Bpositive แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจากออสเตรเลียรุกตลาดเฮลท์แคร์ไทย พร้อมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าถึงง่ายผ่านคาแรคเตอร์ BooBoo เผยไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้ารายได้ปีแรก 25 ล้านบาท พร้อมเติบโตเป็น 2 เท่าในปี 2570 หลังครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 46% ในช่องทางร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อกว่า 1,800 แห่งในตลาดมาเลเซีย
นายคอรี ไบรอันท์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร bpositive (บีโพซิทีฟ) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจากออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ตลาดเฮลท์แคร์ไทยกำลังขยายตัวตามโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) มากขึ้น bpositive ในฐานะแบรนด์เฮลท์แคร์จากต่างประเทศจึงเดินหน้ารุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยจุดยืนการทำธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยจุดมุ่งหมาย (Purpose-driven Business) ควบคู่เป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจอย่างชัดเจน
โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากศักยภาพด้านกำลังซื้อ โครงสร้างประชากร และความตื่นตัวด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยบริษัทตั้งเป้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงยอดขายระยะสั้น
“buy1help1” จากกลยุทธ์การตลาดสู่ Core Mission
นายคอรีกล่าวว่า หนึ่งในจุดแตกต่างสำคัญของ bpositive คือโมเดลธุรกิจ “buy1help1” ที่เชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าเข้ากับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม โดยทุกการซื้อผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย บริษัทจะนำรายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนองค์กรภาคสังคม ได้แก่ มูลนิธิสายเด็ก 1387 (Childline Thailand Foundation) และมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (EDF)
โดยโมเดลดังกล่าวไม่ใช่เพียงแคมเปญ CSR หรือเครื่องมือสื่อสารการตลาด แต่เป็นโครงสร้างธุรกิจที่ถูกออกแบบตั้งแต่ต้น เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าทางสังคมไปพร้อมกับการดูแลสุขภาพของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่มีจุดยืนชัดเจน
เจาะเทรนด์ Preventive Care และ Silver Generation
นายคอรีกล่าวด้วยว่า ตลาดเฮลท์แคร์ไทยกำลังขยับจาก “การรักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ “การดูแลเชิงป้องกันและระยะยาว” ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ Longevity, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและบาดแผล รวมถึงสินค้าที่ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ (Silver Generation) ดังนั้น เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ Wound Care ในเดือนธันวาคม 2568 ประกอบด้วย แผ่นปิดแผลชนิดดูดซับ ผ้าก๊อซ และพลาสเตอร์ปิดแผลหลากหลายรูปแบบ ก่อนขยายสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขอนามัย เช่น สำลีชุบแอลกอฮอล์ ถุงมือ และหน้ากากอนามัยในปี 2569
โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผ่านการรับรองมาตรฐานสากล และถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Simple & Effective” พร้อมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าถึงง่าย ผ่านคาแรคเตอร์ BooBoo เพื่อแตกต่างจากภาพจำเดิมของสินค้าเวชภัณฑ์ในตลาด

คุณภาพ-นวัตกรรม-ราคาที่เข้าถึงได้
ด้านกลยุทธ์การแข่งขันนั้น bpositive วางกลยุทธ์บน 3 แกนหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับบริบทไทย (Localization) เช่น พลาสเตอร์และแผ่นปิดแผลที่ทนความชื้นและสภาพอากาศร้อน 2. กลยุทธ์ราคา วางตำแหน่งราคาต่ำกว่าคู่แข่งเฉลี่ยราว 10% เพื่อขยายฐานผู้บริโภค
และ 3. การเชื่อมต่อบริการสุขภาพดิจิทัล โดยมีแผนพัฒนาโซลูชันที่ผสานการปรึกษาแพทย์ออนไลน์กับการจัดส่งสินค้าแบบเร่งด่วน
ตั้งเป้ารายได้ 25 ล้านบาทในปีแรก
สำหรับการเข้าสู่ตลาดไทย bpositive วางงบลงทุนเริ่มต้น 10 ล้านบาท แบ่งเป็นงบการตลาดและดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง 3.75 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการวางระบบ 2.5 ล้านบาท และการจัดตั้งทีมพัฒนาธุรกิจ 3.75 ล้านบาท โดยเน้นโครงสร้างการบริหารแบบ SME ที่คล่องตัว
โดยตั้งเป้ารายได้ปีแรกในประเทศไทย (ปี 2026) ที่ 25 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเป็น 2 เท่าในปี 2027 โดยอ้างอิงจากความสำเร็จในตลาดมาเลเซีย ซึ่ง bpositive สามารถครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 46% ในช่องทางร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อกว่า 1,800 แห่ง
ในไทย บริษัทเตรียมวางจำหน่ายผ่าน Tops, Lotus และ Boots มากกว่า 200 สาขา ภายในปี 2026 พร้อมอยู่ระหว่างเจรจากับ Watsons, 7-Eleven และ Lawson 108 และมีแผนขยายสู่ร้านขายยารายย่อยทั่วประเทศในระยะถัดไป


