วที่สุดในปีนี้ท่ามกลางความต้องการที่อ่อนแอลงทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเสื่อมถอยเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายนของภาคการผลิตของเยอรมนี

ทั้งนี้ แม้ว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่เก้าติดต่อกัน แต่อัตราการเติบโตชะลอตัวลงสู่ระดับที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ผู้ผลิตยังคงลดจำนวนแรงงานผ่านการไม่ทดแทนพนักงานที่ลาออก การไม่ต่อสัญญา และการเลิกจ้าง ส่งผลให้การจ้างงานในโรงงานลดลงอย่างมาก ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1602 – 1.1616 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1610/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเข้าวันนี้ (02/12) ที่ระดับ 155.62/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (01/12) ที่ระดับ 155.28/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวานนี้ (01/12) นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวในวันนี้ว่า การที่ BOJ ล่าช้าในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจก่อให้เกิดความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังกล่าวเสริมว่า เงินเฟ้อในระดับสูงอาจทำให้ BOJ ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างมาก ซึ่งจะก่อให้เกิดความปั่นป่วน

นอกจากนี้ S&P Global เปิดเผยผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่นประจำเดือน พ.ย. พบว่าดัชนีปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 48.7 จากระดับ 48.2 ในเดือน ต.ค. ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์เบื้องต้นที่ 48.8 แม้ดัชนีที่ต่ำกว่าระดับ 50.0 จะบ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังคงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 แต่ถือเป็นอัตราการหดตัวที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค.

โดยหากดูรายละเอียดรายกลุ่มพบว่า สินค้าขั้นกลางและสินค้าเพื่อการลงทุนยังคงอยู่ในภาวะซบเซา มีเพียงสินค้าอุปโภคบริโภคที่กระเตื้องขึ้นเล็กน้อย ปัญหาหลักยังคงอยู่ที่ยอดคำสั่งซื้อใหม่ที่ลดลงต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปีครึ่งโดยผู้ประกอบการระบุว่าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ลูกค้าลดงบประมาณ และการลงทุนภาคเอกชนลดลง โดยเฉพาะความต้องการในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และเซมิคอนดักเตอร์ที่อ่อนตัวลงอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามภาคเอกชนเริ่มมีความหวังมากขึ้นโดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 12 เดือนข้างหน้าพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน ปัจจัยบวกมาจากการเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่และการคาดการณ์ว่าตลาดจะฟื้นตัว โดยเฉพาะในหมู่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการขนส่ง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.41 – 156.01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 155.96/97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนี้ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. ของสหรัฐ (01/12), ดุลการค้าเดือน ต.ค. ของฝรั่งเศส (02/12), อัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ย. (ประมาณการเบื้องต้น) และอัตราว่างงานเดือน ต.ค. ของอียู (02/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. ของอียูและอังกฤษ (03/12),

ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน พ.ย.จาก ADP ของสหรัฐ (03/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. ของสหรัฐ (03/12), ดัชนีภาคบริการเตือน พ.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ของสหรัฐ (03/12), ยอดค้าปลีกเดือน ต.ค. ของอียู (04/12), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (04/12), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการครั้งที่ 3) ของอียู (05/12), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ย. ของสหรัฐ (05/12), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ธ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ (05/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.8/-7.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -6.6/-4.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ