Skip to content

กลุ่ม ปตท. จัดงาน ‘Still On My Mind’ น้อมรำลึกพระพันปีหลวง

22 ธ.ค. 2568 | 13:52น.
กลุ่ม ปตท. จัดงาน ‘Still On My Mind’ น้อมรำลึกพระพันปีหลวง

กลุ่ม ปตท. จัดงาน “Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์” แสดงละครเพลงน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสื่อพระเมตตาที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรไทยมาโดยตลอด

คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สวนเปรมประชาวนารักษ์แห่งนี้กลุ่ม ปตท. ได้สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีมหามงคล 72 พรรษา โดยพระองค์ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอย่างเป็นทางการ และได้มีการจัดงานละครเวทีเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการรักษาทำนุบำรุงและพัฒนาแหล่งน้ำของประเทศไทย

ในปีนี้จึงได้จัดงานเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจัดเวิร์กช็อปต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน

คงกระพัน อินทรแจ้ง

ไฮไลต์ของงานคือการแสดงละครเพลงที่กลุ่ม ปตท. และผู้กำกับผู้มีส่วนร่วมทุกท่านได้ตั้งใจจัดทำขึ้นอย่างประณีต เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสชมการแสดงหลายรอบ โดยมุ่งหวังให้ผู้ชมได้ซาบซึ้งและตระหนักในสิ่งที่พระองค์ท่านได้ดำเนินพระราชกรณียกิจมาโดยตลอด

โดยเฉพาะความรักของพระองค์ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ความรักต่อประเทศไทย และความรักต่อพสกนิกรชาวไทยทั้งมวล

“ปีที่แล้วมีการแสดงละครเพลงเพียงรอบเดียว แต่ปีนี้ได้จัดให้มีหลายรอบเพื่อให้ประชาชนได้มาชมกันให้มากที่สุด และร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ถึงความรักและซาบซึ้งในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำมาโดยตลอด”

สำหรับการผลิตงานครั้งนี้มีเวลาจำกัดมาก แต่ทีมงานและนักแสดงได้ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ โดยมุ่งหวังให้ผู้ชมได้รับความซาบซึ้งตื้นตันใจ ไม่ใช่ความเศร้า

คงกระพันยกตัวอย่างองค์หนึ่งในการแสดงเรื่อง “สายใย” ที่แสดงให้เห็นถึงความเพียร ความรักของพระองค์ท่านที่มีต่อประชาชนและประเทศ โดยเปรียบเทียบประชาชนเหมือนเส้นใยหรือเส้นไหมที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ความเคารพและความรักที่ประชาชนมีต่อพระองค์ท่านนั้นเกิดจากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำมาโดยตลอด

โดยได้กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนชวนเพื่อนและครอบครัวมาชมการแสดงซึ่งเป็นกิจกรรมฟรี โดยจะมีการแสดงในเดือนมกราคมอีกหลายรอบ

ขณะที่ สุวรรณดี จักราวรวุธ ผู้กำกับการแสดง เปิดเผยว่า การแสดงครั้งนี้ตอบโจทย์ในการเล่าเรื่องของพระองค์ท่าน แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องเวลาที่สั้นมาก โดยกำหนดให้การแสดงอยู่ในระยะเวลา 15-20 นาที จึงได้คิดว่าจะนำเสนอพระราชประวัติของพระองค์ท่านอย่างไร เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับรู้ถึงเกร็ดชีวิตและเรื่องราวที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

การแสดงจะเริ่มต้นจากพระราชประวัติตั้งแต่พระเยาว์วัย จากนั้นนำไปสู่เรื่องราวของความรักระหว่างทั้งสองพระองค์ท่าน เพราะการแสดงครั้งนี้ใช้ธีมความรักเป็นหลัก โดยนำเสนอความรักของทั้งสองพระองค์ท่านที่ได้พบกันและมีความรักที่โรแมนติกในช่วงเวลานั้น หลังจากนั้นความรักเหล่านั้นก็ได้แผ่ขยายไปสู่พสกนิกรชาวไทยเมื่อได้มาทำงานร่วมกัน

โดยโปรดักชั่นครั้งนี้ออกแบบให้เป็นแนว Impressionist เพื่อให้มีความตราตรึงใจ ไม่ต้องการให้มีความดราม่ามากเกินไป แต่ต้องการให้ผู้ชมค่อย ๆ ได้รู้เกร็ดประวัติชีวิตของพระองค์ท่านที่ได้มาทรงงานจนเป็นสมเด็จพระราชินีในช่วงเวลานั้น

ด้าน สุรี แสงเสรีชน ผู้ประพันธ์ดนตรี กล่าวว่า เนื่องจากมีเวลาจำกัด หลังจากได้รับบทมาแล้วถือว่าค่อนข้างยาก เพราะการทำเพลงจะเป็นด่านแรกในการที่จะนำไปขยายต่อในส่วนของการซ้อมการแสดง เนื่องจากงานนี้เป็นมิวสิคัล การแสดงครั้งนี้มีบทเพลงหนึ่งที่อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์มาคือเพลง “Dream of Love, Dream of You” หรือภาษาไทยคือ “เทวาพาคู่ฝัน” ซึ่งทุกคนคงรู้จักกันอยู่แล้ว

เพลงนี้เป็นจุดเริ่มที่สร้างแรงบันดาลใจให้ในการแต่งเพลง โดยเป็นเพลงแรกที่เริ่มทำและขยายความออกไป ซึ่งเป็นเพลงที่อยู่ตรงกลาง จากนั้นจึงขยายความหัวท้ายออกมา เพลงนี้มีจุดเด่นคือเรื่องของเปียโนและคลาริเนตที่เป็นเครื่องดนตรีที่พระองค์ท่านทั้งสองทรงโปรดปราน จึงนำมาใส่ไว้ในเพลงด้วย

หลังจากนั้นเรื่องราวของดนตรีจะเป็นการเล่าเรื่อง มีทั้งแฟนตาซีของนางไม้ เรื่องของการย้อนไปถึงสมัยวัยเรียน จะมีธีมเพลงหลากหลายมาก เชื่อว่าทุกคนจะชอบและไม่เบื่อ

สุรีศักดิ์ ภักดีเทวา ผู้กำกับลีลา เล่าว่า เมื่อได้รับโจทย์มาก็พยายามตั้งให้การแสดงมีความเป็น Dynamic คือเริ่มจากน้อยไปหามาก หรือน้อยแต่มาก เพราะเอาพระราชปณิธานของพระองค์ท่านมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำ ว่าพระองค์ท่านทรงทำงานไปเรื่อย ๆ และทรงทำมาโดยตลอด

และสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำนั้นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นและทวีค่า ทวีความเป็นประเทศไทยได้มากที่สุด การจัดการแสดงเป็นระบำเป็นฉาก ๆ การทำงานด้านลีลามีการแบ่งเป็นหลายพาร์ต

มีทั้งพาร์ตที่เป็นแฟนตาซีเป็นพวกนางไม้ พาร์ตที่เป็นประชาชน พาร์ตที่เป็นการเต้นคู่ และพาร์ตที่บ่งบอกถึงความเป็นอัตลักษณ์และสัญลักษณ์ที่พระองค์ท่านได้มอบให้กับประชาชน ตามแนวคิดเดียวกับที่นายคงกระพันได้กล่าวคือ สายใยของผ้านี้ไม่ใช่เพียงแค่ผ้า แต่คือประชาชนทุกคนในประเทศไทยที่มีความหลากหลาย

สุรีศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า จะสังเกตได้ว่าการถักทอนั้นคือความสามัคคีที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปทุกแห่งในชนบท และรวมกันเป็นผืนหนึ่งซึ่งโอบอุ้ม จะเห็นได้ว่ามีสายใยที่รัดไปที่ตัวเทพธิดา และเทพธิดาโอบผ้าทั้งหมดไว้ เหมือนแม่ที่รักและประคองลูกไว้ สิ่งเหล่านี้โอบอุ้มไปจนเป็นลายของผ้าที่ทำให้เห็นว่า พระราชินีพระพันปีหลวงยังคงอยู่ในใจของประชาชนคนไทยตลอดไป

ท้ายนี้ คงกระพันกล่าวว่า กลุ่ม ปตท. ได้ตั้งใจจัดงานนี้อย่างมาก ถึงแม้จะเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ แต่ได้ทำกันอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านในรูปแบบที่เห็น จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านชวนเพื่อนและครอบครัวมาชมการแสดงซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย โดยจะมีการแสดงในเดือนมกราคมอีกหลายรอบ

นิทรรศการชลวิถีธีรพัฒน์

ภายในงานยังมีนิทรรศการ “ชลวิถีธีรพัฒน์” เผยแพร่โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับสายน้ำที่สำคัญ 10 โครงการ ตามพระบรมราโชบายพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต บรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร ผ่านการจัดแสดง 3 ห้อง ประกอบด้วย

ห้องที่ 1 “ชลวัฏวิถี” นำเสนอความสำคัญของน้ำและความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ห้องที่ 2 “ชลธีร์ราชทรรศน์” นำเสนอมุมมองที่กว้างไกลในการพัฒนาแหล่งน้ำผสานเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงด้านน้ำ

และห้องที่ 3 “ชลวิวัฒน์เพื่อประชา” นำเสนอผลสำเร็จของ 10 โครงการสำคัญทั่วประเทศเพื่อความผาสุกของปวงชน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ร่วมสนุกมากมาย อาทิ เวิร์กช็อปของที่ระลึกทำมือ 4 กิจกรรม ได้แก่ วันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 กิจกรรม “Scent of My Mind ขจรไว้ในความทรงจำ” การทำน้ำหอมจากดอกไม้ที่พระองค์ท่านทรงโปรดปราน วันที่ 10-11 มกราคม 2569 กิจกรรม “Maijai Keychain จากเส้นใยถึงหัวใจ” การทำพวงกุญแจจากด้ายไหม

วันที่ 17-18 มกราคม 2569 กิจกรรม “Seed Capsule of Hope แคปซูลเมล็ดไม้แห่งความหวัง” การทำแคปซูลเมล็ดพืช และวันที่ 24-25 มกราคม 2569 กิจกรรม “Planted with Love, Nurtured with Heart ปลูกด้วยรัก ฟูมฟักด้วยหัวใจ” การทำกระถางต้นไม้ โดยแต่ละกิจกรรมจะจัดในเวลา 16.00-18.30 น. (ระยะเวลาทำกิจกรรม 15-30 นาที)

พร้อมทั้งมีการจัดจำหน่ายสินค้าศิลปาชีพจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยจัดขึ้นในวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 และต่อเนื่องในช่วงต้นปีใหม่ ระหว่างวันที่ 10-11, 17-18 และ 24-25 มกราคม 2569 เปิดให้ประชาชนเข้าชม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น. ณ สวนเปรมประชาวนารักษ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร