Skip to content

ก้าวใหม่ ‘ไทยคม’ ใต้ร่ม ‘กัลฟ์’ ไทยแลนด์แชมเปี้ยนเศรษฐกิจอวกาศ

01 ม.ค. 2569 | 14:12น.
ก้าวใหม่ ‘ไทยคม’ ใต้ร่ม ‘กัลฟ์’ ไทยแลนด์แชมเปี้ยนเศรษฐกิจอวกาศ

เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ทั่วโลกกำลังคึกคัก ทั้งในฝั่งเทคโนโลยีจรวด ดาวเทียม โซลูชั่นต่าง ๆ ไปจนถึงการที่จะนำ Data Center ขึ้นไปอยู่บนวงโคจร นั่นทำให้หุ้นในกลุ่มธุรกิจอวกาศระดับโลกเติบโตแบบยกแผง ทั้ง Rocket Lab, Planet Labs (PL), AST SpaceMobile (ASTS), Spire Global และ Intuitive Machines (LUNR) หรือแม้แต่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ เช่น Axon Enterprise (AXON) และ Heico Corporation (HEI) เช่นกันกับ SpaceX ของ “อีลอน มัสก์” ที่เตรียม IPO มีการคาดการณ์ว่าอาจเป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลกในทันที

ในรายงานของบริษัทวิจัย Mckensy ประเมินว่า เศรษฐกิจอวกาศจะเติบโตปีละ 6-8% จาก 6.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2025 ไปเป็น 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2035

ลุยเศรษฐกิจอวกาศ

สำหรับในประเทศไทย “ไทยคม” ผู้บุกเบิกธุรกิจนี้ก่อนใครทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ ย่อมไม่ยอมตกขบวนอย่างแน่นอน

“ปฐมภพ สุวรรณศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม กล่าวว่า ไทยคมยังคงเดินหน้าธุรกิจภายใต้ความท้าทายรอบด้านโดยวางแผน 3 ปี ในการขยับเข้าสู่ธุรกิจอวกาศครบวงจร แม้ธุรกิจหลักที่ทำรายได้กว่า 90% จะยังเป็นการให้บริการด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม เพราะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

ปัจจุบันมีผู้ชมโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเกือบ 10 ล้านครัวเรือน ในเชิงกลยุทธ์ธุรกิจจึงเป็นการรักษารายได้และฐานลูกค้าให้ได้นานที่สุด โดยใช้ดาวเทียมไทยคม 6 และ 8 ที่ยังมีอายุใช้งานถึงปี 2575 และจะเริ่มยิงดาวเทียมทดแทน เริ่มที่ไทยคม 9 เป็นดาวเทียมดวงใหม่ที่เตรียมจะขึ้นสู่วงโคจรในไตรมาส 2 ปีหน้า เพื่อรองรับความต่อเนื่องของลูกค้าเดิม

ขณะที่ไทยคม 10 เป็นดาวเทียมขนาดใหญ่อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ฝรั่งเศส โดยบริษัทได้ปิดดีลเงินกู้ระยะยาว 14 ปีแล้ว และมียอดจองใช้งานล่วงหน้า (Presale) แล้วถึง 50% จึงลดความเสี่ยงของโครงการได้มหาศาล ตั้งเป้าว่าจะได้ครบ 100% หลังเปิดใช้งาน 1 ปี แต่กว่าจะรับรู้รายได้จริงราว 2-4 ปี แต่เชื่อว่าจะเป็นรายได้ที่เติบโตก้าวกระโดด

“อินเดีย” ตลาดใหญ่

“ลูกค้าที่น่าสนใจอยู่ที่ตลาดอินเดีย มีความต้องการสูงมาก เป็นโอกาสที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับธุรกิจดาวเทียม เนื่องจากภูมิประเทศเข้าถึงยาก เราได้เปรียบคนอื่นเพราะเข้าไปในอินเดียก่อนใครตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว มีลูกค้าหลักเป็นหน่วยงานภาครัฐ แต่ปีนี้เพิ่งจับมือกับผู้ให้บริการดาวเทียมรายใหญ่ที่สุดในอินเดียเพื่อขยายบริการไปยังภาคเอกชนด้วย เช่น บริการ WiFi บนเครื่องบินของสายการบินในอินเดีย”

ปัจจุบันรายได้จากตลาดอินเดียมีสัดส่วนรายได้รวม 10-15% และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อดาวเทียมดวงใหม่พร้อมให้บริการ แต่กระนั้น ธุรกิจเหล่านี้ล้วนเป็นธุรกิจดั้งเดิม แต่ในอนาคต Space Technology จะย้ายไปสู่เเนวโน้มใหม่ที่ใช้ดาวเทียมในโซลูชั่นด้านต่าง ๆ มากขึ้น รวมถึงความนิยมดาวเทียมวงโคจรต่ำในการให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์

“ดาวเทียมไทยคมเป็นดาวเทียมขนาดใหญ่ลงทุนสูง ดวงละหลายพันล้านบาท แต่ถ้าเทียบกับดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) และ SpaceTech อื่น ๆ ที่เราได้พัฒนาขึ้นนั้นถือว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ เหล่านี้ลงทุนต่ำมาก แต่ยังต้องใช้เวลาหาตลาด ซึ่งเราเพิ่งเริ่ม อย่างเช่นการใช้ข้อมูลดาวเทียมเทรนเอไอ เพื่อวัดคาร์บอนเครดิต เราก็เพิ่งทำ และพบว่ามีศักยภาพสูง สามารถสเกลให้เร็วและใหญ่ขึ้นได้อีก”

ส่อง 2 ธุรกิจใหม่

ดังนั้น กลุ่มรายได้ใหม่ ได้แก่ ธุรกิจที่เรียกว่า Geography Intelligence (GEOINT) หรือการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมโดยใช้เทคโนโลยี AI มีโซลูชั่นที่ใช้งานได้จริงแล้ว ทั้งในกรณีป้องกันไฟป่า และภัยพิบัติต่าง ๆ และธุรกิจดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ที่ร่วมมือกับ Global Star รวมถึงพันธมิตรรายใหม่ในอนาคตอันใกล้

“เราทำโปรดักต์ที่ใช้ได้จริงออกมาแล้ว อย่าง ก.เกษตรฯ เราก็ทำเรื่องข้าว กับ ก.อุตฯก็ไปเรื่องอ้อย พวกนี้เป็นธุรกิจใหม่ที่จะเป็นอนาคต แม้วันนี้จะมีสัดส่วนรายได้แค่ 5% จากรายได้รวม ธุรกิจเดิมอย่างการให้แพร่ภาพสัญญาณโทรทัศน์ หรือด้านบรอดคาสต์ต้องยอมรับว่าเป็นตลาดที่ไม่โต เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ขณะที่บรอดแบนด์มีโอกาสโตได้อีกมากด้วยบริการดาวเทียมวงโคจรต่ำ”

“ปฐมภพ” กล่าวต่อว่า ธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจอย่างมาก คือด้านความมั่นคง โดยกองทัพมีความสนใจที่จะใช้บริการดาวเทียมมากขึ้น และหลายฝ่ายเริ่มเห็นตรงกันว่าประเทศไทยควรสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยให้แข็งแกร่งขึ้น

“เรากำลังศึกษาว่าเราจะเข้าไปมีส่วนร่วมตรงไหนได้บ้าง เพราะอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่า Space ด้วยซ้ำ เช่น การทำโดรนโจมตี เราสนใจเพราะต่อยอดจากคลื่นวิทยุ และระบบเรดาร์ ที่ใช้ในธุรกิจ GeoInt และดาวเทียมอยู่แล้ว ในปีหน้าคงจะค่อย ๆ เปิดออกมาทีละเรื่อง เราไม่อยากเป็นแค่ผู้นำเข้า และขาย แต่อยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาบางอย่างในประเทศ”

GEOINT โปรดักต์แชมเปี้ยน

“ปฐมภพ” กล่าวด้วยว่า หากจะมองว่าในอีก 3-5 ปี เศรษฐกิจอวกาศที่เติบโตมานี้ ไทยคมมีอะไรที่โดดเด่น ต้องบอกเลยว่า คือ เทคโนโลยี GEOINT วัดได้จากมีคนพยายามเลียนแบบหรือพัฒนาตามหลังมา แต่ยังล้าหลังกว่า 2-3 ปี แม้ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นบริการที่ไม่มีคู่แข่ง แต่เชื่อว่าด้วยข้อมูล ความปลอดภัย และเทคโนโลยีเอไอที่มี จะสามารถขยายไปทำตลาดต่างประเทศที่มีลักษณะพืชพรรณ อากาศ และภูมิประเทศใกล้เคียงกับประเทศไทยได้ด้วย

“GEOINT คือการนำข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างเป็นข้อมูลเชิงลึก ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในหลากหลายอุตสาหกรรม หัวใจสำคัญคือการประมวลผลไม่ใช่แค่ภาพถ่าย การได้มาซึ่งภาพถ่ายดาวเทียมไม่ใช่เรื่องยาก เพราะใครก็ซื้อได้ แต่ความยากและความได้เปรียบของไทยคมอยู่ที่การใช้ AI ประมวลผลซึ่งต้องใช้ทักษะเฉพาะทางและความเข้าใจในพื้นที่ เพื่อฝึกฝน AI ให้มีความแม่นยำสูงโดยเทียบกับข้อมูลจริงภาคพื้นดิน”

ปัจจุบันใช้งานในภาคเกษตรกรรม มีการวิเคราะห์พื้นที่ปลูกข้าวไปแล้วประมาณ 13 ล้านไร่ หรือเกือบ 20% ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด รวมถึงไร่อ้อย เพื่อประเมินผลผลิต น้ำท่วม หรือภัยแล้ง และเสนอการจ่ายเงินเยียวยาโดยภาครัฐได้แม่นยำ ขณะที่ในภาคสิ่งแวดล้อม มีการใช้ตรวจวัดพื้นที่ป่าเพื่อทำคาร์บอนเครดิต ซึ่งมีการขยายความร่วมมือไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว เนื่องจากมีลักษณะป่าคล้ายคลึงกับไทย และช่วยการแก้ปัญหา PM 2.5 ใช้ตรวจหาจุดความร้อน
และการเผาในพื้นที่เกษตรเพื่อช่วยบริหารจัดการปัญหาฝุ่นควัน

“GEOINT ยังต่อยอดไปด้านความมั่นคง ด้วยจุดแข็งดาวเทียม GEO ที่ไม่เคลื่อนที่ และเป็นดาวเทียมเราเอง ทำให้การถ่ายภาพเก็บข้อมูลทำได้ซ้ำ ๆ ต่อเนื่องหลายปีโดยไม่ต้องรอดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปโคจร ทำให้ข้อมูลที่ได้ปลอดภัย และมีอธิปไตยในตนเอง จึงนำไปช่วยงานด้านความมั่นคงได้ดี”

ในขณะที่หน่วยงานรัฐอย่าง GISTDA อาจเน้นการให้บริการภาพถ่ายแบบรัฐต่อรัฐ แต่ไทยคมเน้นการสร้าง Solution แบบครบวงจร โดยดึงภาพจากพันธมิตรดาวเทียมกว่า 20 ดวงทั่วโลกมาประมวลผลเพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะด้านของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ GEOINT เป็นธุรกิจที่ก้าวกระโดดได้เร็ว เนื่องจากไม่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเหมือนการสร้างดาวเทียม

ไม่ต้องจ่ายหมื่นล้านเพื่อส่งจรวด แต่เน้นการเพิ่มกำลังการประมวลผลและฐานข้อมูล ซึ่งคู่แข่งรายใหม่เลียนแบบได้ยากเพราะต้องใช้เวลาสะสมข้อมูลเพื่อสร้างความแม่นยำหลายปี

“ปฐมภพ” ยกตัวอย่างว่า หากภาพถ่ายจากดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า หรือ GEO เปรียบเสมือน “ดวงตา” ที่มองเห็นทุกอย่างจากที่สูง GEOINT ก็เปรียบเสมือน “สมองอัจฉริยะ” ที่คอยแยกแยะว่า สิ่งที่ตาเห็นคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป โดยไม่ต้องลงไปเดินสำรวจในพื้นที่จริง

และนี่จะเป็นหนึ่งในโปรดักต์แชมเปี้ยนของ “ไทยคม” ที่มีความโดดเด่นก้าวหน้า ท่ามกลางการแข่งขันทางเทคโนโลยีอวกาศในยุคต่อไป

“กัลฟ์” ติดปีกไทยคม

“ปฐมภพ” บอกด้วยว่า การสนับสนุนของ บมจ.กัลฟ์ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่งผลดีต่อไทยคมหลายด้าน เช่น ความแข็งแกร่งทางการเงิน และการเข้าถึงแหล่งทุน การเจรจากับธนาคารเพื่อสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ด้วยความต้องการให้ไทยคมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต และวางตำแหน่งให้เป็น “เครื่องยนต์หลัก” ของกลุ่มในการผลักดันธุรกิจด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเศรษฐกิจอวกาศ

“การเข้ามาของ Gulf ช่วยแก้ปัญหาและขจัดความสงสัยเกี่ยวกับประเด็นที่ว่าบริษัทเป็นของไทยหรือไม่ ซึ่งเคยเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงในอดีต ทั้งการมีชื่อของไทยคมควบคู่กับความแข็งแกร่งของ Gulf ช่วยเปิดประตูให้พันธมิตรระดับโลกในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ จากความเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้ถือหุ้นใหญ่”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กัลฟ์ เศรษฐกิจอวกาศ ไทยคม