“รถไฟไฮสปีด” สายแรกของไทย ในมือไชน่า เรลเวย์ สร้าง 8 ปีไม่เสร็จ เข้าปีที่ 9 เกิดโศกนาฏกรรมใหญ่
เมื่อเวลา 09.13 น. วันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดเหตุสลดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ระบบรางไทย เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ล้มหล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทาง กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี จุดเกิดเหตุอยู่ระหว่าง สถานีหนองน้ำขุ่- สถานีสีคิ้ว จ.นครราชสีมาผลกระทบหนักหน่วง เสียชีวิต อย่างน้อย 32 ราย บาดเจ็บ 67 ราย อยู่ระหว่างค้นหาอีก 4 คน ผู้โดยสารทั้งหมด 208 คน
เครนดังกล่าวอยู่ในงานก่อสร้าง สัญญา 3-4 ช่วง ลำตะคอง-สีคิ้ว และ กุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.4 กม. มูลค่างาน 9,800 ล้านบาท ผู้รับเหมา คือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ขณะนี้ตำรวจสอบปากคำ คนขับเครน แล้ว หากพบความประมาท อาจดำเนินคดีอาญาได้ทันที โดยไม่ต้องรอผู้ร้องทุกข์
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สายแรกของประเทศไทย กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง หลังเกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งที่โครงการนี้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2560 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ และมีแนวโน้มต้องเลื่อนออกไปถึงปี 2573
เล่าเหตุการณ์สลด เครนก่อสร้างหล่นทับรถไฟ ดับอย่างน้อย 32 ศพ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.13 น.วันที่ 14 มกราคม 2569 บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เครนจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสที่ 1 งานสัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.4 กิโลเมตร ได้หล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ขณะรถกำลังวิ่งผ่าน
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มล่าสุดอย่างน้อย 32 ราย บาดเจ็บ 67 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 4 ราย จากผู้โดยสารทั้งหมด 208 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนสาเหตุ โดยได้เชิญคนขับเครนมาสอบปากคำ และตรวจสอบว่ามีความประมาทหรือความบกพร่องในการก่อสร้างหรือไม่ ส่วนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมางานโยธา ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ พร้อมรับผิดชอบการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่
ย้อนประวัติไฮสปีดไทย-จีน และทำความรู้จัก “ไชน่า เรลเวย์”
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ 1.79 แสนล้านบาท เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน เริ่มก่อสร้างในเดือนธันวาคม 2560 แบ่งออกเป็น 14 สัญญา โดยมีบริษัท China Railway International และ China Railway Design Corporation เป็นที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2568 โครงการมีความคืบหน้าเพียง 51.04% ล่าช้ากว่าแผนเดิมกว่า 23% จากแผนเดิมที่ตั้งเป้าเปิดบริการในปี 2565 ก่อนจะขยับมาเป็นปี 2572 และขณะนี้มีแนวโน้มต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2573
ด้านบริษัทแม่อย่าง China Railway Group ถือเป็นรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของจีน รับผิดชอบการก่อสร้างทางรถไฟมากกว่า 2 ใน 3 ของทั้งประเทศจีน และเป็นหนึ่งในแกนหลักของโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง บริษัทได้รับการจัดอันดับ Fortune Global 500 ต่อเนื่องหลายปี และมีผลงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม บริษัทในเครือของ China Railway Group คือบริษัท “China Railway Tunnel Group” (CRTG) ในเครือของ China Railway Group เคยมีกรณีอื้อฉาวเรื่องการทุจริต และรับสินบนในหลายประเทศ เมื่อเดือนตุลาคม 2566 ศาลจีนมีคำพิพากษาลงโทษเจ้าหน้าที่อาวุโส 2 รายของบริษัท China Railway Tunnel Group ในความผิดฐานติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศ ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว โดยนายสี เจิ้งปิง ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี และปรับเงิน 300,000 หยวน จากความผิดฐานติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศและรับสินบน ขณะที่นายโจว จงเหอ ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี และปรับเงิน 100,000 หยวน ในข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศ
ต่อมาในเดือนธันวาคม 2566 ศาลประชาชนระดับกลางในมณฑลส่านซี มีคำพิพากษาจำคุกนายเซิ้ง กวางจู อดีตหัวหน้าบริษัท China Railway Corporation เป็นเวลา 15 ปี พร้อมปรับเงินรวม 6 ล้านหยวน จากความผิดฐานรับสินบนและใช้อิทธิพลเพื่อรับสินบน รวมมูลค่ากว่า 56.66 ล้านหยวน โดยศาลมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สินและผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำผิดทั้งหมด ส่งคืนให้แก่คลังของรัฐ
คำพิพากษาระบุว่า นายเซิ้งถูกลงโทษจำคุก 14 ปี และปรับเงิน 5 ล้านหยวน ในข้อหารับสินบน และจำคุกอีก 7 ปี พร้อมปรับเงิน 1 ล้านหยวน ในข้อหาใช้อิทธิพลเพื่อรับสินบน ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งรวมโทษจำคุกเป็นเวลา 15 ปี และปรับเงินรวม 6 ล้านหยวน
นอกจากนี้ ย้อนกลับไปในปี 2555 สำนักข่าว Caixin รายงานว่า นายหลิว จือหยวน ผู้จัดการทั่วไปของ China CREC Railway Electrification Bureau Group ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ China Railway Group ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ในข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสินบน โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า นายหลิวมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายจวง ซู่กวง อดีตรองหัวหน้าวิศวกรของกระทรวงการรถไฟจีน
เปิดชื่อผู้รับเหมา รถไฟเร็วสูง จุดเครนถล่ม
จากการสืบค้นข้อมูล พบว่า บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุคือ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา อยู่ในช่วงการดำเนินการก่อสร้างงานโยธา ของ “โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา” ซึ่งแบ่งการดำเนินการเป็น 14 สัญญา อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง 4 สัญญา ส่วนงานระบบรางและการจัดหาขบวนรถ มี 1 สัญญา อยู่ระหว่างการออกแบบ มีความก้าวหน้าผลการดำเนินการโครงการรวมทั้งสิ้น 50.20%.
จุดที่เกิดเหตุเป็นส่วนของ “สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด” (J.2496) ระยะทาง 37.45 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งรายงานความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 99.45%
โดยเว็บไซต์ของ บมจ.อิตาเลียนไทยฯ ระบุถึงรายละเอียดโครงการดังกล่าวว่าเป็น โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) สัญญาที่ 3-4 งานโยธาสำหรับช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด
ประกอบด้วย 1.งานก่อสร้างโครงสร้างทางรถไฟ ตั้งแต่ กม.191+050 ถึง กม.214+000 และ กม.225+000 ถึง กม.239+500 ระยะทางรวม 37.45 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็น 1.1 คันทางรถไฟระดับดิน ระยะทางประมาณ 14.12 กิโลเมตร และ 1.2 โครงสร้างทางรถไฟยกระดับ ระยะทางประมาณ 23.33 กิโลเมตร 2.งานอาคารและสิ่งปลูกสร้างรองรับงานระบบรถไฟฟ้า 8 แห่ง 3.งานรื้อย้ายสถานีเดิม งานปรับปรุงย้ายถนน งานระบบระบายน้ำ งานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และงานอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับโครงการ
อย่างไรก็ตาม “โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย” เป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน เป็นเส้นทางที่จะเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา Belt and Road Initiative (BRI) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน
คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) โดยเป็นการร่วมพัฒนาระหว่างประเทศในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล โดยฝ่ายไทยรับภาระการลงทุนโครงการทั้งหมด และดำเนินการก่อสร้างงานโยธา และใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างและระบบรถไฟของจีน ซึ่งได้ทำพิธีเริ่มการก่อสร้างโครงการเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560
โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการ ใช้งบประมาณ 179,412.21 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2570

เปิดสัญญาโครงการ รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเริ่มการก่อสร้างโครงการความร่วมมือ ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) ณ มอหลักหิน รัชกาลที่ 5 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560
สำหรับแนวเส้นทางรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 : กรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา มีระยะทาง 250.77 กิโลเมตร แบ่งเป็น
1.ทางวิ่งทางยกระดับ ระยะทาง 188.68 กิโลเมตร
2.ทางวิ่งทางระดับดิน ระยะทาง 54.09 กิโลเมตร
3.อุโมงค์ มี 2 แห่ง บริเวณมวกเหล็กและลำตะคอง ระยะทาง 8 กิโลเมตร
โดยมีสถานีรายทาง 6 สถานี ประกอบด้วย 1.สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 2.สถานีดอนเมือง 3.สถานีอยุธยา 4.สถานีสระบุรี 5.สถานีปากช่อง 6.สถานีนครราชสีมา

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย เป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน เป็นเส้นทางที่จะเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา Belt and Road Initiative (BRI) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยมีจุดเริ่มต้นจากการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทย ตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2557
ซึ่งมีเป้าหมาย คือ การพัฒนาการเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานครของไทย กรุงเวียงจันทน์ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนได้อย่างไร้รอยต่อ และในอนาคตสามารถพัฒนาโครงข่ายรกไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปยังประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ได้
ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ครั้งที่ 10 ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามรับรองบันทึกการประชุมในการตกลงเริ่มก่อสร้างทางรถไฟเส้นทางกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมาก่อน
โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) โดยเป็นการร่วมพัฒนาระหว่างประเทศในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล
โดยฝ่ายไทยรับภาระการลงทุนโครงการทั้งหมด และดำเนินการก่อสร้างงานโยธา และใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างและระบบรถไฟของจีน ซึ่งได้ทำพิธีเริ่มการก่อสร้างโครงการเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการ ใช้งบประมาณ 179,412.21 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2570

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างงานโยธา โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 14 สัญญา อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง 4 สัญญา ส่วนงานระบบรางและการจัดหาขบวนรถ มี 1 สัญญา อยู่ระหว่างการออกแบบ
สัญญาที่ 1-1 ช่วงกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. ผู้รับจ้าง : กรมทางหลวง ก่อสร้างแล้วเสร็จ 100%
สัญญาที่ 2-1 ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กม. ผู้รับจ้าง : บจ.ซีวิล คอนสตรัคชั่น เซอร์วิสเซส แอนด์ โปรดักส์ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 100%
สัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กม. ผู้รับจ้าง : บจ. กิจการร่วมค้า ITD – CREC No.10 (บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ – บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย)) ก่อสร้างแล้วเสร็จ 24.35%
สัญญาที่ 3-2 งานอุโมงค์ มวกเหล็กและลำตะคอง ระยะทาง 12.23 กม. ผู้รับจ้าง : บมจ. เนาวรัตน์พัฒนาการ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 99.60%
สัญญาที่ 3-3 ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง ระยะทาง 26.10 กม. ผู้รับจ้าง : บจ. ไทย เอ็นยิเนียร์และอุตสาหกรรม ก่อสร้างแล้วเสร็จ 59.41%
สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.45 กม. ผู้รับจ้าง : บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 99.45%
สัญญาที่ 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กม. ผู้รับจ้าง : กิจการร่วมค้า เอสพีทีเค ก่อสร้างแล้วเสร็จ : 16.27%
สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. ผู้รับจ้าง : ยังไม่ลงนามสัญญา
สัญญาที่ 4-2 ช่วงดอนเมือง-นวนคร ระยะทาง 21.80 กม. ผู้รับจ้าง : บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ก่อสร้างแล้วเสร็จ 8.12%
สัญญาที่ 4-3 ช่วงนวนคร-บ้านโพ ระยะทาง 23 กม. ผู้รับจ้าง : บจ.กิจการร่วมค้า ซีเอเอ็น ก่อสร้างแล้วเสร็จ 62.18%
สัญญาที่ 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย ผู้รับจ้าง : บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 52.26%
สัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. ผู้รับจ้าง : ยังไม่ลงนามสัญญา
สัญญาที่ 4-6 ช่วงพระแก้ว-สระบุรี ระยะทาง 31.60 กม. ผู้รับจ้าง : บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ก่อสร้างแล้วเสร็จ 16.26%
สัญญาที่ 4-7 ช่วงสระบุรี-แก่งคอย ระยะทาง 12.99 กม. ผู้รับจ้าง : บมจ. ซีวิลเอ็นจิเนียริง ก่อสร้างแล้วเสร็จ 68.79%
สำหรับงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล และงานจัดหาขบวนรถไฟ มี 1 สัญญา คือ สัญญา 2.3 งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกลรวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร ผู้รับจ้าง : บริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (China Railway International Co., Ltd.) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน (China Railway Design Corporation) รัฐวิสาหกิจของจีน

ข้อมูล ข่าวสด มติชนออนไลน์ crecg, china, caixing, crec, straits