Skip to content

คิง เพาเวอร์ จัดเวิร์กช็อป-ตลาดคราฟต์ หนุนเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน​​​​​

16 ธ.ค. 2568 | 13:45น.
คิง เพาเวอร์ จัดเวิร์กช็อป-ตลาดคราฟต์ หนุนเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน​​​​​

​​​​​​​​​​​คิง เพาเวอร์ เปิดตัว “THE POWER GIFTIVAL 2026” ขับเคลื่อนงานคราฟต์ไทยสู่ความยั่งยืน ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านประสบการณ์เรียนรู้-ลงมือทำ

คิง เพาเวอร์ เดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนไทยและยกระดับคุณค่างานคราฟต์ท้องถิ่นสู่ความยั่งยืน ผ่านงาน KING POWER CELEBRATION 2026 THE POWER GIFTIVAL ที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ โดยจัดตลาด Giftival Market และ Thai Workshop ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้-ลงมือทำ-เข้าใจคุณค่า”

ผสานหลักคิด Circular Design ตอบโจทย์เทรนด์ของขวัญปีใหม่ที่ให้ความหมายและสนับสนุนงานฝีมือไทย พร้อมไฮไลต์ “ต้นคริสต์มาสสไตล์ไทยโมเดิร์น” ตกแต่งด้วยผ้าขาวม้าและงานคราฟต์จากชุมชนทั่วประเทศ สะท้อนพลังการเชื่อมโยงวัฒนธรรม ชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในช่วงเทศกาลปลายปีนี้

โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับความยั่งยืนของชุมชนไทยผ่านการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างมีคุณค่า พัฒนาทักษะด้านการออกแบบร่วมสมัย สร้างรายได้กลับสู่ท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้าถึงตลาดใหม่ภายในงานผ่าน Giftival Market ตั้งแต่วันนี้-4 ม.ค. 69 เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อของขวัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทย พร้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

สัญลักษณ์สำคัญของงานปีนี้คือ “ต้นคริสต์มาสแห่งการเชื่อมโยง” ที่ถ่ายทอดความร่วมมือระหว่างคิง เพาเวอร์ และชุมชนผ่านงานฝีมือกว่า 10,000 ชิ้นจากหลายจังหวัด อาทิ ตุงไส้หมูและตุงไส้หมูแวววาวจากเชียงใหม่ ตุงผ้า 12 นักษัตร และผ้าขาวม้าจากราชบุรี รวมถึงตุ๊กตาม้าจากมหาสารคาม ซึ่งต่างสะท้อนภูมิปัญญาและทักษะฝีมืออันละเอียดประณีตของชุมชนไทยอย่างทรงพลัง

งานยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสัมผัสคราฟต์ไทยจากแหล่งกำเนิดภูมิปัญญาผ่าน Thai Workshop ระหว่าง 18-28 ธ.ค. 68 เวลา 12.00-17.00 น. โดยผู้ประกอบการจาก 6 ชุมชนร่วมถ่ายทอดทักษะอย่างใกล้ชิด อาทิ การประดิษฐ์ “ม้าโชคดี” จากเศษผ้าขาวม้าของแบรนด์ Pahkahmah Thailand, เพนต์พวงกุญแจจาก Nineshop99, ทำเครื่องประดับเงินกับช่างฝีมือจากดอยซิลเวอร์ จ.น่าน, ประกอบสร้อยไข่มุกจาก PRIMA PEARL, เพนต์เซรามิกศิลาดลจากเชียงใหม่ ศิลาดล และประดิษฐ์เครื่องประดับหินจากบ้านช้างดีไซน์ จ.ชลบุรี

การเปิดพื้นที่ให้ชุมชน “เล่าเรื่องด้วยตัวเอง” คือหัวใจสำคัญของงานปีนี้ เพราะเสียงจากผู้ประกอบการสะท้อนผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนที่จับต้องได้ ทั้ง Giftival Market และ Thai Workshop จึงเป็นพื้นที่สร้างโอกาสที่เชื่อมงานฝีมือไทยเข้ากับตลาดจริง เปิดช่องทางให้ชุมชนเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เพิ่มรายได้ พัฒนาทักษะด้านการออกแบบ และต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันยังช่วยผลักดันคราฟต์ไทยให้ตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืนของลูกค้ายุคใหม่อย่างลงตัว

รัตติยา กล่ำบุญ
รัตติยา กล่ำบุญ

รัตติยา กล่ำบุญ จากบ้านช้างดีไซน์ จ.ชลบุรี กล่าวว่า ศิลปะไม่ใช่เพียงความสวยงาม แต่เป็นช่องทางสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับชุมชน การถ่ายทอดเทคนิคเพนต์ผ้ามัดย้อมรวมถึงการร้อยหินทำเป็นเครื่องประดับทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมที่มั่นคงและเห็นคุณค่าของฝีมือตัวเองอีกครั้ง

ส่วน ทัศนีย์ ยะจา จากเชียงใหม่ ศิลาดล จ.เชียงใหม่ มองว่าศิลปะคือพื้นที่ของวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ต้องเดินไปพร้อมกัน ศิลาดลเป็นจิตวิญญาณของล้านนา เรานำแนวคิด Circular Design และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเชื่อมกับงานเซรามิกเพื่อให้ศิลาดลยังคงร่วมสมัยและส่งต่อวัฒนธรรมของภาคเหนือให้ถึงคนรุ่นใหม่อย่างลึกซึ้ง

ขณะที่ชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช จากดอยซิลเวอร์ จ.น่าน มองว่าการสืบทอดภูมิปัญญาคือหัวใจของความยั่งยืน “ดอยซิลเวอร์สืบทอดงานเครื่องเงินมามากกว่า 70 ปี วันนี้เราให้ความสำคัญกับการฝึกเยาวชนเพื่อให้ทักษะนี้อยู่คู่ชุมชนต่อไปควบคู่กับการสร้างอาชีพด้วยวัสดุท้องถิ่น

ทัศนีย์ ยะจา
ทัศนีย์ ยะจา

KING POWER CELEBRATION 2026 THE POWER GIFTIVAL คือภาพสะท้อน Social Impact ที่เกิดขึ้นจริงและสอดคล้องกับสิ่งที่คิง เพาเวอร์ ดำเนินการมาตลอดกว่า 30 ปี ทั้งการคัดสรรสินค้าไทยเข้าสู่ร้านค้า การจัดพื้นที่ให้ชุมชนนำเสนอผลิตภัณฑ์ การให้คำปรึกษาและพัฒนาสินค้าให้ร่วมสมัยและได้มาตรฐาน ตลอดจนยกระดับผู้ประกอบการให้ก้าวสู่ตลาดสากล (Exportable) ผ่านองค์ความรู้ด้านการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ และการตลาดเพื่อสนับสนุนการเติบโตของชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้บริษัทยังสนับสนุนชุมชนด้วยช่องทางจำหน่ายที่แข็งแกร่งทั้งออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมการวิเคราะห์ยอดขายเพื่อพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสนับสนุนผู้ประกอบการไทยกว่า 351 รายให้มีโอกาสนำเสนอผลงานต่อผู้บริโภคโดยตรง สามารถช่วยผลักดันสินค้าไทยหลากหลายประเภทตั้งแต่อาหาร สุขภาพและความงาม แฟชั่น แอ็กเซสซอรี่ ไปจนถึงของตกแต่งบ้านและของที่ระลึกเข้าสู่ร้านค้าดิวตี้ฟรี ร้านแทกซ์ฟรี และคอมเพล็กซ์ของคิง เพาเวอร์ รวมถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต

ย้ำความเชื่อว่า “ความยั่งยืนต้องเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน” และคิง เพาเวอร์ จะยังคงเดินหน้าผลักดันคราฟต์ไทยและสินค้าชุมชนให้เติบโตสู่ตลาดที่กว้างขึ้น พร้อมผลักดันการเรียนรู้และพัฒนาผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง​

ชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช
ชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช