Skip to content

MR.D.I.Y. ระดมสินค้าใหม่ ‘ถูก+ดี’ ฝ่าเศรษฐกิจ-กำลังซื้อซบ

19 ม.ค. 2569 | 08:29น.
MR.D.I.Y. ระดมสินค้าใหม่ ‘ถูก+ดี’ ฝ่าเศรษฐกิจ-กำลังซื้อซบ

“มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย.” กางแผนปี 2569 รับมือวิกฤตกำลังซื้อเปราะบาง-หนี้ครัวเรือนพุ่ง ชูธงกลยุทธ์ “Value-for-Money” ยึดหัวหาดสินค้าความคุ้มค่าราคาจับต้องได้ พร้อมสปีดสาขาปูพรมครบ 1,500 แห่งภายในปี 2570 มั่นใจโมเดลธุรกิจยืดหยุ่น-ความหลากหลายสินค้า 1.6 หมื่นรายการ เป็นกุญแจสำคัญฝ่าคลื่นลมเศรษฐกิจโลกผันผวน

นายอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงทิศทางตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในปี 2569 ว่า ภาพรวมตลาดยังคงมีแนวโน้มต่อเนื่องมาจากปี 2568 โดยจะดำเนินไปท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยลบหลายประการ ทั้งการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

รวมถึงความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย พิจารณาการตัดสินใจซื้ออย่างรอบคอบและใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าวยังมีปัจจัยบวกที่ชัดเจน คือการเติบโตของตลาดกลุ่ม “Value-for-Money” หรือสินค้าที่เน้นความคุ้มค่า ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกในระยะต่อไป

ผู้บริโภคมองความสมเหตุสมผล

โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมลูกค้าพบว่า ผู้บริโภคยุคใหม่มีความชัดเจนในความต้องการมากขึ้น โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับ 2 ปัจจัยหลัก คือ “ความคุ้มค่า” และ “ความสะดวกในการเข้าถึง”

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมนี้ก็ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่การมองหาสินค้าที่ราคาถูกที่สุด แต่เป็นการเลือกซื้อสินค้าอย่างมีเหตุผล โดยคำนึงถึงราคาที่จับต้องได้ควบคู่ไปกับคุณภาพที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของบริษัท ที่มุ่งเน้นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพผ่านการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำเสนอสินค้าจำเป็นในราคาที่เข้าถึงง่าย

ระดมสินค้า-ตรึงลูกค้าทุกเทศกาล

นายอานุภาพกล่าวต่อว่า สำหรับยุทธศาสตร์การรุกตลาดในปี 2569 บริษัทเตรียมเดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแบบรอบด้านผ่านจุดแข็งด้านความหลากหลายของสินค้า ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าให้บริการกว่า 16,000 รายการ ครอบคลุม 6 หมวดหมู่หลัก และมีการเติมสินค้าใหม่ เข้าสู่ตลาดมากกว่า 500 รายการต่อเดือน

โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภคในการคัดเลือกและพัฒนาสินค้า เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยได้อย่างตรงจุดและทันต่อการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ยังเน้นการทำตลาดให้สอดรับกับทุกช่วงเทศกาลสำคัญตลอดทั้งปี อาทิ ปีใหม่ ตรุษจีน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นร้านค้าที่ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน จนถึงผู้สูงอายุ และสามารถเข้าใช้บริการได้ในทุกจังหวะชีวิต

“เป้าหมายของเราคือการพัฒนาสินค้าในทุกหมวดให้มีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านราคา คุณภาพ และการใช้งาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า เมื่อเข้ามาที่ MR. D.I.Y. จะสามารถเลือกซื้อสินค้าที่เหมาะสมและตอบโจทย์ได้ครบในที่เดียว”

ตั้งเป้าปูพรมแตะ 1.5 พันแห่ง

ส่วนในด้านกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าและช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัทจะยังคงยึดมั่นใน 3 แกนหลัก คือ ความสะดวกในการเข้าถึง ความคุ้มค่าด้านราคา และความหลากหลายของสินค้า

ซึ่งเบื้องต้นเตรียมเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับศักยภาพการเติบโตของตลาดเชิงโครงสร้างและการกระจายตัวของประชากรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และชุมชนระดับอำเภอ

โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่จะขยายสาขาให้ครบ 1,500 แห่งภายในปี 2570 จากปัจจุบันที่มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 1,000 สาขา ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและแคมเปญทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะทั้งในช่องทางออฟไลน์

อาทิ เว็บไซต์บริษัท, Shopee, Lazada และ TikTok เพื่อสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งที่คุ้มค่า เข้าถึงได้ง่าย และตอกย้ำให้ MR. D.I.Y. เป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกของผู้บริโภคเมื่อต้องการเลือกซื้อสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน

บทเรียนปี’68 สู่การเติบโตที่ยั่งยืน

นายอานุภาพยังกล่าวทิ้งท้ายถึงความสำเร็จในปี 2568 ที่ผ่านมาว่า ถือเป็นปีแห่งการเติบโตที่มีนัยสำคัญ ทั้งในมิติของการขยายสาขาและการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แม้จะเป็นปีที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ แต่บริษัทก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น

โดยในปี 2569 นี้ บริษัทจะยังคงมุ่งมั่นตอกย้ำจุดยืนในการเป็นร้านค้าที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภค โดยเชื่อมั่นว่าธุรกิจที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างราคาและคุณภาพได้อย่างเหมาะสม จะยังคงมีโอกาสเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจมหภาค