เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘เอกนิติ’ คุมทีมการลงทุนใหม่-กรอ. นัดแรก ตั้งเป้าดันไทยเป็นประเทศรายได้สูงใน 12 ปี

22 มิ.ย. 2569 | 14:15น.

‘เอกนิติ’ คุมทีมการลงทุนใหม่ ประชุม กรอ. นัดแรก ตั้งเป้าดันไทยเป็นประเทศรายได้สูงใน 12 ปี ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน TOP 20 ภายในปี 2573

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงในการประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1 โดยรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน และกำหนดเป้าหมายแนวทางการยกระดับเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีการตั้งเป้าหมายทั้งระยะยาว ระยะปานกลาง และระยะสั้น ดังนี้

สำหรับเป้าหมายระยะยาว ตั้งเป้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง (High-Income Country) ภายใน 12 ปี ในขณะที่เป้าหมายระยะปานกลาง ตั้งเป้ายกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้ติด Top 20 แรกของโลกภายในปี 2573 และยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ (Potential Growth) ให้สูงกว่า 3% ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 2.7% ภายในปี 2573

นายเอกนิติกล่าวว่า การประชุม กรอ. จะขับเคลื่อนด้วยทีมเวิร์ก โดยให้ทั้งภาครัฐและเอกชนมีเป้าหมายเดียวกันอย่างชัดเจน โดยเปรียบเสมือนทีมฟุตบอล ประกอบด้วย กองหลังที่ย้ำเน้นเรื่องวินัยการเงินการคลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ เพื่อให้นักลงทุนเชื่อมั่น และมีภูมิคุ้มกันเพียงพอต่อโลกที่ผันผวน โดยในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา ที่ยึดหลักวินัยการเงินการคลัง รักษาเศรษฐกิจก็เห็นผลว่าประเทศไทยยังเข้มแข็งอยู่ และบริษัทจัดอันดับน่าเชื่อถือยังคงอันดับเครดิตไว้

ขณะที่ กองกลาง คือโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง ได้แก่ เรื่องไฟฟ้า น้ำ เอไอ กฎหมาย ทักษะแรงงาน และเทคโนโลยี

ส่วนกองหน้า ได้ร่วมกับภาคเอกชนสรุป 7 สาขาหลักที่ประเทศไทยมีจุดแข็งและทำได้ดีอยู่แล้ว สำหรับยกระดับและผลักดันการหารายได้ให้ได้ตามเป้าและเข้มแข็งขึ้น ได้แก่ สาขาเกษตรและอาหาร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล ยาและสุขภาพ ท่องเที่ยว การค้าขาย และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

“เราจะมีทั้งกองหลัง กองกลาง กองหน้า และทำงานด้วยกันทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือเป็น Top 20 โลกเรื่องขีดความสามารถการแข่งขัน ภายในปี 2573 และยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจให้สูงกว่า 3% และเป้าหมายระยะยาวคือเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี รากฐานสำคัญคือวินัยการคลังมั่นคง โครงสร้างพื้นฐานแข็งแรง ภาคผลิตและบริการเข้มแข็ง เศรษฐกิจไทยเติบโต ประชาชนไทยยั่งยืน รวมทั้ง SME ด้วย” นายเอกนิติกล่าว

นอกจากนี้ เมื่อกำหนดเป้าหมายชัดเจนแล้ว กรอ. จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน 4 เครื่องยนต์ ได้แก่ การลงทุนใหม่ การค้าและบริการ ทุนมนุษย์ และประสิทธิภาพภาครัฐ โดยนายเอกนิติ เป็นประธานอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนใหม่

โดยเฉพาะ Future Investment Hub โครงการ Fast Pass เพื่อส่งเสริมการลงทุน AI&Digital Hub ต่อยอดจาก Data Center เพื่อให้คนไทยเข้าถึง AI และดิจิทัลในราคาที่ถูก และตั้งเป้าเป็น Financial Hub ทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน รวมถึง Green Hub ต่อยอดจากพื้นฐานการเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด และ Smart Automative Hub ซึ่งจะยกระดับและส่งเสริมให้คนไทย และ SME ไทย มีรายได้มากขึ้น

นายเอกนิติกล่าวว่า ในช่วง 4 ปีนี้ จะได้เห็นการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายให้มีสัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีที่ใกล้เคียง 30% ของจีดีพี ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ 22% ของจีดีพี ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างชัดเจน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การจะเป็นประเทศรายได้สูงนั้น ปัจจุบันต้องมีรายได้ต่อคนอยู่ที่ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ประเทศไทยมีรายได้ต่อคนอยู่ 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยคาดว่าเป้าหมายที่จะเป็นประเทศรายได้สูงภาย 12 ปีนี้ ตัวเลขดังกล่าวอาจจะเพิ่มสูงกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามเงินเฟ้อ รวมทั้งหากเป็นประเทศรายได้สูง ระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ (Potential Growth) จะอยู่ที่ 5%

ทั้งนี้ ที่ประชุม กรอ. เห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ ดังนี้

1.คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทนุใหม่ของประเทศ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการ

2.คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานอนุกรรมการ

3.คณะอนุกรรมการด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานอนุกรรมการ

4.คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนมตรี เป็นประธานอนุกรรมการ

โดยที่ประชุม กรอ. ให้อนุกรรมการทั้ง 4 คณะ พิจารณาองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการและอำนาจหน้าที่ตามที่เห็นเหมาะสมและส่งให้ฝ่ายเลขานุการดำเนินการตามขั้นตอน รวมทั้งให้คณะอนุกรรมการจัดทำประเด็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์และจัดลำดับความสำคัญประเด็นการขับเคลื่อน Quick Big Win ซึ่งเป็นเรื่องที่ขับเคลื่อนได้เร็ว และเป็นประโยชน์ ทำได้ภายใน 6 เดือน

โดยจะมีการเสนอแผนในเดือนหน้า และ Big Win สำหรับการขับเคลื่อนที่แก้ยาก และต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ปี รวมถึงการกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด แผนการดำเนินงาน และให้รายงานต่อ กรอ.ทุก 2 เดือน