ดอลลาร์อ่อนค่า แม้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2568 ขยายตัว 4.3% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/12) ที่ระดับ 31.06/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (23/12) ที่ระดับ 31.11/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังเช้านี้ Dollar Index ปรับตัวลงที่ระดับ 97.90 เนื่องจากตลาดยังคงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปีหน้า แม้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2568 ขยายตัว 4.3% ซึ่งเป็นการขยายตัวรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 3.3% ส่งผลให้นักลงทุนลดน้ำหนักต่อคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ม.ค. ลงก็ตาม
อย่างไรก็ดีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่าต้องการให้ประธานเฟดคนใหม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อใดก็ตามที่ตลาดกำลังไปได้ดี ไม่ใช่ทำลายตลาดโดยไม่มีเหตุผล อีกทั้งนายเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว และเป็นที่ปรึกษาของ ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่าเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยล่าช้าเกินไป แม้เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวเกินคาดในไตรมาส 3/2568 ก็ตาม
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึงจุดยืน 5 ประการของไทย ในการแถลงของศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 24 ธ.ค. 2568 ประกอบด้วย 1.ความชอบธรรม 2.มนุษยธรรม 3.ความโปร่งใส 4.การสื่อสารที่ทันเหตุการณ์ในทิศทางเดียวกัน 5.การสร้างความเชื่อมั่นและขวัญกำลังใจ ซึ่งเป็นจุดยืนที่แตกต่างจากฝ่ายกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง ทั้งเรื่องหลักมนุษยธรรม การใช้ทุ่นระเบิดที่ละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศ การใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นทางการทหาร การใช้พื้นที่ของพลเรือนเป็นที่มั่นทางทหาร หรือโล่มนุษย์
และสำหรับการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จ.จันทบุรีโดยช่วงวันที่ 24-26 ธ.ค. 2568 จะเป็นการประชุมของฝ่ายเลขาฯ หลังจากนั้น ในช่วงเช้าวันที่ 27 ธ.ค. 2568 จะเป็นการประชุมระหว่าง รมว.กลาโหม ของทั้ง 2 ประเทศ
โดย พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า “การประชุมจะประสบสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกัมพูชา เพราะเป็นฝ่ายที่ทำให้เหตุการณ์ปะทุเกิดขึ้น กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่กล่าวจริงใจเพียงวาจา ต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน”
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.02 – 31.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.02/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเข้าวันนี้ (24/12) ที่ระดับ 1.1802/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (23/12) ที่ระดับ 1.1794/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
โดยในวันนี้ตลาดยังเคลื่อนไหวอย่างเบาบาง เนื่องจากในช่วงต้นสัปดาห์นี้ยังไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจของยูโรโซนออกมาและ ตลาดยังขาดปัจจัยชี้นำในการซื้อขายเนื่องจากใกล้ช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1778 – 1.1807 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1798/99 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/12) ที่ระดับ 155.80/81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (23/12) ที่ระดับ 155.95/96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือน ต.ค.ในวันนี้ (24/12) โดยระบุว่า กรรมการส่วนหนึ่งจากทั้งหมด 9 คนในคณะกรรมการกำหนดนโยบายของ BOJ กล่าวว่าเมื่อพิจารณาจากการที่อัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลาง (neutral interest rate) อยู่ในระดับสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันแล้ว การปรับระดับการผ่อนคลายนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นและราคาสินค้าที่ปรับตัวขึ้นจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะยาว
โดยในการประชุมเมื่อวันที่ 29-30 ต.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% แต่คาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะอันใกล้ ขณะที่สมาชิกสายเหยี่ยวอย่าง อาจิเมะ ทาคาตะ และ นาโอกิ ทามูระ ได้ลงมติคัดค้านการคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ โดยโหวตให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% แต่ท้ายที่สุดแล้วที่ประชุมได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.5%
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งถัดมาในวันที่ 19 ธ.ค. คณะกรรมการ BOJ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 0.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอันเนื่องมาจากการอ่อนค่าของเงินเยน และหลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันดังกล่าว คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ได้ส่งสัญญาณเปิดกว้างสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยจะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
พร้อมกับกล่าวว่าแม้ BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี แต่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (real interest rates) ยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.54 – 156.28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 155.74/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (24/12), อัตราว่างงานเดือน พ.ย. (26/12), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ธ.ค.ของกรุงโตเกียว (26/12), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย. (26/12), ยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. ของญี่ปุ่น (26/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.4/-7.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -5.6/-3.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ