เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ มุ่งเสริมแกร่งบริการ Wellness-Longevity แบบเทลเลอร์เมดเฉพาะบุคคล แม็กเนตสร้างความแตกต่าง-ชิงความได้เปรียบธุรกิจฟิตเนส รับเทรนด์ชราอย่างมีคุณภาพ พร้อมเพิ่มจำนวนสมาชิกและรักษาฐานสมาชิกปัจจุบัน
นางสาวโจแอน ลิม หัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ผู้ให้บริการ คลับดูแลสุขภาพแบบองค์รวม กล่าวว่า ในปี 2569 การดูแลสุขภาพเพื่อมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพหรือลองเจฟวิตี้ (Longevity) เป็นกระแสมาแรงควบคู่กับการดูแลสุขภาพด้านการความเป็นอยู่ที่ดี
โดยแม้แนวโน้มของรันคลับ (Run Club) และการออกกำลังกายแบบกลุ่มกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าผู้บริโภคยังคงให้คุณค่ากับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล
มุ่ง Wellness-Longevity
ดังนั้นแนวทางของเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ในปี 2569 นี้ จะต่อยอดกลยุทธ์สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในวงการฟิตเนส ด้วยการนำเสนอแนวทางดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์สุขภาพ แต่ยังครอบคลุมไปถึงกระแสความตื่นตัวเรื่องการมีอายุยืนยาว
ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องเกลือหิมาลายัน, ซาวนด์บาธและแคปซูลนอนพักผ่อนด้วยเทคโนโลยีไร้แรงโน้มถ่วง พร้อมเสียงและแรงสั่นสะเทือนเบา ๆ สำหรับการงีบหลับสั้น ๆ รวมถึงบริการดิจิทัลอย่างคลาสเรียนแบบออนดีมานด์ เพื่อสร้างพื้นที่และบริการสุขภาพแบบเทลเลอร์เมดสำหรับแต่ละบุคคล ในขณะที่ยังคงสนุกสนานและเข้าถึงได้ง่ายเอาไว้
พร้อมบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีใบรับรองในการประเมินทั้งด้านโภชนาการ ไลฟ์สไตล์ และการเคลื่อนไหว ตามแผนการดูแลสุขภาพที่ออกแบบมาเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมและโปรแกรมที่หลากหลายเพื่อให้สมาชิกได้ออกกำลังกายร่วมกัน พร้อมสร้างความสัมพันธ์ทั้งระหว่างสมาชิกกับคลับ และสมาชิกด้วยกันไปพร้อมกัน
“ปี’69 นี้ เรามุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนสมาชิกและการรักษาฐานสมาชิก ผ่านข้อเสนอที่ออกแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคแต่ละพื้นที่ โดยในไทย เราให้ความสำคัญกับโปรแกรมการสร้างชุมชนและประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว สนับสนุนโดยเทคโนโลยีล้ำสมัย และการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกอย่างต่อเนื่อง”
หลังเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทต้องเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ ซึ่งการรับมือด้วยกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับสมาชิกเป็นสิ่งแรกหรือ Member-first Approach และแนวทางส่งมอบความคุ้มค่าโดยไม่ลดคุณภาพการให้บริการ อย่างการนำเสนอโปรแกรมสมาชิกแบบไฮบริด เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ร่วมกับการเสริมแกร่งด้านดิจิทัล
เช่นเดียวกับการสร้างความแตกต่างด้วยแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งต่างจากผู้เล่นรายอื่นในวงการช่วยให้สามารถรักษาความแข็งแกร่งทางธุรกิจเอาไว้ได้
“บริการฝึกสอนส่วนตัวและการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพของเราเติบโตอย่างรวดเร็วในปี’68 ตอกย้ำถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยสำหรับประสบการณ์ด้านสุขภาวะที่ออกแบบเฉพาะบุคคล”
ผลสำรวจชี้กระแสสุขภาพยังแรง
ด้านนายจูเลียน เบรา ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและสิงคโปร์ เสริมว่า ผู้บริโภคชาวไทยมีแนวโน้มสนใจสุขภาพด้านเวลบีอิ้ง หรือความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น เช่น การนอนหลับ โภชนาการ สุขภาพจิต ฯลฯ สะท้อนจากการสำรวจผู้บริโภคไทยจำนวน 1,000 คน ซึ่งเป็นวัยทำงานอายุระหว่าง 25-65 ปี และมีรายได้ครัวเรือนระดับปานกลางถึงสูง ในกรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, ปทุมธานี, เชียงใหม่, เชียงราย, ขอนแก่น, อุดรธานี, อุบลราชธานี, นครราชสีมา, ชลบุรี, สุราษฎร์ธานี, สงขลา และนครราชสีมา เมื่อเดือนกันยายน 2568
จากการสำรวจ พบว่า 65% ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีเพิ่มขึ้น โดยการนอนหลับและการฟื้นฟูร่างกาย ได้รับการยอมรับจากคนไทย 55% ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการมีสุขภาวะที่ดี ตามด้วยเรื่องโภชนาการในสัดส่วน 42% และสุขภาพจิตด้วยสัดส่วน 40%
นอกจากนี้ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานของผู้ให้บริการด้านสุขภาพด้วย หลังผู้ร่วมการสำรวจ 55% ระบุว่า ใบรับรองยืนยันความเชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อต้องการคำแนะนำด้านสุขภาพ ในขณะที่ 41% กระตือรือร้นอย่างมากที่จะเข้าร่วมสัมมนาและโปรแกรมให้ความรู้เรื่องการฟื้นฟูมัดกล้ามเนื้อ และ 42% ต้องการผสมผสานการออกกำลังกายแบบผสมผสานกายใจ (Mind-body Exercises) เข้าไปในกิจวัตรประจำวันมากขึ้น
“คนไทย 1 ใน 2 คนรู้สึกยุ่งวุ่นวาย เหนื่อยล้า หรือกดดัน และกว่า 50% ใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การนอนหลับที่ดีและการชะลอจังหวะชีวิต จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ผู้บริโภคชาวไทยมองหาเพื่อสุขภาพที่ดีและการมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ”