Skip to content

บ้านเรือน “กันทรลักษ์-เสาธงชัย” พังทั้งหลัง 70% จากเหตุปะทะชายแดน

06 ม.ค. 2569 | 17:40น.
บ้านเรือน “กันทรลักษ์-เสาธงชัย” พังทั้งหลัง 70% จากเหตุปะทะชายแดน

ศรีสะเกษเร่งสำรวจความเสียหายบ้านเรือนในพื้นที่ชายแดน อำเภอกันทรลักษ์-อำเภอเสาธงชัย พบบ้านเรือนเสียหายทั้งหลังกว่า 70% ด้านจังหวัดเตรียมพิจารณาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

รายงานข่าวจากจังหวัดศรีสะเกษ โดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ ได้ลงพื้นที่ติดตามและสำรวจความเสียหายจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ เพื่อเร่งรวบรวมข้อมูลและประมาณการความเสียหาย เตรียมรายงานเสนออำเภอและจังหวัดเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

โดย นายธัชชัย สุขหุ้ม ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้ นายไพศาล พันธุระ นักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชำนาญการ และ นายสุรชาติ ไชยพร พนักงานวิศวกรรม กองแบบแผนและประมาณราคา เข้าร่วมสังเกตการณ์และลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดศรีสะเกษ ผู้อำนวยการช่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสภาพความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนอย่างละเอียด

จากการสำรวจข้อมูล ณ วันที่ 2 มกราคม 2569 พบว่า บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 247 หลังคาเรือน กระจายอยู่ในหลายตำบล โดยตำบลเสาธงชัยได้รับผลกระทบมากที่สุด จำนวน 221 หลังคาเรือน รองลงมาคือ ตำบลละลาย 15 หลังคาเรือน, ตำบลภูดาหมอก 7 หลังคาเรือน และตำบลลำดวน 3 หลังคาเรือน

ขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายทั้งหลังในระดับรุนแรงมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ รวมจำนวน 18 หลังคาเรือน โดยอยู่ในพื้นที่ตำบลเสาธงชัย จำนวน 12 หลังคาเรือน และตำบลภูดาหมอก จำนวน 1 หลังคาเรือน

สำหรับความเสียหายภายในตำบลเสาธงชัย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด พบว่ามีบ้านเรือนเสียหายรวม 209 หลังคาเรือน แยกเป็น หมู่ที่ 1 จำนวน 145 หลังคาเรือน หมู่ที่ 4 จำนวน 43 หลังคาเรือน หมู่ที่ 12 จำนวน 12 หลังคาเรือน หมู่ที่ 2 จำนวน 4 หลังคาเรือน หมู่ที่ 3 จำนวน 3 หลังคาเรือน และหมู่ที่ 6 จำนวน 2 หลังคาเรือน

ทั้งนี้ คณะทำงานได้ร่วมกันตรวจสอบสภาพความเสียหายจริงในพื้นที่ พร้อมประมาณการราคาความเสียหาย เพื่อจัดทำรายงานสรุปเสนอให้อำเภอกันทรลักษ์และจังหวัดศรีสะเกษ พิจารณาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อไป