‘อนุทิน’ บิน 3 จังหวัดอีสานใต้ ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
นายกฯ บิน 3 จังหวัดอีสานใต้ ปฏิบัติภารกิจติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เผย “สีหศักดิ์” คุย “หวัง อี้” เป็นไปด้วยดี รอบินกลับไทยเย็นนี้ ก่อนหารือประเด็นจีนเสนอช่วยเหลือ 20 ล้านหยวน
ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วย จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอำนาจเจริญ โดยย้ำว่า 72 ชม. ตามข้อตกลงการลงนามร่วม Joint Statement จะครบกำหนดวันพรุ่งนี้ (30 ธ.ค.) เวลา 12.00 น. และได้รับรายงานจากฝ่ายความมั่นคง ว่าสถานการณ์ทั่วไปเรียบร้อยดี
เมื่อถามว่ายังคงพบโดรนบินอยู่ในหลายพื้นที่ นายอนุทินกล่าวว่ายังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่ามีการเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดเวลา เพียงแต่ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างหยุดยิงลดระดับความรุนแรงลงไปเป็นศูนย์ ในเรื่องของการโจมตีซึ่งกันและกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่ได้มีการป้องกันหรือเตรียมพร้อมใด ๆ
เมื่อถามถึงการที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศเดินทางไปพบ นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน เพื่อหารือทวิภาคีเป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่าท่านไปตั้งแต่เมื่อวาน (28 ธ.ค.) แล้ว ได้รับรายงานว่าการพูดคุยเป็นไปด้วยดี และเมื่อสักครู่เพิ่งวางสาย และจะเริ่มพูดคุยกับฝ่าย รมว.ต่างประเทศของฝ่ายกัมพูชา
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าทางจีนจะให้เงินช่วยเหลือกัมพูชาในเรื่องความเสียหายจากสงคราม 20 ล้านหยวน นายกฯกล่าวว่าข้อเท็จจริงคือไทยก็ได้รับข้อเสนอนี้ด้วย ซึ่งทางการจีนแจ้งมา ส่วนไทยจะรับข้อเสนอหรือไม่ ต้องรอนายสีหศักดิ์กลับมาพิจารณาร่วมกัน
“ในโซเชียลก็บอกว่าไหนบอกจีนเป็นกลาง ทำไมดูแลแต่ประเทศกัมพูชา ไม่เห็นดูแลประเทศไทย ผมถึงบอกว่าต้องฟังข่าวจากทางราชการ เพราะตอนนี้ก็มีข่าววิเคราะห์อะไรเต็มไปหมด จึงขอให้ยึดข่าวจากทางราชการเป็นหลัก” นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่าทางการจีนได้ตั้งเงื่อนไขกับไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เงื่อนไขก็ต้องรอนายสีหศักดิ์กลับมาหารือ แต่คงเป็นเรื่องของการช่วยเหลือความเสียหายกับทั้งประชาชนและทรัพย์สิน
เมื่อถามย้ำว่าการพูดคุยวันนี้ระหว่างนายสีหศักดิ์กับนายหวัง อี้ จะมีการตกลงอะไรร่วมกันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าไม่ทราบ รอให้เขาคุยกันเรียบร้อยก่อน แต่คงเป็นเรื่องการพูดคุยแนวทางที่จะปฏิบัติต่อไป ตอนนี้เราเหลืออยู่ระดับทูต และระดับเจ้าหน้าที่ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเชิงการทูต เราเหลือเพียงเจ้าหน้าที่เฝ้าสถานทูตไว้เท่านั้น ส่วนจะขยับการดำเนินการด้านความสัมพันธ์อย่างไรต้องใช้เวลา และมีขั้นตอน ตอนนี้เราเน้นเรื่องของการสร้างความมั่นใจการหยุดยิง 72 ชม. จะผ่านไปทีละขั้น
เมื่อถามว่าการเดินทางกลับบ้านของประชาชนในศูนย์อพยพจะกลับได้ 100% เลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่ากำลังทยอยกลับในส่วนที่ทางการเห็นว่ามีความปลอดภัย ยกตัวอย่างที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้อพยพจากเกือบ 20,000 คน ได้รับรายงานล่าสุดเมื่อวาน (28 ธ.ค.) เหลืออยู่ประมาณ 2,000 คน เราก็ต้องช่วยกัน และขอให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งรัฐบาลจะเน้นเรื่องของความปลอดภัยเป็นสำคัญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วย จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอำนาจเจริญ ในวันนี้ นายกฯ ได้สวมชุดนายกองใหญ่ โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมเดินทางด้วย

สำหรับภารกิจของนายกฯจะเดินทางไปเปิดกิจกรรมโครงการ “ปิดทองเบิกฟ้า สักการะบูชา มหาราชรัชกาลที่ 1” ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ที่ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
จากนั้นช่วงเที่ยงนายกฯจะเดินทางไป จ.สุรินทร์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ขณะที่เวลา 16.00 น. นายกฯจะออกเดินทางไปเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพพลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์ ณ วัดเชือกนอก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ