สำนักงาน คปภ. กำชับให้บริษัทประกันภัย เร่งรัดจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ชี้รถยนต์เสียหายสิ้นเชิงจ่ายภายใน 7 วัน-ที่อยู่อาศัยภายใน 3 วัน
นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เปิดเผยว่า หลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากและ สร้างความเสียหายต่อรถยนต์เป็นวงกว้าง สำนักงาน คปภ. ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ประสานความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยทุกแห่ง เพื่อร่วมกันเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังและทันท่วงที
“ได้ขอความร่วมมือให้ทุกบริษัทประกันภัยจัดส่งรถยกเพื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายทุกคันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และไม่จำกัดว่ารถคันนั้นจะทำประกันภัยกับบริษัทใด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างเท่าเทียม”
สำหรับมาตรการด้านการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุอุทกภัย สำนักงาน คปภ.ได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ดังนี้ กรณีประกันภัยรถยนต์ (Motor) สำนักงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงที
โดย 1) กรณีเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน โดยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มตามทุนประกันที่ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ หากผู้เอาประกันภัยไม่ประสงค์คืนทุนประกันตามข้อเสนอของบริษัท ผู้เอาประกันภัยสามารถนำรถไปจัดซ่อมเองได้ โดยบริษัทประกันภัยจะดำเนินการจ่ายค่าซ่อมให้ไม่เกิน 70% (ร้อยละเจ็ดสิบ) ของทุนประกัน และคืนเบี้ยคงเหลือตามสัดส่วนจากการยกเลิกกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัยด้วย
2) กรณีเสียหายบางส่วน (Partial Loss) บริษัทประกันภัยจะเร่งตรวจสอบ ประเมินความเสียหายและประสานงานกับอู่ซ่อมรถในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณรถที่ได้รับผลกระทบได้อย่างเพียงพอ และเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด
สำหรับการประกันวินาศภัยประเภทอื่น (Nonmotor) ในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย หรือได้รับอิทธิพลของพายุ ตามรายงานสถานการณ์สาธารณภัยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวนเงิน 20,000 บาท และกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ที่ให้ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวนเงิน 30,000 บาท (ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินความคุ้มครองที่คงเหลืออยู่ตามกรมธรรม์)
กรณีมีความเสียหายเกินจำนวนดังกล่าวที่ระบุไว้ ให้ผู้เอาประกันภัยส่งเอกสารหลักฐานเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์และให้บริษัทประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนภายใน 3 วัน นับแต่ได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วน ส่วนกรมธรรม์ประเภทอื่น ๆ ให้พิจารณาและเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว ภายใต้ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและทันท่วงที
ส่วนกรณีการตรวจสอบข้อมูลการเอาประกันภัยของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อุทกภัยนั้น สำนักงาน คปภ.ได้บูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับนายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอรายชื่อและเลขบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว ซึ่งสำนักงาน คปภ.จะนำมาใช้ตรวจสอบสิทธิ ความคุ้มครองประกันภัย ผ่านระบบ IBS (Insurance Bureau System) และประสานไปยังบริษัทประกันภัย เพื่อเร่งให้มีการจ่ายสินไหมทดแทนกับผู้รับประโยชน์หรือทายาทได้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ ประชาชนที่มีญาติเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็สามารถติดต่อเพื่อตรวจสอบการมีประกันภัย ผ่านสายด่วน คปภ.1186 ซึ่งในขณะนี้ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
“สำนักงาน คปภ.ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ โดยขอเน้นย้ำว่า การออกมาตรการครั้งนี้เป็นการดำเนินการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ มุ่งให้ผู้เอาประกันภัยได้รับการดูแล คุ้มครองและเยียวยาอย่างรวดเร็วที่สุด
พร้อมทั้งกำกับติดตามการปฏิบัติงานของบริษัทประกันภัยทุกแห่งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรการทุกด้านเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างแท้จริง สะท้อนความมุ่งมั่นของสำนักงาน คปภ. ในการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์”
