เอกนิติ ดัน Thailand FastPass สร้างเงินลงทุน 8 แสนล้าน คาดยิงปืนนัดเดียวได้นก 5 ตัว
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
เอกนิติ ดัน Thailand FastPass หวังลดขั้นตอนการอนุมัติลงทุน 25-50% สร้างเม็ดเงินลงทุน 8 แสนล้าน คาดยิงปืนนัดเดียวได้นก 5 ตัว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (23 มิ.ย.) ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง 8 หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุน 25 ราย ที่มีงบลงทุนเกิน 1 พันล้าน และมอบใบรับรองโครงการ Thailand FastPass ในการอำนวยความสะดวกการลงทุน ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการอนุมัติการลงทุนผ่าน BOI ให้รวดเร็วขึ้นได้ประมาณ 25-50%
นายเอกนิติกล่าวว่า เป้าหมายของปีนี้คือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการลงทุนเป็นหัวใจหลัก โดยคาดว่าปีนี้จะมีเม็ดเงินการลงทุนผ่าน BOI เพิ่มขึ้นอีก 7-8 แสนล้านบาท และทำให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน ให้เศรษฐกิจเติบโต
โดยนำด้วยการลงทุน (Investment Lets Growth) ตามเป้าหมายของกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) คือเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศให้อยู่ใน Top20 ของโลกภายใน 4 ปี หรือปี 2573 และยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ (Potential Growth) ขยายตัวเกิน 3% จากปัจจุบันที่ 2.7% “เพราะฉะนั้น BOI และ Thailand FastPass จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก และช่วยกระตุ้นการลงทุนได้เยอะ”
“สิ่งที่กำชับ BOI คือเม็ดเงินนี้จะยิงปืนนัดเดียวได้นก 5 ตัว ได้แก่ 1.กระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว 2.เพิ่มทักษะเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้คนไทย 3.เชื่อมต่อกับ SMEs 4.เกิดการลงทุนในพื้นที่ และ 5.ทำให้เกิดการลงทุนธุรกิจใหม่ให้เศรษฐกิจเติบโต” นายเอกนิติกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติกล่าวว่า ได้มีการทำแบบจำลอง พบว่าเม็ดเงินทุก ๆ 1 แสนล้านบาท จะกระตุ้นจีดีพีได้ราว 0.3-0.4% พร้อมทั้งจะพยายามให้เม็ดเงินการลงทุนปีนี้ไปสูงถึง 1 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ผลของโครงการ Thailand FastPass ช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนผ่านไตรมาส 1 ปี 2569 ที่จีดีพีโต 2.8% และการลงทุนภาคเอกชนโต 10.1% ซึ่งเป็นการเติบโตแบบ Double Digit ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ส่วนหนึ่งมาจากโครงการ Thailand FastPass ที่สร้างเม็ดเงินทะลุ 2 แสนล้าน หรือโตเกือบ 20%
นายเอกนิติกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังได้รับความเชื่อถือเรื่องการลงทุนอย่างชัดเจนในเวทีโลก โดยในปี 2568 มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และในไตรมาสแรกของปีนี้ BOI มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่า 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 142% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ โครงการ Thailand FastPass ยังทำให้อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยจากการประกาศของสถาบันจัดอันดับ IMD ขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 26 จากอันดับที่ 30 สอดคล้องกับประกาศของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออื่น ๆ ด้วย
ทั้งนี้ กลไก Thailand FastPass จะช่วยลดระยะเวลาพิจารณา และเป็นทางลัดสำคัญที่เปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจริง โดยจะส่งผลดีใน 5 มิติหลัก ได้แก่
1.การสร้างการเติบโตที่นำด้วยการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
2.การสร้างงานและอาชีพใหม่ในกลุ่มวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
3.การถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะสมัยใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ให้แรงงานไทย
4.การเปิดโอกาสให้ SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทข้ามชาติ
5.การกระตุ้นให้เกิดเงินหมุนเวียนในภาคธุรกิจท้องถิ่นมากขึ้น