โตเกียวมารีนฯ เพิ่มทุน 3.3 พันล้าน ลุยขยายธุรกิจ ตั้งเป้าปี’69 เบี้ยโต 4%
โตเกียวมารีน
บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) ประกาศเพิ่มทุนครั้งใหญ่ 3,300 ล้านบาท เสริมศักยภาพการแข่งขัน ดันเงินกองทุนแตะ 700% ตั้งเป้าปี 69 เบี้ยประกันภัยรับรวม 10,900 ล้านบาท เติบโต 4%
นายทาคาชิ ไซโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้เพิ่มทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนรวมหลังการเพิ่มทุนอยู่ที่ 5,582 ล้านบาท โดยการเพิ่มทุนเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568
ทั้งนี้ ภายใต้กรอบการเพิ่มทุน 3,300 ล้านบาท โดยเป็นการวางแผนระยะ 10 ปี ซึ่งมองว่าเป็นการเพิ่มทุนที่คุ้มค่าและผลตอบแทนเป็นไปตามที่โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์คาดหวัง โดยยังมองไทยเป็นตลาดเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโตในอนาคตจึงมีการอนุมัติแผนเพิ่มทุนครั้งนี้
โดยวัตถุประสงค์หลักของการเพิ่มทุนมีด้วยกัน 3 ประการ คือ 1.สร้างความพร้อมในการขยายธุรกิจ และรองรับความเสี่ยงใหม่ เนื่องจากบริษัทพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีเงินทุนเพียงพอในการรองรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง แม้จะเผชิญความท้าทายในตลาด แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าใหม่ๆที่ดีให้แก่ลูกค้า โดยมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นรากฐาน
2.เสริมสร้างฐานะทางการเงิน ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ การเพิ่มทุนเชิงรุกในครั้งนี้มิได้เกิดจากความจำเป็นระยะสั้น แต่เป็นมาตรการเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อจะรักษาเสถียรภาพและความยืดหยุ่นทางการเงินในอนาคต
3.แสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย เพราะการเพิ่มทุนไม่ใช่เพียงมาตรการทางการเงิน แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์ มองประเทศไทยเป็นพันธมิตรการเติบโตที่ยั่งยืนระยะยาว และจะส่งมอบคุณค่าที่ดีให้อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันตลาดประกันชีวิตไทยยังคงเผชิญสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ทั้งอัตราดอกเบี้ยต่ำ และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ลูกค้าต้องการแบบประกันที่ให้ผลตอบแทนที่มั่นคง การเก็บออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ และการประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่มีราคาเหมาะสมจับต้องได้
การเพิ่มทุนครั้งนี้ ช่วยเสริมสร้างรากฐานแห่งความไว้วางใจดังกล่าว และช่วยให้สามารถรับความเสี่ยงที่ผ่านการประเมินแล้ว เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากขึ้น เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน และพัฒนาเครื่องมือรวมถึงโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI
“การตัดสินใจเพิ่มทุนสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในอนาคตของประเทศไทย และแสดงถึงศักยภาพของโตเกียวมารีนประกันชีวิตประเทศไทย บริษัทจะส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เราขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนที่ดีอย่างต่อเนื่อง และมุ่งหมายรอการเติบโตของโตเกียวมารีนประกันชีวิตในอนาคต”
นางสาวยุวดี เฉลิมศรีภิญโญรัช รองกรรมการผู้จัดการ-บริหารการเงิน บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภายใต้การเพิ่มทุน 3,300 ล้านบาท ส่งผลอัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (Car Ratio) อยู่ที่ 700% จากไตรมาสที่ 3/2568 อยู่ที่ 554% และสินทรัพย์รวมทั้งอยู่ที่ราว 6 หมื่นล้านบาท เพิ่มจาก 5.74 หมื่นล้านบาท
ดังนั้น ภายในปี 2569 บริษัทมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลงทุน โดยปรับลดส่วนพันธบัตรรัฐบาลจาก 85% เป็น 70% และเพิ่มการลงทุนในหุ้นจาก 2% เป็น 7% โดยเพิ่มการขยายการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ และเพิ่มสัดส่วนหุ้นกู้เอกชนจาก 5% เป็น 15%
นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมปี 2569 อยู่ที่ 10,900 ล้านบาท เติบโต 4% แบ่งเป็นเบี้ยรับปีแรก 1,380 ล้านบาท เบี้ยชำระครั้งเดียว 420 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 9,100 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2568 บริษัทมีผลประกอบการเบี้ยประกันภัยรับรวม10,473 ล้านบาท ประกอบด้วย เบี้ยประกันภัยรับปีแรก 1,294 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14% เบี้ยชำระครั้งเดียว 700 ล้านบาท เติบโตขึ้น 33% เบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 8,479ล้านบาท เติบโตขึ้น 4%
โดยมีประมาณการกำไรก่อนหักภาษี 440 ล้านบาท เติบโต 65% จากปีก่อน แบ่งเป็น กำไรจากการประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่าย 300 ล้านบาท
กำไรจากการลงทุน 100 ล้านบาท รายได้อื่น 40 ล้านบาท
“ปี 2568 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับธุรกิจประกันชีวิต ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกประเทศและภายในประเทศ รวมถึงการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญ ในเงื่อนไขสัญญาประกันสุขภาพมาตรฐานที่มีการนำระบบ Co-payment มาใช้ ส่งผลให้เกิดความต้องการสัญญาประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสแรก ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงต่อเนื่องตลอดปี ทำให้หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง บริษัทที่จะอยู่รอดได้จะต้องมีการปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อทุก ๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น การปรับพอร์ตลงทุนนี้จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากประมาณ 3.0- 3.3% เป็น 3.8- 4.0% ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น”
ดร.สมโพชน์ เกียรติไกรวัล ประธานที่ปรึกษาสำนักกรรมการผู้จัดการ และสายงานตัวแทน บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า ช่องทางการขายผ่านตัวแทนของบริษัทมีการเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งโดยในปี 2568 ที่ผ่านมาช่องทางตัวแทนผลิตผลงานเบี้ยประกันภัยรับรวม 7,314 ล้านบาท ประกอบด้วย เบี้ยประกันภัยรับปีแรก 1,206 ล้านบาท (เป็นเบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว 321 ล้านบาท) เบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 6,108 ล้านบาท (โดยมีเบี้ยจากผลิตภัณฑ์ ILP เกือบ 70 ล้านบาท) จำนวนตัวแทนมากกว่า 6,500 คน
สำหรับในปี 2569 ช่องทางการขายผ่านตัวแทน ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยปีแรก 1,100 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 6,503 ล้านบาท รวมเบี้ยประกันภัยรับรวม 7,603 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนตัวแทนให้ได้ 8,000 คน
“จากการที่โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์เพิ่มทุนครั้งใหญ่ครั้งนี้ ทำให้สถานะเงินทุนของบริษัทมั่นคงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของโตเกียวมารีนประกันชึวิต ประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนนี้ บริษัทจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าทุกช่วงชีวิต อีกทั้งขยายช่องทางการขายผ่านตัวแทน ซึ่งเป็นช่องทางการขายหลักให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญการลงทุนนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวของโตเกียวมารีนประกันชีวิต“
