คลังดึงสรรพากรกำกับแพลตฟอร์มเทรดทองคำออนไลน์-ธปท. ศึกษาคุมปริมาณธุรกรรม
คลังเตรียมออก 3 มาตรการรับมือเงินบาทแข็งค่า ดึงสรรพากรคุมเข้มธุรกรรมซื้อ-ขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จ่อเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ พร้อมให้ ธปท.ศึกษากำหนดเพดานซื้อทอง เพื่อแก้บาทแข็ง-เก็งกำไร ย้ำไม่กระทบการค้าทองคำตามปกติ คาดประกาศหลักเกณฑ์ใน 2 สัปดาห์
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งและความเคลื่อนไหวของธุรกรรมทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกประชุม 3 หน่วยงานหลัก เพื่อกำหนดแนวทางรับมืออย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นควรดำเนินการใน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1.ให้กรมสรรพากรกำหนดแนวทางกำกับแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องรายงานและนำส่งข้อมูลธุรกรรมให้กรมสรรพากร เช่นเดียวกับการขายสินค้าออนไลน์ประเภทอื่นที่มีการดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน
2.ให้กรมสรรพากรพิจารณาความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับการประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยย้ำว่า จะจำกัดเฉพาะธุรกรรมออนไลน์เท่านั้น ส่วนการซื้อขายทองคำที่มีการส่งมอบสินค้าตามปกติยังคงดำเนินการได้ตามเดิม ไม่ได้รับผลกระทบ
3.ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ศึกษาแนวทางกำกับดูแลปริมาณธุรกรรมทองคำให้เหมาะสม เช่น การกำหนดเพดานวงเงินการทำธุรกรรม ซื้อ-ขายทองคำ
ทั้งนี้ การค้าขาย นำเข้า-ส่งออก หรือการโอนเงินตามปกติที่มีเอกสารชัดเจน จะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดยแนวทาง 2 มาตรการดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และสามารถประกาศหลักเกณฑ์ออกมาได้
“ประเทศไทยเปิดเสรีการนำเงินเข้ามาโดยตลอด และมาตรการที่จะดำเนินการเพิ่มเติม ไม่ใช่การขึ้นภาษี ไม่ได้จำกัดวงเงิน และไม่ห้ามนำเงินเข้าประเทศ แต่จะเป็นการเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบเอกสาร โดยขอให้สถาบันการเงินตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน วัตถุประสงค์ในการนำเงินเข้ามาใช้ หากพบว่ามีปริมาณเงินในระดับที่มีนัยสำคัญ”