เครนถล่มทับรถไฟโคราช ยอดเสียชีวิตพุ่ง 28 ราย จนท.ยุติค้นหาชั่วคราว
โคราช คืบหน้าเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร ยอดตายแล้ว 28 ราย บาดเจ็บ 64 ราย สั่งยุติค้นหาชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอุบัติเหตุเครนโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงล้มทับขบวนรถไฟโดยสารด่วนดีเซลรางปรับอากาศ ขบวนที่ 21 รับผู้โดยสารจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าจังหวัดอุบลราชธานี เหตุเกิดบริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 28 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 64 ราย สาเหตุเกิดจากเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นลงมาทับโบกี้ที่ 2 ซึ่งมีผู้โดยสารอยู่ภายในกว่า 40 คน เป็นเหตุให้โบกี้ที่ 2 ดึงเอาโบกี้ที่ 3 และโบกี้ที่ 1 ตกรางรถไฟตามไปด้วย ก่อนมีเพลิงไหม้โบกี้คันที่ 2 ตามมา โดยผู้โดยสารไม่สามารถหนีออกมาได้ เพราะเป็นรถปรับอากาศประตูเปิดปิดอัตโนมัติด้วยไฟฟ้า ส่วนหน้าต่างก็เปิดออกไม่ได้เช่นกัน
ต่อมากองกำกับการช่างกลเขต 2 นครราชสีมา ได้เดินทางไปที่เกิดเหตโดยใช้รถปั่นจั่นกลยกขบวนรถไฟที่ตกรางออกจากที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำการยกกู้ซากรถไฟ จึงยังไม่สามารถเปิดเส้นทางการเดินรถสายกรุงเทพฯ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้

สำหรับขบวนรถไฟโดยสารด่วนดีเซลรางปรับอากาศ ขบวนที่ 21 กทม.ปลายทางอุบลราชธานีคันเกิดเหตุ มีนายเอกพล สมสูง เป็นพนักงานขับรถ และมีนายธีรวัฒน์ บุญทวี เป็นช่างเครื่อง นายวิโรจน์ ทองพิมพ์ เป็นพนักงานรักษารถ และนายธีระศักดิ์ วงศ์สูงเนิน เป็นพนักงานห้ามล้อ ออกจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ เมื่อเวลา 05.00 น. ปลายทางสถานีอุบลราชธานี มีผู้โดยสารเดินทางมากับขบวนรถไฟประมาณ 120 คน
ต่อมา นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งให้ตำรวจ สภ.สีคิ้ว สอบสวนสาหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมนำตัววิศวกรและช่างผู้ควบคุมการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงของบริษัทช่วงที่เกิดเหตุไปสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้
ล่าสุด นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รอง ผวจ.นครราชสีมา ได้มีคำสั่งยุติการค้นหาและช่วยเหลือชั่วคราว เนื่องจากเครนที่ยังอยู่บนโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงนั้นเกิดเสียงดังลั่น ทำให้เจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่นั้นต้องออกมาจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งต้องรอทางวิศวกรขึ้นไปตรวจความปลอดภัยก่อนที่จะดำเนินการเข้าช่วยเหลือค้นหาต่อไป
ทางด้านนายธีระศักดิ์ วงศ์สูงเนิน พนักงานขบวนรถไฟที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า รถไฟขบวนนี้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 06.10 น. เพื่อเดินทางไปที่ จ.อุบลราชธานี โดยเดินทางมารวมทั้งหมด 3 โบกี้ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 09.10 น. ตนอยู่ในขบวนรถไฟที่วิ่งมาด้วยความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะนั้นเครนยักษ์ได้ถล่มลงมากระแทกโบกี้ที่ 2 และกระเด็นไปโบกี้ที่ 3 แรงกระแทกทำให้ผู้โดยสารในรถไฟที่อยู่ในโบกี้ที่ 1 ลอยขึ้นจากพื้นได้รับบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุได้พยายามตั้งสติและรีบช่วยผู้โดยสารทันที ไม่นานเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นบริเวณโบกี้ที่ 2 จึงรีบช่วยผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บออกจากขบวนรถไฟ แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้โดยสารในโบกี้ที่ 2 ได้ ช่วยได้เพียงผู้โดยสารในโบกี้ที่ 1 และโบกี้ที่ 3 ซึ่งขณะที่ให้สัมภาษณ์ นายธีระศักดิ์ยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสภาพเสื้อผ้าก็เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่นิ้วชี้ด้านซ้าย

