เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
GC-SCGC ดีลปิโตรเคมีใหญ่สุดในไทย ดันธุรกิจโพลิโอเลฟินส์ติด TOP 10 โลก
Economic GC-SCGC ดีลปิโตรเคมีใหญ่สุดในไทย ดันธุรกิจโพลิโอเลฟินส์ติด TOP 10 โลก
ส.ผู้เลี้ยงสุกร ขอบคุณ ‘กรมปศุสัตว์-ศุลกากร-CIB’ เข้มปราบหมูเถื่อน หลังพบลักลอบรอบใหม่
Economic ส.ผู้เลี้ยงสุกร ขอบคุณ ‘กรมปศุสัตว์-ศุลกากร-CIB’ เข้มปราบหมูเถื่อน หลังพบลักลอบรอบใหม่
ธนาคารกรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 2-3% แรงหนุนธุรกิจใหญ่
Finance ธนาคารกรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 2-3% แรงหนุนธุรกิจใหญ่
หอการค้าจังหวัดเลยชงแผนพัฒนาเมือง ดันกระเช้าภูกระดึง-เชื่อมการค้าจีน
Economic หอการค้าจังหวัดเลยชงแผนพัฒนาเมือง ดันกระเช้าภูกระดึง-เชื่อมการค้าจีน
ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัว CIMB PRIVATE WEALTH เจาะลูกค้ามั่งคั่ง AUM เกิน 30 ล้าน
Finance ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัว CIMB PRIVATE WEALTH เจาะลูกค้ามั่งคั่ง AUM เกิน 30 ล้าน
อนุทิน แจ้งความ ‘ไอซ์’ เจ้าของเพจ Godd Dam แชร์สลิปปลอม 7 ล้าน
Politics อนุทิน แจ้งความ ‘ไอซ์’ เจ้าของเพจ Godd Dam แชร์สลิปปลอม 7 ล้าน
จับตาศึกปล้นความฉลาด ‘DeepSeek-Moonshot’ ใช้ GPT-6 Astra ฝึก AI รุ่นใหม่
Tech จับตาศึกปล้นความฉลาด ‘DeepSeek-Moonshot’ ใช้ GPT-6 Astra ฝึก AI รุ่นใหม่
หุ้นไทยภาคเช้าร่วง 12 จุด ปิโตรเคมี-โรงกลั่นกดดัน DELTA ซ้ำเติมตลาด
Finance หุ้นไทยภาคเช้าร่วง 12 จุด ปิโตรเคมี-โรงกลั่นกดดัน DELTA ซ้ำเติมตลาด
ศุภจี ผนึก ส.อ.ท. ดัน Local Content-SMEs ปรับสมดุลการค้าไทย
Economic ศุภจี ผนึก ส.อ.ท. ดัน Local Content-SMEs ปรับสมดุลการค้าไทย
ดูทั้งหมด

หอการค้าไทย จับเข่าคุย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเสนอ 6 วาระด่วนแห่งชาติ

12 ม.ค. 2569 | 16:39น.

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ต้อนรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ในโอกาสเข้าพบหารือ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายเศรษฐกิจ การเมือง และแนวทางการขับเคลื่อนประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนข้อเสนอจากภาคเอกชนและสร้างความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างภาคการเมืองกับภาคธุรกิจ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยปี 2569 กำลังเผชิญช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างการแข่งขัน ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเร่งเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

ขณะที่ภายในประเทศยังมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่สะสมมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน ระบบราชการ คุณภาพแรงงาน หนี้ครัวเรือน และความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ โดยหอการค้าฯ เห็นว่า ความท้าทายหลักของประเทศไทยในระยะต่อไปไม่ใช่การขาดแคลนนโยบายหรือแนวคิดใหม่ แต่คือความสามารถในการ “แปลงนโยบายสู่การปฏิบัติจริง” อย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ได้ โดยเฉพาะในช่วงหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางประเทศ

ทั้งนี้ หอการค้าฯ ได้นำเสนอ 6 ปัญหาวาระแห่งชาติเร่งด่วน ที่ภาคเอกชนเห็นว่าควรได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ได้แก่

1) การขาดยุทธศาสตร์ชาติที่สามารถดำเนินการได้จริงและต่อเนื่อง

2) การปฏิรูประบบราชการและการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

3) โครงสร้างการบริหารประเทศที่ยังขาดการบูรณาการ

4) การปฏิรูปภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ

5) การจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติ
ในระดับชาติ

6) การเสริมสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่มีอำนาจในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทยบนพื้นฐานของความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยเห็นว่าการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจังเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ภาคธุรกิจ และประชาชน ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการปฏิรูประบบราชการ การลดขั้นตอนและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ ตลอดจนการกำหนดนโยบายที่มีความต่อเนื่อง ตรวจสอบได้ และยึดข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นฐาน เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเมืองในระยะยาว โดยพรรคได้เสนอ 7 แนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ คือ

1) การปฏิรูประบบราชการ ให้รัฐทำหน้าที่เป็นผู้เอื้ออำนวย (Enabler) ลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค และเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน

2)การจัดการสินทรัพย์ภาครัฐอย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุด

3) ปฏิรูปภาคการเกษตร โดยยกระดับการผลิต เพิ่มมูลค่าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร

4) เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะเป็นฐานใหม่ของการเติบโต 5) สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน

6) การเร่งเจรจาการค้าเสรี (FTA) และการผลักดันไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

7) การเมืองที่สุจริต โปร่งใส และการต่อต้านคอร์รัปชัน และสกัดทุนเทาอย่างจริงจัง

ในโอกาสนี้ หอการค้าไทยได้เชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมเวที “เสวนา Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” ในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 ณ ห้องไทรทอง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, “งานแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนและภาคธุรกิจ ต่อนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมืองและนักการเมืองไทย”

ในวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 ณ ห้องราชเทวี 1 โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ และ “เสวนานโยบายพรรคการเมือง โค้งสุดท้าย กำหนดอนาคตประเทศไทย” ในวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ อาคาร 15 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการบริหารประเทศต่อภาคเอกชนและสาธารณชน อันจะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนประเทศในช่วงก่อนการเลือกตั้ง